เรื่องสั้น..ในช่วงปิดเทอมและเทศกาลสงกรานต์ค่ะ
น้องอิม เด็กหญิงวัย 9 ขวบ รูปร่างผอมบาง นัยน์ตาสดใส แถมยังซุกซนอยู่เสมอ ต้องเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาต่างจังหวัด
เพราะครอบครัวของเธอต้องสูญเสียคุณย่าทวดไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคชรา สิ้นสุดอายุขัยที่วัย 98 ปี เธอและครอบครัว
จึงตองเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจคุณย่าทวดของเธอ พร้อมกับการไปเยื่ยมเยี่ยน คุณปู่ คุณย่า และญาติพี่น้องไปด้วยเลย....
บ้านไม้สองชั้นยกใต้ถุนสูง...ตามแบบบ้านของคนต่างจังหวัดทั่วไป มีคนเข้า-ออกตลอดทั้งวัน เพราะเจ้าของบ้านตั้งศพของท่าน
ประมุขใหญ่ที่เพิ่งจากไปไว้ที่บนบ้าน เพื่อทำพิธีสวดและให้ลูกหลานมากราบเคารพศพเป็นครั้งสุดท้าย และสาเหตุที่ต้องตั้งศพไว้ที่บ้าน
ก็เพราะต้องทำตามคำสั่งที่ท่านสั่งไว้ก่อนตายว่า ให้จัดการทำศพที่บ้านนี้ เพราะท่านรักบ้านนี้มาก ท่านขอให้เก็บสมบัติของท่านไว้
ในตู้ไม้แกะสลักลายไทยเก่าๆ ที่ท่านหอบหิ้วมาตอนแต่งงานกับคุณปู่ทวด
และในนั้นก็มีสมบัติของคุณปู่ทวดที่ท่านทั้งรักและหวงแหนเก็บไว้....ท่านสั่งนักสั่งหนาก่อนตายว่า ต้องเอาสมบัติของท่านเก็บไว้คู่กัน
......และเมื่อท่านสิ้นใจที่บ้านหลังนี้ ลูกหลานทุกคนก็ยินยอมทำตามที่ท่านสั่งไว้.....
น้องอิมและคุณพ่อคุณแม่ อยู่จนการทำพิธีสวดและฌาปนกิจคุณย่าทวดเรียบร้อย..ข้าวของเครื่องใช้ที่ยืมมาถูกส่งคืนกลับวัด
เหตุการณ์กลับเข้าสู่ปรกติ เพื่อนบ้านที่มาช่วยงาน ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป นี่เป็นน้ำใจอย่างหนึ่งของคนต่างจังหวัด
ที่มักจะมาช่วยเหลือกันเสมอ ๆไม่ว่าจะเป็นงานบุญใดๆ และแน่นอน ข้าวของ ของคุณย่าทวด ถูกเก็บไว้ในตู้ไม้แกะสลักลายไทย
ใบเก่าใบนั้น รวมทั้งรูปคุณย่าทวดที่ยังตั้งอยู่บนหลังตู้ที่ยังไม่ได้เอาขึ้นหิ้งด้วย....
ครอบครัวของน้องอิม ตัดสินใจพักต่ออยู่ที่นี่อีกต่อ อีกซักสองอาทิตย์ เพื่อให้หายจากการอาการเหนื่อยจากงานและการเดิมทาง
และน้องอิมก็ร่ำร้องจะอยู่ต่อเพราะกำลังสนุกกับสิ่งแปลกใหม่รอบตัว อีกทั้งเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว
และครอบครัวของเธอก็ประกอบอาชีพค้าขายส่วนตัว จึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบกลับไป กทมเท่าใดนัก...
และยังได้อยู่กับปู่และย่า อีกทั้งยังได้ทำความคุ้นเคยกับญาติๆที่พวกเค้าจากไปนานด้วย...
ตู้ไม้แกะสลักลายไทยเก่าๆใบนั้น ตั้งอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นบ้าน โดยหันหลังพิงกำแพงห้องเก็บของเอาไว้
คนต่างจังหวัดมักนิยมสร้างห้องเก็บข้องเล็กๆไว้ข้างล่างใต้ถุน เพื่อไว้เก็บของ และที่บ้านหลังนี้ก็ทำเป็นห้องไว้ติดกับบันไดทางขึ้นบ้าน
ซึ่งมันทำให้ดูทึบและอึมครึมเป็นอย่างมาก เพราะบันไดมันไปอยู่กลางบ้านซะนี่
...และการเดินขึ้นบ้านต้องผ่านตู้ไม้เก่าใบนี้อย่างแน่นอน...
