++++++++++ .......... ป ฏิ รู ป ป ร ะ เ ท ศ.........ป ฏิ รู ป " ไ อ้ เ ห ล่ " !!!!!!!!!!!!! .......... ++++++++++

กระทู้สนทนา
กฏหมายที่ถูกเขียนโดย "เผด็จการ"
หรือ กฏหมายที่ออกมาเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ประเทศที่เจริญแล้วเขาต่างพยายามแก้ไข หรือ ยกเลิก
มีแต่ "ประเทศทุย" ของเรานี่แหละครับ ที่หลับหูหลับตาใช้กันทั้งๆที่มันคือ "ตัวถ่วงความเจริญ"

ทั้ง ม.309 ที่เผด็จการเขียนไว้
ชนิดที่ระบุให้การกระทำทุกอย่างของพวกมัน
ทั้งในอดีต ทั้งปัจจุบัน และ ที่จะทำต่อไปในอนาคต "ไม่มีความผิดเลย" (ฮิตเล่อร์อายม้วนเลย)

ทั้งกฏหมายเบี้ยหวัดบำนาญของ สส. สว. ที่ผ่านออกมาชนิด "โคตรฮา"
เพราะจ่ายบำนาญให้ สส. สว.ชนิดที่ว่าแม่เจ้าตัวจะตายไปแล้วก็ยังจ่ายกันต่อให้ลูกให้หลาน

(อันหลังนี้มีล็อคอินท่านหนึ่งในพันทิปนี่แหละครับ ที่ได้คุยกับ สว.ท่านหนึ่งที่ว่ากันว่า "ตงฉิน"
แต่ สว.คนนั้นกลับสารภาพว่า "ใครที่ออกกฏหมายก็ต้องออกเพื่อประโยชน์ของตนเองกันทั้งนั้น"
ล็อคอินท่านนั้นเลยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวเปิดเพจรณรงค์ต่อต้านกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมมาจนถึงบัดนี้)

และ ที่เป็นเรื่องของ "ประโยชน์ส่วนตน" อีกเรื่อง
ก็คือกฏหมาย "พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551" นี่แหละครับ
พรบ.นี้คือกฏหมายที่มาจากสภานิติบัญญัติ ซึ่งผ่านการ "แต่งตั้ง" จากไอ้พวก คมช. !!!

แถมในตอนที่ผ่านสภาฯออกมา
ก็ดันไม่ครบองค์ประชุมอีกต่างหาก เพราะมีคนเข้าประชุมแค่ 85 คน

รายละเอียดของ พรบ.นี้
สรุปรวมๆก็คือมันทำให้ รมว.กลาโหม "พิการ"
เพราะไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายผู้นำเหล่าทัพได้ตามที่ต้องการ

เป็นผู้บังคับบัญชา
แต่กลับแต่งตั้ง หรือ ย้ายทหารไม่ได้
มันก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ เพราะมันคือเรื่องของ "การบริหาร"

ที่สำคัญมันทำให้หลายๆคนตั้งคำถาม
ว่า "ทำไมทหารถึงได้รับอภิสิทธิ์เป็นพิเศษกว่าอาชีพอื่น????"

เรามี พรบ.นี้มานานแล้วครับ
มีทั้งแบบที่ "แก้ไข" และ "เขียนใหม่" รวมแล้ว 7 ฉบับ
คือ พรบ.ปี 2503 , 2507 , 2519 , 2528 , 2536 , 2543 และ 2551

ไอ้ฉบับหลังสุดของปี 51 คือการ "เขียนขึ้นใหม่" ครับ !!

กฏหมายฉบับนี้มาจากแนวคิดที่ว่า
"นักการเมืองไม่มีความรู้เรื่องของทหาร ดังนั้นจึงต้องให้ทหารปกครองกันเอง"

โห....ถ้าตรรกะเป็นแบบนี้
ประเทศอย่างสหรัฐก็คงแย่นะครับ
เพราะผู้นำประเทศ หรือ รัฐมนตรีกลาโหมของเขา
สามารถที่จะบริหาร , จัดการ , สั่งการทหารตามอำนาจที่ประชาชนเลือกมาโดยที่เขาไม่รู้เรื่องทหารเลยหรือ ?? !!!

ส่วนเมืองไทยนั้น
นอกจากผู้บริหารจะแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพไม่ได้แล้ว
ยังมีเรื่องที่ "โคตรฮา" กว่า ก็คือไอ้พวก ผบ.เหล่าทัพดันมีอำนาจเสนอชื่อ "ปลัด กห." อีกต่างหาก

ทั้งๆที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของพวกมัน
ทั้งๆที่มันคนละสายงาน , คนละหน่วยงานเลยด้วยซ้ำ
ดีที่ว่า รมว.กห.เล่นบทแข็ง จนทำให้ "นิพัทธ์" ขึ้นเป็นปลัดได้สำเร็จ

กลับตาลปัตรเลยครับระหว่าง "ประเทศทุย" กับ "อเมริกา" !!!!!

การจะแต่งตั้งโยกย้ายใคร
ไอ้ พรบ.นี้ก็ให้อำนาจกับ 5 ขรก.ประจำ
คือ ปลัด กห. , ผบ.สูงสุด และ 3 ผบ.เหล่าทัพ
ส่วนอีก 2 เสียงคือ รมว. และ รมช.กห. ที่เป็นนักการเมือง

คำถามก็คือ
มัน "ชอบธรรม" หรือไม่
ที่ไอ้ ผบ.เหล่าทัพทั้ง 3 คน
มีอำนาจในการพิจารณาตำแหน่งในระดับเดียวกับมัน (หรือแม้แต่เก้าอี้ของมันเอง) ???

