กฏหมายที่ถูกเขียนโดย "เผด็จการ"
หรือ กฏหมายที่ออกมาเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ประเทศที่เจริญแล้วเขาต่างพยายามแก้ไข หรือ ยกเลิก
มีแต่ "ประเทศทุย" ของเรานี่แหละครับ ที่หลับหูหลับตาใช้กันทั้งๆที่มันคือ "ตัวถ่วงความเจริญ"
ทั้ง ม.309 ที่เผด็จการเขียนไว้
ชนิดที่ระบุให้การกระทำทุกอย่างของพวกมัน
ทั้งในอดีต ทั้งปัจจุบัน และ ที่จะทำต่อไปในอนาคต "ไม่มีความผิดเลย" (ฮิตเล่อร์อายม้วนเลย)
ทั้งกฏหมายเบี้ยหวัดบำนาญของ สส. สว. ที่ผ่านออกมาชนิด "โคตรฮา"
เพราะจ่ายบำนาญให้ สส. สว.ชนิดที่ว่าแม่เจ้าตัวจะตายไปแล้วก็ยังจ่ายกันต่อให้ลูกให้หลาน
(อันหลังนี้มีล็อคอินท่านหนึ่งในพันทิปนี่แหละครับ ที่ได้คุยกับ สว.ท่านหนึ่งที่ว่ากันว่า "ตงฉิน"
แต่ สว.คนนั้นกลับสารภาพว่า "ใครที่ออกกฏหมายก็ต้องออกเพื่อประโยชน์ของตนเองกันทั้งนั้น"
ล็อคอินท่านนั้นเลยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวเปิดเพจรณรงค์ต่อต้านกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมมาจนถึงบัดนี้)
และ ที่เป็นเรื่องของ "ประโยชน์ส่วนตน" อีกเรื่อง
ก็คือกฏหมาย "พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551" นี่แหละครับ
พรบ.นี้คือกฏหมายที่มาจากสภานิติบัญญัติ ซึ่งผ่านการ "แต่งตั้ง" จากไอ้พวก คมช. !!!
แถมในตอนที่ผ่านสภาฯออกมา
ก็ดันไม่ครบองค์ประชุมอีกต่างหาก เพราะมีคนเข้าประชุมแค่ 85 คน
รายละเอียดของ พรบ.นี้
สรุปรวมๆก็คือมันทำให้ รมว.กลาโหม "พิการ"
เพราะไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายผู้นำเหล่าทัพได้ตามที่ต้องการ
เป็นผู้บังคับบัญชา
แต่กลับแต่งตั้ง หรือ ย้ายทหารไม่ได้
มันก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ เพราะมันคือเรื่องของ "การบริหาร"
ที่สำคัญมันทำให้หลายๆคนตั้งคำถาม
ว่า "ทำไมทหารถึงได้รับอภิสิทธิ์เป็นพิเศษกว่าอาชีพอื่น????"
เรามี พรบ.นี้มานานแล้วครับ
มีทั้งแบบที่ "แก้ไข" และ "เขียนใหม่" รวมแล้ว 7 ฉบับ
คือ พรบ.ปี 2503 , 2507 , 2519 , 2528 , 2536 , 2543 และ 2551
ไอ้ฉบับหลังสุดของปี 51 คือการ "เขียนขึ้นใหม่" ครับ !!
กฏหมายฉบับนี้มาจากแนวคิดที่ว่า
"นักการเมืองไม่มีความรู้เรื่องของทหาร ดังนั้นจึงต้องให้ทหารปกครองกันเอง"
โห....ถ้าตรรกะเป็นแบบนี้
ประเทศอย่างสหรัฐก็คงแย่นะครับ
เพราะผู้นำประเทศ หรือ รัฐมนตรีกลาโหมของเขา
สามารถที่จะบริหาร , จัดการ , สั่งการทหารตามอำนาจที่ประชาชนเลือกมาโดยที่เขาไม่รู้เรื่องทหารเลยหรือ ?? !!!
ส่วนเมืองไทยนั้น
นอกจากผู้บริหารจะแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพไม่ได้แล้ว
ยังมีเรื่องที่ "โคตรฮา" กว่า ก็คือไอ้พวก ผบ.เหล่าทัพดันมีอำนาจเสนอชื่อ "ปลัด กห." อีกต่างหาก
ทั้งๆที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของพวกมัน
ทั้งๆที่มันคนละสายงาน , คนละหน่วยงานเลยด้วยซ้ำ
ดีที่ว่า รมว.กห.เล่นบทแข็ง จนทำให้ "นิพัทธ์" ขึ้นเป็นปลัดได้สำเร็จ
กลับตาลปัตรเลยครับระหว่าง "ประเทศทุย" กับ "อเมริกา" !!!!!