สองวันหลังจากที่ฌาปนกิจคุณย่าทวดเสร็จ เย็นวันนี้เป็นวันที่สอง น้องอิมรู้สึกแปลกๆกับอากาศเหลือเกิน ฟ้าหลัวๆครึ้มๆ
อากาศที่อบอ้าวทำให้น้องอิมรู้สึกอึดอัดมาก ...เธอรู้สึกกระสับกระส่าย เหมือนมีสายตาของใครบางคนจับจ้องเธออยู่
ไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหน อย่างไร เธอต้องคอยมองมาที่รูปของคุณย่าทวดเสมอ
และเหมือนว่าเธอไม่สามารถที่จะถอนหรือละสายตาไปจากรูปของคุณย่าทวดได้เลย...และทุกๆครั้งที่เธอเดินผ่านตู้เพื่อจะขึ้นบันได
ไปบนบ้าน เธอจะรับรู้ถึงอาการสั่นเบาๆของตู้เสมอ มันสั่น ! พร้อมๆกับสายตาของคุณย่าทวดที่มองมาที่เธอ และเธอก็เริ่มกลัว
วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว น้องอิมเริ่มมีอาการเงียบมากขึ้น ไม่ซุกซนเหมือนเก่า หวาดระแวงจะเดินไปไหน
ก็ต้องเกาะคุณพ่อหรือคุณแม่ แจที่สำคัญเธอร่ำร้องที่จะกลับบ้าน จนทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องอิม
เพราะน้องอิม เป็นคนร่ำร้องที่อยู่ที่นี่เองนี่นา...
เกือบจะพลบค่ำแล้ว น้องอิมรู้สึกง่วงมากอยากนอนเหลือเกิน ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น อยากขึ้นไปนอนบนห้อง
แต่ก็กลัวที่จะเดินผ่านตู้ไม้เก่าใบนั้น แต่ด้วยที่คุณแม่ยังทำกับข้าวไม่เสร็จ และคุณพ่อก็ช่วยคุณปู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่
จึงไม่มีใครสนใจเธอเท่าไหร่นัก และด้วยความง่วงที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก เธอจึงตัดสินใจที่จะรีบเดินขึ้นบันได
โดยก้มหน้าก้มตา ไม่มองไปยังตู้ใบนั้น และเมื่อเธอกำลังจะเดินผ่านไป
ทันใดนั้นเอง !! ตู้ไม้แกะสลักลายไทยในนั้น ก็สั่นขึ้นมาอย่างแรง พร้อมๆกับรูปของย่าคุณทวดที่ตกลงมายังพื้น
จนทำให้กรอบรูปแตกกระจาย เสียงดัง
" เพล้ง " ของกรอบรูปที่ตกดังขึ้น พร้อมเสียง
" กรี๊ด..ดดดด.... "
ที่ร้องอย่างโหยหวน ของเด็กน้อย ดังขึ้น พร้อมๆกัน +++
น้องอิมรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างเนิ่นนานมาก เธอไม่รู้สึกตัวเลยว่าเสียงที่เธอแผดร้องออกมานั้น
มันจะดังและนานเท่าไหร่ จนกระทั่งมีมือมาเขย่า และกอดตัวเธอ เอาไว้ พร้อมๆกับเสียงคุ้นเคยที่เรียกชื่อเธอ...
" น้องอิม..น้องอิม เป็นอะไร "
ทันใด ที่เธอมองเห็นหน้าคุณแม่ที่กอดเธอไว้แน่น เห็นคุณพ่อและคุณปู่ที่มองมาอย่าง งงๆ...เธอ เริ่มรู้สึกตัว และละล่ำละลัก
บอกกับทุกๆคนว่า
" ..ผีค่ะผี ..ผีคุณย่าทวดมาหลอกน้องอิม ...น้องอิมเห็น ผีคุณ ย่าทวด มาเขย่าตู้ จนทำให้รูปตกลงมา
คุณย่าทวดมองน้องอิมตลอดเวลาเลย น้องอิมกลัว ฮือ..ฮือ.." เด็กน้อยพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลงลงมาอาบแก้ม.....
ทุกคนอึ้ง.. มองลงไปที่รูปที่แตกกระจายที่พื้น ให้ งง และสงสัยยิ่งนัก รูปตกลงมาได้อย่างใร? ใครเป็นคนทำ ? ผีหรือคน?