เก้าอี้ตัวเองมันก็ต้องเกาะไว้แน่น
ใครจะไปยอมให้ผู้บังคับบัญชาย้ายตัวมันออกไปล่ะครับ ??

ในประเทศสหรัฐ
การแต่งตั้งนายทหารระดับ พลโท , พลเอก
จะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร (การเมือง) เท่านั้นครับ
เพราะทหารระดับนี้ต้องทำงานในเชิงของนโยบาย และ กลยุทธ์
และ ที่สำคัญต้องทำงานให้ "เข้าขา" กับฝ่ายบริหาร (ที่ประชาชนเขาเลือกมา)

ส่วนที่ต่ำกว่าพลโทลงไป
ซึ่งถือเป็นระดับปฏิบัตินั้น
เขาก็จะให้ฝ่ายทหารว่ากันไปเอง

ช่างตรงข้ามอย่างสิ้นกับ "พรบ.กลาโหมเกาะเก้าอี้ปี 51" ของไทย

ทหารใหญ่ของเราแต่ละคนก็ดีๆทั้งนั้นครับ
แทบทุกคนล้วนแล้วแต่ร่ำรวย สุขสบาย กันถ้วนหน้า
ทั้งๆที่แทบจะไม่เคยทำธุรกิจอะไร นอกจาก "รับราชการ" เพียงอย่างเดียว

...ตัวอย่างเช่น.....

-"ไอ้บัง คมช."
มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง
แต่เปิดทรัพย์สินของมันออกมาแล้ว
ไอ้นี่รวยยิ่งกว่านักธุรกิจที่ทำงานสายตัวแทบขาด

เรื่อง "งบลับ" หลัง 19 กย.49 ของมัน ยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ !!

-"ป๊อก หัวล้าน"
นี่ก็ครอบครัวชนชั้นกลาง
ต่อให้รับเงินเดือนอย่างเดียว
โดยไม่ใช้ไม่จ่ายยันเกษียณเลย
จะยังไงก็ไม่น่าจะร่ำรวยได้ขนาดนี้

-"ไอ้พรั่ง วีระบุหลุด"
ไอ้นี่คนนี้ก็ชนชั้นกลางเช่นกัน
เงินเดือน+เบี้ยหวัดบำนาญ+เบี้ยประชุมบอร์ดการท่าฯ
ดูยังไงไอ้หมอนี่ก็ไม่น่าจะมีเงินมากมายมหาศาลอีกเช่นกัน

แต่ทำไมมันถึงรวยขนาดนี้
ต่อให้เอาผลตอบแทนจากการนั่งเป็นประธานบอร์ด ทอท.มารวมก็เถอะ

อย่าลืมว่าไอ้นี่ได้นั่งเป็นใหญ่ใน ทอท.ในช่วงเวลาแค่ไม่นานเองนะครับ

-"ยุทธ เขายายเที่ยง"
คนนี้ก็อย่างที่รู้กันทั่วไป
ว่ามีบ้านพักตากอากาศหรูหรา
อยู่ที่ "เขายายเที่ยง" วิวสวยงาม สบายตา

ทั้งๆที่ภาพพจน์เป็นคนที่สมถะอย่างมาก

กว่าจะคืนที่หลวง
ก็เล่นเอาทะเลาะกันแทบตาย

-"นางสาววิตร" อดีต ผบ.ทบ.นะยะ
คนนี้เกษียณไปจนคนลืมไปแล้ว แต่ยังหน้าด้านอยู่บ้านหลวงจนถึงทุกวันนี้
แบบนี้จะไม่รวยทนไหวหรือ ก็เล่นเบียดเบียนเงินภาษีของประชาชนแบบไม่อาย
ด้วยการที่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้คนที่เกษียณไปแล้ว และ มันก็ก็ไม่ได้จนอีกต่างหาก

คนเหล่านี้ทำไมที่ตอนแรกก็ไม่ได้ร่ำรวยมากมาย
แต่พอรับราชการไปเรื่อยๆ แล้วทำไมถึงได้รวยสะดือปลิ้นขนาดนี้ ???

กว่าจะขั้นเงินเดือนทะลุมาจนสูงสุด
ต้องใช้เวลาเป็นอย่างน้อยก็น่าจะมียี่สิบปีเป็นอย่างน้อย
เป็นทหารติดยศร้อยตรีใหม่ๆ เงินเดือนมันก็ไม่กี่พันเองนะครับ

ระยะเวลาที่จะเก็บสะสม
มาจนถึงวันที่เกษียณอายุ
เก็บจนปวดกระเบนเหน็บ...ยังไงก็ไม่รวยกันได้ขนาดนี้หรอกครับ

หรือแม้แต่ "ไอ้เหล่" นี่ก็เถอะ
หากถึงวันเกษียณแล้วเปิด บช.ทรัพย์สินออกมา
ผมว่าน่าจะถึงขั้น "ตะลึง" กันพอสมควรอย่างแน่นอน

มี พรบ.เกาะเก้าอี้ 51 คุ้มหัว
ใครจะย้ายมันก็ไม่สามารถทำได้
เกาะเก้าอี้เสวยสุขกันจนก้นรากงอก

แถมยังมีมาตรา 309 ที่โจรเขียน
มาเป็นเกราะห้ามการตรวจสอบจากสังคม
มันจึงน่าจะถึงเวลาที่จะแก้ไขไอ้ "พรบ.จัดระเบียบราชการ กห.ปี 51" กันเสียทีครับ !!!





ขอบคุณคุณธรรมดาสามัญ ที่ให้ยืมอมยิ้มมาบู๊กับสลิ่มครับ

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่