ผมขอเริ่มจาก Medical history(อย่างย่อ) ของผมก่อนแล้วกัน
ผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานมาก โดยมีสาเหตุมา โรคที่แฝงอยู่อีกทอดหนึ่ง และ เป็นคนที่แทบไม่มีเพื่อนตั้งแต่เด็ก แต่ก็เรียนเก่งในระดับหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ที่ผมรู้สึกว่า "ทำไมผมถึงเข้ากับเพื่อนคนอื่นไม่ได้" ตั้งแต่สมัยอนุบาล(ปี2540-2542) ซึ่งสาเหตุหลักที่ผมวิเคราะห์ไว้ในตอนนั้นคือ ผมคุยกับเขาไม่เข้าใจกันและผมชอบเล่นอะไรแปลกๆหรือเปล่า ลองบอกพ่อแม่ก็ไม่สนใจแต่ก็ยังดุให้ผมพยายามคบกับคนอื่นให้ได้ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะทำไงดีเหมือนกัน(ส่วนการลงโทษนั้นผมเคยได้ยินญาติๆผมยังบนว่าพ่อแม่ผมก็ทำแรงเกินไปอยู่หลายครั้ง) จนมีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปหาน้องของปู่ และมีอยู่คำหนึ่งซึ่งผมเผลอไปได้ยินเข้าคือ "ผมเป็นเด็กพิเศษ ถ้าไม่เลี้ยงดีๆนี่ ตอนโตไปจะลำบาก ถ้าเลี้ยงดีๆได้ก็จะเก่งเอามากๆ" ผมเลยคิดในตอนนั้นว่า ต้องรู้ให้ได้ว่า ที่เขาพูดกันคืออะไร จึงเริ่มหาข้อมูลและหนังสือโดยใช้ Keyword คำว่า เด็กพิเศษ ซึ่งแรกๆมีแค่หนังสือที่หาอ่านได้ในสมัยนั้น จนกระทั้งป.4(ปี2545-2546) Computer เริ่มมี Internet จึงสามารถสรุปข้อมูลได้เบื้องต้นคือ กลุ่มของเด็กออทิสติก และ เด็กไฮเปอร์ แต่ดำเนินการอะไรไม่ได้มาก(ติดที่พ่อแม่) และเริ่มแยกตัวเองออกเป็น 2 ส่วนคือ ตัวผมที่อยู่ใน Internet และ Game online กับ ตัวผมในที่อยู่ไปวันๆกับตั้งความหวังไว้ว่าจบม.6คงจะไปสอบหมอซะดีกว่า... จนกระทั้งผมเข้าม.3 อาการทางสมองและประสาทเริ่มแผลงฤทธิ์ให้เห็นคือ ผมมีอาการเดินเซและทรงตัวไม่ได้อยู่นานถึง1ปีและหายไปเอง โดนที่หมอก็ไม่ทราบที่มาที่ไปและสาเหตุ แต่ก็เหมือนเป็นการดีอย่างหนึ่งคือหลีงจากนั้นมาพ่อแม่ผม เลิกการลงโทษผม และหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้น ผมต้องขุดคุ้ยแนวคิดในวัยเด็กออกมาหาข้อมูลเพิ่ม แต่ช่วง ม.ปลาย เป็นช่วงที่ผมเรียกได้ว่า "นรกในโรงเรียน" ผมอยู่ตัวคนเดียวแบบที่มีเพื่อนคอยแกล้งโน้นนี่ 3 ปีผ่านไป แต่หลังจากที่เริ่มใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ได้ไม่นาน ผมต้องเปลี่ยนคณะไปเพราะปัญหาสุขภาพและย้ายไปมหาวิทยาลัยไปอีกครั้ง และตอนนี้ผมก็อยู่ปีที่2แล้ว ผมยังคงไร้เพื่อน เรียนอยู่ตัวคนเดียวในมหาวิทยาลัย งานกลุ่มก็ยังต้องทำคนเดียวเช่นกัน