" น้องอิมเป็นคนทำแล้วโทษผีหรือป่าว? " คุณแม่ถามน้องอิมทันทีที่น้องอิมหยุดพูด...
น้องอิมป่าวทำค่ะ แม่ ผีคุณย่าทวดเป็นคนทำจริงๆ" " คุณย่าทวด คอยมองน้องอิมตลอดเวลา เลย ...
แล้วตู้ใบนี้ก็สั่นทุกครั้งที่น้องอิมเดินผ่าน... ผีคุณย่าทวดต้องมาหลอกแน่ๆค่ะ..น้องอิมกลัว"
เด็กน้อยที่น่าสงสาร ส่งเสียงพูดอย่างรัวๆ และสะอื้นไห้ พร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด...จนทุกคนเริ่มจะสับสน..ลังเลอึดอัด
และสงสารเด็กน้อยอย่างจับใจ....
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไรออกมา...ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาตะคุ่มๆ เดินออกมาจากหลังตู้แกะสลักลายไทย ใบเก่าใบนั้น
มันค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับ เหยียดเท้าหน้าออกไป ช่างเหมือนคนที่กำลังบิดขี้เกียจเสียนี่กระไร
แล้วมันก็หยุดมองหน้าทุกคนๆ พร้อมกับนั่งลงแล้วใช้ขาหน้าข้างขวาตะกุยเกาใบหูข้างขวา อย่างเมามัน
เพราะมันคงคันมาก และเจ้าเห็บที่เกาะกินอยู่บนใบหูของมันคงอ้วนพี...
" เจ้าโกโก้" ...เสียงอุทานของทุกๆคนดังขึ้นพร้อมๆกัน ..เจ้าโกโก้..สุนัขไทยพันธ์ทางตัวค่อนข้างใหญ่
หันมามองตามเสียงที่เรียกชื่อมันมันยืนดูอยู่นิ่งๆซักพัก และเมื่อมันแน่ใจว่า ไม่มีใครโยนเศษกระดูก หรือ อาหารให้มันเป็นแน่แท้...
มันจึงเดินหันหลังจากไปแบบเงียบๆท่ามกลางสายตาของทุกคู่ ที่มองมันเดินจากไปจนลับตา............
" เพ็ญพิชญา "
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
หลอน...
น้องอิม เด็กหญิงวัย 9 ขวบ รูปร่างผอมบาง นัยน์ตาสดใส แถมยังซุกซนอยู่เสมอ ต้องเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาต่างจังหวัด
เพราะครอบครัวของเธอต้องสูญเสียคุณย่าทวดไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคชรา สิ้นสุดอายุขัยที่วัย 98 ปี เธอและครอบครัว
จึงตองเดินทางไปร่วมงานฌาปนกิจคุณย่าทวดของเธอ พร้อมกับการไปเยื่ยมเยี่ยน คุณปู่ คุณย่า และญาติพี่น้องไปด้วยเลย....
บ้านไม้สองชั้นยกใต้ถุนสูง...ตามแบบบ้านของคนต่างจังหวัดทั่วไป มีคนเข้า-ออกตลอดทั้งวัน เพราะเจ้าของบ้านตั้งศพของท่าน
ประมุขใหญ่ที่เพิ่งจากไปไว้ที่บนบ้าน เพื่อทำพิธีสวดและให้ลูกหลานมากราบเคารพศพเป็นครั้งสุดท้าย และสาเหตุที่ต้องตั้งศพไว้ที่บ้าน
ก็เพราะต้องทำตามคำสั่งที่ท่านสั่งไว้ก่อนตายว่า ให้จัดการทำศพที่บ้านนี้ เพราะท่านรักบ้านนี้มาก ท่านขอให้เก็บสมบัติของท่านไว้
ในตู้ไม้แกะสลักลายไทยเก่าๆ ที่ท่านหอบหิ้วมาตอนแต่งงานกับคุณปู่ทวด
และในนั้นก็มีสมบัติของคุณปู่ทวดที่ท่านทั้งรักและหวงแหนเก็บไว้....ท่านสั่งนักสั่งหนาก่อนตายว่า ต้องเอาสมบัติของท่านเก็บไว้คู่กัน
......และเมื่อท่านสิ้นใจที่บ้านหลังนี้ ลูกหลานทุกคนก็ยินยอมทำตามที่ท่านสั่งไว้.....