การจะแต่งตั้งโยกย้ายใคร
ไอ้ พรบ.นี้ก็ให้อำนาจกับ 5 ขรก.ประจำ
คือ ปลัด กห. , ผบ.สูงสุด และ 3 ผบ.เหล่าทัพ
ส่วนอีก 2 เสียงคือ รมว. และ รมช.กห. ที่เป็นนักการเมือง
คำถามก็คือ
มัน "ชอบธรรม" หรือไม่
ที่ไอ้ ผบ.เหล่าทัพทั้ง 3 คน
มีอำนาจในการพิจารณาตำแหน่งในระดับเดียวกับมัน (หรือแม้แต่เก้าอี้ของมันเอง) ???
เก้าอี้ตัวเองมันก็ต้องเกาะไว้แน่น
ใครจะไปยอมให้ผู้บังคับบัญชาย้ายตัวมันออกไปล่ะครับ ??
ในประเทศสหรัฐ
การแต่งตั้งนายทหารระดับ พลโท , พลเอก
จะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร (การเมือง) เท่านั้นครับ
เพราะทหารระดับนี้ต้องทำงานในเชิงของนโยบาย และ กลยุทธ์
และ ที่สำคัญต้องทำงานให้ "เข้าขา" กับฝ่ายบริหาร (ที่ประชาชนเขาเลือกมา)
ส่วนที่ต่ำกว่าพลโทลงไป
ซึ่งถือเป็นระดับปฏิบัตินั้น
เขาก็จะให้ฝ่ายทหารว่ากันไปเอง
ช่างตรงข้ามอย่างสิ้นกับ "พรบ.กลาโหมเกาะเก้าอี้ปี 51" ของไทย
ทหารใหญ่ของเราแต่ละคนก็ดีๆทั้งนั้นครับ
แทบทุกคนล้วนแล้วแต่ร่ำรวย สุขสบาย กันถ้วนหน้า
ทั้งๆที่แทบจะไม่เคยทำธุรกิจอะไร นอกจาก "รับราชการ" เพียงอย่างเดียว
...ตัวอย่างเช่น.....
-"ไอ้บัง คมช."
มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง
แต่เปิดทรัพย์สินของมันออกมาแล้ว
ไอ้นี่รวยยิ่งกว่านักธุรกิจที่ทำงานสายตัวแทบขาด
เรื่อง "งบลับ" หลัง 19 กย.49 ของมัน ยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ !!
-"ป๊อก หัวล้าน"
นี่ก็ครอบครัวชนชั้นกลาง
ต่อให้รับเงินเดือนอย่างเดียว
โดยไม่ใช้ไม่จ่ายยันเกษียณเลย
จะยังไงก็ไม่น่าจะร่ำรวยได้ขนาดนี้
-"ไอ้พรั่ง วีระบุหลุด"
ไอ้นี่คนนี้ก็ชนชั้นกลางเช่นกัน
เงินเดือน+เบี้ยหวัดบำนาญ+เบี้ยประชุมบอร์ดการท่าฯ
ดูยังไงไอ้หมอนี่ก็ไม่น่าจะมีเงินมากมายมหาศาลอีกเช่นกัน
แต่ทำไมมันถึงรวยขนาดนี้
ต่อให้เอาผลตอบแทนจากการนั่งเป็นประธานบอร์ด ทอท.มารวมก็เถอะ
อย่าลืมว่าไอ้นี่ได้นั่งเป็นใหญ่ใน ทอท.ในช่วงเวลาแค่ไม่นานเองนะครับ
-"ยุทธ เขายายเที่ยง"
คนนี้ก็อย่างที่รู้กันทั่วไป
ว่ามีบ้านพักตากอากาศหรูหรา
อยู่ที่ "เขายายเที่ยง" วิวสวยงาม สบายตา
ทั้งๆที่ภาพพจน์เป็นคนที่สมถะอย่างมาก
กว่าจะคืนที่หลวง
ก็เล่นเอาทะเลาะกันแทบตาย
-"นางสาววิตร" อดีต ผบ.ทบ.นะยะ
คนนี้เกษียณไปจนคนลืมไปแล้ว แต่ยังหน้าด้านอยู่บ้านหลวงจนถึงทุกวันนี้
แบบนี้จะไม่รวยทนไหวหรือ ก็เล่นเบียดเบียนเงินภาษีของประชาชนแบบไม่อาย
ด้วยการที่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้คนที่เกษียณไปแล้ว และ มันก็ก็ไม่ได้จนอีกต่างหาก
คนเหล่านี้ทำไมที่ตอนแรกก็ไม่ได้ร่ำรวยมากมาย
แต่พอรับราชการไปเรื่อยๆ แล้วทำไมถึงได้รวยสะดือปลิ้นขนาดนี้ ???