น้องอิมและคุณพ่อคุณแม่ อยู่จนการทำพิธีสวดและฌาปนกิจคุณย่าทวดเรียบร้อย..ข้าวของเครื่องใช้ที่ยืมมาถูกส่งคืนกลับวัด
เหตุการณ์กลับเข้าสู่ปรกติ เพื่อนบ้านที่มาช่วยงาน ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไป นี่เป็นน้ำใจอย่างหนึ่งของคนต่างจังหวัด
ที่มักจะมาช่วยเหลือกันเสมอ ๆไม่ว่าจะเป็นงานบุญใดๆ และแน่นอน ข้าวของ ของคุณย่าทวด ถูกเก็บไว้ในตู้ไม้แกะสลักลายไทย
ใบเก่าใบนั้น รวมทั้งรูปคุณย่าทวดที่ยังตั้งอยู่บนหลังตู้ที่ยังไม่ได้เอาขึ้นหิ้งด้วย....
ครอบครัวของน้องอิม ตัดสินใจพักต่ออยู่ที่นี่อีกต่อ อีกซักสองอาทิตย์ เพื่อให้หายจากการอาการเหนื่อยจากงานและการเดิมทาง
และน้องอิมก็ร่ำร้องจะอยู่ต่อเพราะกำลังสนุกกับสิ่งแปลกใหม่รอบตัว อีกทั้งเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว
และครอบครัวของเธอก็ประกอบอาชีพค้าขายส่วนตัว จึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบกลับไป กทมเท่าใดนัก...
และยังได้อยู่กับปู่และย่า อีกทั้งยังได้ทำความคุ้นเคยกับญาติๆที่พวกเค้าจากไปนานด้วย...
ตู้ไม้แกะสลักลายไทยเก่าๆใบนั้น ตั้งอยู่ติดกับบันไดทางขึ้นบ้าน โดยหันหลังพิงกำแพงห้องเก็บของเอาไว้
คนต่างจังหวัดมักนิยมสร้างห้องเก็บข้องเล็กๆไว้ข้างล่างใต้ถุน เพื่อไว้เก็บของ และที่บ้านหลังนี้ก็ทำเป็นห้องไว้ติดกับบันไดทางขึ้นบ้าน
ซึ่งมันทำให้ดูทึบและอึมครึมเป็นอย่างมาก เพราะบันไดมันไปอยู่กลางบ้านซะนี่
...และการเดินขึ้นบ้านต้องผ่านตู้ไม้เก่าใบนี้อย่างแน่นอน...
สองวันหลังจากที่ฌาปนกิจคุณย่าทวดเสร็จ เย็นวันนี้เป็นวันที่สอง น้องอิมรู้สึกแปลกๆกับอากาศเหลือเกิน ฟ้าหลัวๆครึ้มๆ
อากาศที่อบอ้าวทำให้น้องอิมรู้สึกอึดอัดมาก ...เธอรู้สึกกระสับกระส่าย เหมือนมีสายตาของใครบางคนจับจ้องเธออยู่
ไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหน อย่างไร เธอต้องคอยมองมาที่รูปของคุณย่าทวดเสมอ
และเหมือนว่าเธอไม่สามารถที่จะถอนหรือละสายตาไปจากรูปของคุณย่าทวดได้เลย...และทุกๆครั้งที่เธอเดินผ่านตู้เพื่อจะขึ้นบันได
ไปบนบ้าน เธอจะรับรู้ถึงอาการสั่นเบาๆของตู้เสมอ มันสั่น ! พร้อมๆกับสายตาของคุณย่าทวดที่มองมาที่เธอ และเธอก็เริ่มกลัว
วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว น้องอิมเริ่มมีอาการเงียบมากขึ้น ไม่ซุกซนเหมือนเก่า หวาดระแวงจะเดินไปไหน
ก็ต้องเกาะคุณพ่อหรือคุณแม่ แจที่สำคัญเธอร่ำร้องที่จะกลับบ้าน จนทำให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องอิม
เพราะน้องอิม เป็นคนร่ำร้องที่อยู่ที่นี่เองนี่นา...