กว่าจะขั้นเงินเดือนทะลุมาจนสูงสุด
ต้องใช้เวลาเป็นอย่างน้อยก็น่าจะมียี่สิบปีเป็นอย่างน้อย
เป็นทหารติดยศร้อยตรีใหม่ๆ เงินเดือนมันก็ไม่กี่พันเองนะครับ
ระยะเวลาที่จะเก็บสะสม
มาจนถึงวันที่เกษียณอายุ
เก็บจนปวดกระเบนเหน็บ...ยังไงก็ไม่รวยกันได้ขนาดนี้หรอกครับ
หรือแม้แต่ "ไอ้เหล่" นี่ก็เถอะ
หากถึงวันเกษียณแล้วเปิด บช.ทรัพย์สินออกมา
ผมว่าน่าจะถึงขั้น "ตะลึง" กันพอสมควรอย่างแน่นอน
มี พรบ.เกาะเก้าอี้ 51 คุ้มหัว
ใครจะย้ายมันก็ไม่สามารถทำได้
เกาะเก้าอี้เสวยสุขกันจนก้นรากงอก
แถมยังมีมาตรา 309 ที่โจรเขียน
มาเป็นเกราะห้ามการตรวจสอบจากสังคม
มันจึงน่าจะถึงเวลาที่จะแก้ไขไอ้ "พรบ.จัดระเบียบราชการ กห.ปี 51" กันเสียทีครับ !!!
ขอบคุณคุณธรรมดาสามัญ ที่ให้ยืมอมยิ้มมาบู๊กับสลิ่มครับ
++++++++++ .......... ป ฏิ รู ป ป ร ะ เ ท ศ.........ป ฏิ รู ป " ไ อ้ เ ห ล่ " !!!!!!!!!!!!! .......... ++++++++++
หรือ กฏหมายที่ออกมาเพื่อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ประเทศที่เจริญแล้วเขาต่างพยายามแก้ไข หรือ ยกเลิก
มีแต่ "ประเทศทุย" ของเรานี่แหละครับ ที่หลับหูหลับตาใช้กันทั้งๆที่มันคือ "ตัวถ่วงความเจริญ"
ทั้ง ม.309 ที่เผด็จการเขียนไว้
ชนิดที่ระบุให้การกระทำทุกอย่างของพวกมัน
ทั้งในอดีต ทั้งปัจจุบัน และ ที่จะทำต่อไปในอนาคต "ไม่มีความผิดเลย" (ฮิตเล่อร์อายม้วนเลย)
ทั้งกฏหมายเบี้ยหวัดบำนาญของ สส. สว. ที่ผ่านออกมาชนิด "โคตรฮา"
เพราะจ่ายบำนาญให้ สส. สว.ชนิดที่ว่าแม่เจ้าตัวจะตายไปแล้วก็ยังจ่ายกันต่อให้ลูกให้หลาน
(อันหลังนี้มีล็อคอินท่านหนึ่งในพันทิปนี่แหละครับ ที่ได้คุยกับ สว.ท่านหนึ่งที่ว่ากันว่า "ตงฉิน"
แต่ สว.คนนั้นกลับสารภาพว่า "ใครที่ออกกฏหมายก็ต้องออกเพื่อประโยชน์ของตนเองกันทั้งนั้น"
ล็อคอินท่านนั้นเลยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวเปิดเพจรณรงค์ต่อต้านกฏหมายที่ไม่เป็นธรรมมาจนถึงบัดนี้)
และ ที่เป็นเรื่องของ "ประโยชน์ส่วนตน" อีกเรื่อง
ก็คือกฏหมาย "พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551" นี่แหละครับ
พรบ.นี้คือกฏหมายที่มาจากสภานิติบัญญัติ ซึ่งผ่านการ "แต่งตั้ง" จากไอ้พวก คมช. !!!