เกือบจะพลบค่ำแล้ว น้องอิมรู้สึกง่วงมากอยากนอนเหลือเกิน ตาแทบจะลืมไม่ขึ้น อยากขึ้นไปนอนบนห้อง
แต่ก็กลัวที่จะเดินผ่านตู้ไม้เก่าใบนั้น แต่ด้วยที่คุณแม่ยังทำกับข้าวไม่เสร็จ และคุณพ่อก็ช่วยคุณปู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์อยู่
จึงไม่มีใครสนใจเธอเท่าไหร่นัก และด้วยความง่วงที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก เธอจึงตัดสินใจที่จะรีบเดินขึ้นบันได
โดยก้มหน้าก้มตา ไม่มองไปยังตู้ใบนั้น และเมื่อเธอกำลังจะเดินผ่านไป
ทันใดนั้นเอง !! ตู้ไม้แกะสลักลายไทยในนั้น ก็สั่นขึ้นมาอย่างแรง พร้อมๆกับรูปของย่าคุณทวดที่ตกลงมายังพื้น
จนทำให้กรอบรูปแตกกระจาย เสียงดัง " เพล้ง " ของกรอบรูปที่ตกดังขึ้น พร้อมเสียง " กรี๊ด..ดดดด.... "
ที่ร้องอย่างโหยหวน ของเด็กน้อย ดังขึ้น พร้อมๆกัน +++
น้องอิมรู้สึกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่กับที่อย่างเนิ่นนานมาก เธอไม่รู้สึกตัวเลยว่าเสียงที่เธอแผดร้องออกมานั้น
มันจะดังและนานเท่าไหร่ จนกระทั่งมีมือมาเขย่า และกอดตัวเธอ เอาไว้ พร้อมๆกับเสียงคุ้นเคยที่เรียกชื่อเธอ...
" น้องอิม..น้องอิม เป็นอะไร "
ทันใด ที่เธอมองเห็นหน้าคุณแม่ที่กอดเธอไว้แน่น เห็นคุณพ่อและคุณปู่ที่มองมาอย่าง งงๆ...เธอ เริ่มรู้สึกตัว และละล่ำละลัก
บอกกับทุกๆคนว่า " ..ผีค่ะผี ..ผีคุณย่าทวดมาหลอกน้องอิม ...น้องอิมเห็น ผีคุณ ย่าทวด มาเขย่าตู้ จนทำให้รูปตกลงมา
คุณย่าทวดมองน้องอิมตลอดเวลาเลย น้องอิมกลัว ฮือ..ฮือ.." เด็กน้อยพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลงลงมาอาบแก้ม.....
ทุกคนอึ้ง.. มองลงไปที่รูปที่แตกกระจายที่พื้น ให้ งง และสงสัยยิ่งนัก รูปตกลงมาได้อย่างใร? ใครเป็นคนทำ ? ผีหรือคน?
" น้องอิมเป็นคนทำแล้วโทษผีหรือป่าว? " คุณแม่ถามน้องอิมทันทีที่น้องอิมหยุดพูด...
น้องอิมป่าวทำค่ะ แม่ ผีคุณย่าทวดเป็นคนทำจริงๆ" " คุณย่าทวด คอยมองน้องอิมตลอดเวลา เลย ...
แล้วตู้ใบนี้ก็สั่นทุกครั้งที่น้องอิมเดินผ่าน... ผีคุณย่าทวดต้องมาหลอกแน่ๆค่ะ..น้องอิมกลัว"
เด็กน้อยที่น่าสงสาร ส่งเสียงพูดอย่างรัวๆ และสะอื้นไห้ พร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด...จนทุกคนเริ่มจะสับสน..ลังเลอึดอัด
และสงสารเด็กน้อยอย่างจับใจ....
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไรออกมา...ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาตะคุ่มๆ เดินออกมาจากหลังตู้แกะสลักลายไทย ใบเก่าใบนั้น
มันค่อยๆเดินออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับ เหยียดเท้าหน้าออกไป ช่างเหมือนคนที่กำลังบิดขี้เกียจเสียนี่กระไร
แล้วมันก็หยุดมองหน้าทุกคนๆ พร้อมกับนั่งลงแล้วใช้ขาหน้าข้างขวาตะกุยเกาใบหูข้างขวา อย่างเมามัน
เพราะมันคงคันมาก และเจ้าเห็บที่เกาะกินอยู่บนใบหูของมันคงอ้วนพี...
" เจ้าโกโก้" ...เสียงอุทานของทุกๆคนดังขึ้นพร้อมๆกัน ..เจ้าโกโก้..สุนัขไทยพันธ์ทางตัวค่อนข้างใหญ่
หันมามองตามเสียงที่เรียกชื่อมันมันยืนดูอยู่นิ่งๆซักพัก และเมื่อมันแน่ใจว่า ไม่มีใครโยนเศษกระดูก หรือ อาหารให้มันเป็นแน่แท้...
มันจึงเดินหันหลังจากไปแบบเงียบๆท่ามกลางสายตาของทุกคู่ ที่มองมันเดินจากไปจนลับตา............
" เพ็ญพิชญา "
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