แถมในตอนที่ผ่านสภาฯออกมา
ก็ดันไม่ครบองค์ประชุมอีกต่างหาก เพราะมีคนเข้าประชุมแค่ 85 คน
รายละเอียดของ พรบ.นี้
สรุปรวมๆก็คือมันทำให้ รมว.กลาโหม "พิการ"
เพราะไม่สามารถแต่งตั้งโยกย้ายผู้นำเหล่าทัพได้ตามที่ต้องการ
เป็นผู้บังคับบัญชา
แต่กลับแต่งตั้ง หรือ ย้ายทหารไม่ได้
มันก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ เพราะมันคือเรื่องของ "การบริหาร"
ที่สำคัญมันทำให้หลายๆคนตั้งคำถาม
ว่า "ทำไมทหารถึงได้รับอภิสิทธิ์เป็นพิเศษกว่าอาชีพอื่น????"
เรามี พรบ.นี้มานานแล้วครับ
มีทั้งแบบที่ "แก้ไข" และ "เขียนใหม่" รวมแล้ว 7 ฉบับ
คือ พรบ.ปี 2503 , 2507 , 2519 , 2528 , 2536 , 2543 และ 2551
ไอ้ฉบับหลังสุดของปี 51 คือการ "เขียนขึ้นใหม่" ครับ !!
กฏหมายฉบับนี้มาจากแนวคิดที่ว่า
"นักการเมืองไม่มีความรู้เรื่องของทหาร ดังนั้นจึงต้องให้ทหารปกครองกันเอง"
โห....ถ้าตรรกะเป็นแบบนี้
ประเทศอย่างสหรัฐก็คงแย่นะครับ
เพราะผู้นำประเทศ หรือ รัฐมนตรีกลาโหมของเขา
สามารถที่จะบริหาร , จัดการ , สั่งการทหารตามอำนาจที่ประชาชนเลือกมาโดยที่เขาไม่รู้เรื่องทหารเลยหรือ ?? !!!
ส่วนเมืองไทยนั้น
นอกจากผู้บริหารจะแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพไม่ได้แล้ว
ยังมีเรื่องที่ "โคตรฮา" กว่า ก็คือไอ้พวก ผบ.เหล่าทัพดันมีอำนาจเสนอชื่อ "ปลัด กห." อีกต่างหาก
ทั้งๆที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของพวกมัน
ทั้งๆที่มันคนละสายงาน , คนละหน่วยงานเลยด้วยซ้ำ
ดีที่ว่า รมว.กห.เล่นบทแข็ง จนทำให้ "นิพัทธ์" ขึ้นเป็นปลัดได้สำเร็จ
กลับตาลปัตรเลยครับระหว่าง "ประเทศทุย" กับ "อเมริกา" !!!!!
การจะแต่งตั้งโยกย้ายใคร
ไอ้ พรบ.นี้ก็ให้อำนาจกับ 5 ขรก.ประจำ
คือ ปลัด กห. , ผบ.สูงสุด และ 3 ผบ.เหล่าทัพ
ส่วนอีก 2 เสียงคือ รมว. และ รมช.กห. ที่เป็นนักการเมือง
คำถามก็คือ
มัน "ชอบธรรม" หรือไม่
ที่ไอ้ ผบ.เหล่าทัพทั้ง 3 คน
มีอำนาจในการพิจารณาตำแหน่งในระดับเดียวกับมัน (หรือแม้แต่เก้าอี้ของมันเอง) ???
เก้าอี้ตัวเองมันก็ต้องเกาะไว้แน่น
ใครจะไปยอมให้ผู้บังคับบัญชาย้ายตัวมันออกไปล่ะครับ ??
ในประเทศสหรัฐ
การแต่งตั้งนายทหารระดับ พลโท , พลเอก
จะเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร (การเมือง) เท่านั้นครับ
เพราะทหารระดับนี้ต้องทำงานในเชิงของนโยบาย และ กลยุทธ์
และ ที่สำคัญต้องทำงานให้ "เข้าขา" กับฝ่ายบริหาร (ที่ประชาชนเขาเลือกมา)
ส่วนที่ต่ำกว่าพลโทลงไป
ซึ่งถือเป็นระดับปฏิบัตินั้น
เขาก็จะให้ฝ่ายทหารว่ากันไปเอง
ช่างตรงข้ามอย่างสิ้นกับ "พรบ.กลาโหมเกาะเก้าอี้ปี 51" ของไทย
ทหารใหญ่ของเราแต่ละคนก็ดีๆทั้งนั้นครับ
แทบทุกคนล้วนแล้วแต่ร่ำรวย สุขสบาย กันถ้วนหน้า
ทั้งๆที่แทบจะไม่เคยทำธุรกิจอะไร นอกจาก "รับราชการ" เพียงอย่างเดียว
...ตัวอย่างเช่น.....
-"ไอ้บัง คมช."
มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง
แต่เปิดทรัพย์สินของมันออกมาแล้ว
ไอ้นี่รวยยิ่งกว่านักธุรกิจที่ทำงานสายตัวแทบขาด
เรื่อง "งบลับ" หลัง 19 กย.49 ของมัน ยังคงเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้ !!
-"ป๊อก หัวล้าน"
นี่ก็ครอบครัวชนชั้นกลาง
ต่อให้รับเงินเดือนอย่างเดียว
โดยไม่ใช้ไม่จ่ายยันเกษียณเลย
จะยังไงก็ไม่น่าจะร่ำรวยได้ขนาดนี้
-"ไอ้พรั่ง วีระบุหลุด"
ไอ้นี่คนนี้ก็ชนชั้นกลางเช่นกัน
เงินเดือน+เบี้ยหวัดบำนาญ+เบี้ยประชุมบอร์ดการท่าฯ
ดูยังไงไอ้หมอนี่ก็ไม่น่าจะมีเงินมากมายมหาศาลอีกเช่นกัน
แต่ทำไมมันถึงรวยขนาดนี้
ต่อให้เอาผลตอบแทนจากการนั่งเป็นประธานบอร์ด ทอท.มารวมก็เถอะ
อย่าลืมว่าไอ้นี่ได้นั่งเป็นใหญ่ใน ทอท.ในช่วงเวลาแค่ไม่นานเองนะครับ
-"ยุทธ เขายายเที่ยง"
คนนี้ก็อย่างที่รู้กันทั่วไป
ว่ามีบ้านพักตากอากาศหรูหรา
อยู่ที่ "เขายายเที่ยง" วิวสวยงาม สบายตา
ทั้งๆที่ภาพพจน์เป็นคนที่สมถะอย่างมาก
กว่าจะคืนที่หลวง
ก็เล่นเอาทะเลาะกันแทบตาย
-"นางสาววิตร" อดีต ผบ.ทบ.นะยะ
คนนี้เกษียณไปจนคนลืมไปแล้ว แต่ยังหน้าด้านอยู่บ้านหลวงจนถึงทุกวันนี้
แบบนี้จะไม่รวยทนไหวหรือ ก็เล่นเบียดเบียนเงินภาษีของประชาชนแบบไม่อาย
ด้วยการที่ต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟให้คนที่เกษียณไปแล้ว และ มันก็ก็ไม่ได้จนอีกต่างหาก
คนเหล่านี้ทำไมที่ตอนแรกก็ไม่ได้ร่ำรวยมากมาย
แต่พอรับราชการไปเรื่อยๆ แล้วทำไมถึงได้รวยสะดือปลิ้นขนาดนี้ ???
กว่าจะขั้นเงินเดือนทะลุมาจนสูงสุด
ต้องใช้เวลาเป็นอย่างน้อยก็น่าจะมียี่สิบปีเป็นอย่างน้อย
เป็นทหารติดยศร้อยตรีใหม่ๆ เงินเดือนมันก็ไม่กี่พันเองนะครับ
ระยะเวลาที่จะเก็บสะสม
มาจนถึงวันที่เกษียณอายุ
เก็บจนปวดกระเบนเหน็บ...ยังไงก็ไม่รวยกันได้ขนาดนี้หรอกครับ
หรือแม้แต่ "ไอ้เหล่" นี่ก็เถอะ
หากถึงวันเกษียณแล้วเปิด บช.ทรัพย์สินออกมา
ผมว่าน่าจะถึงขั้น "ตะลึง" กันพอสมควรอย่างแน่นอน
มี พรบ.เกาะเก้าอี้ 51 คุ้มหัว
ใครจะย้ายมันก็ไม่สามารถทำได้
เกาะเก้าอี้เสวยสุขกันจนก้นรากงอก
แถมยังมีมาตรา 309 ที่โจรเขียน
มาเป็นเกราะห้ามการตรวจสอบจากสังคม
มันจึงน่าจะถึงเวลาที่จะแก้ไขไอ้ "พรบ.จัดระเบียบราชการ กห.ปี 51" กันเสียทีครับ !!!
ขอบคุณคุณธรรมดาสามัญ ที่ให้ยืมอมยิ้มมาบู๊กับสลิ่มครับ