ซึ่งผมในตอนนั้นผมก็ได้ไปหาหมอมาแล้วซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่ผมเคยรักษาอาการเดินเซ(โรงพยาบาลรามาธิบดีแผนกIPDจิตเวช) แต่การรักษาต้องยุติลงเพราะ ระหว่างที่ผมย้ายมหาลัยไป ผมได้แจ้งกับหมอแล้วว่า วันนัดในวันนั้นผมไม่ได้อยู่ในกทม.แล้ว ซึ่งหมอก็รับปากว่าจะติดตามโรค แต่ท้ายที่สุดไม่มีการติดต่อจากหมอมา(ตอนนี้ก็2เดือนแล้ว) และผมยังเก็บในข้อความซึ่งหมอเป็นคนเขียนในไว้
ผมก็จนปัญญา ที่จะรักษาตัวเองแล้วและคิดว่ามันควรถึงเวลาพอกันทีนี่พยายามมาตั้ง15ปีมาแล้ว จนทุกวันนี้ผมเสียสติลงเรื่อยๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ และผมก็ไม่กล้าสรุปโรคของตัวเองด้วย(ทำแต่แต่ผมไม่ให้สิทธิ์ตัวเองแล้วและถึงมีวิธีอยู่ผมก็ดำเนินการเองไม่ได้เพราะขาดปัจจัย) เพราะความคิดร้ายๆมันผุดในหัวขึ้นมาตลอด นับตั้งแต่เพื่อนคนหนึ่งที่ช่วยดัดและสอนนิสัยผมเสียไปและเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมอาการหนักขนาดไหน ผมเลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ผมจะเสียสติไปมากกว่า และห่างและลดการพบปะผู้คนที่ไม่รู้จัก ซึ่งข้อมูลที่ผมมีอยู่ตามที่หมอเก่าและเพื่อนผมบอกไว้คือ
สาเหตุมาจาก โรคแอสเพอร์เจอร์ในวัยเด็กซึ่งเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ซึ่งผลให้มีเหตุการณ์ และ อาการต่างๆตามมาเป็นหางว่าว และน่าจะเอาอธิบายสาเหตุของอาการเดินเซที่เคยเกิดขึ้นได้ด้วย รวมถึงความผิดปกติในการสื่อสาร การเข้าสังคม
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ ว่าผมต้องทำยังไงบ้าง ไปหาหมอที่ไหนดี ทำได้แค่ทุเลาหรือช่วยให้คุมสติได้ พออยู่ร่วมกับคนอื่นได้ผมก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะการหาหรือเจอเพื่อนที่ยอมทนเหนื่อยมาช่วยดัดนิสัยหรือยอมให้เรียนพฤติกรรมได้นั้น หายากมากจริงๆ และผมคงจะไม่ได้เจอแบบนี้ที่ไหนอีกในเวลานี้ถ้าผมยังอยู่ที่เดิม แต่มันคงดีที่สุดสำหรับผม เพราะ คงไม่มีใครเดือดร้อนไปมากกว่านี้ในศูนย์การเรียนแห่งนั้น จนกว่าถึงเวลา
เพราะปัญหาตามที่ผมเล่าไว้ มันคงเป็นปัญหาเล็กๆที่มีมากแล้วยังฝังรากลึกจนแก้ได้ยากจริงๆ ซึ่งผมเองก็มีแนวทางที่ผมเห็นจะรักษาตัวเองได้อยู่แต่ติดปัญหาที่ผมหาไม่ได้และไม่ให้สิทธิ์ผมเองแล้วเพื่อควบคุมและลดการใช้ความคิดตัวเอง เพราะผมไม่รู้จริงๆว่าตอนไหนที่ผมเสียสติหรือมีสติ มันถูกหรือผิด
ขอบคุณครับ
ใครเป็นหมอหรือนักจิตวิทยาช่วยแนะนำหน่อยครับ
ผมป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานมาก โดยมีสาเหตุมา โรคที่แฝงอยู่อีกทอดหนึ่ง และ เป็นคนที่แทบไม่มีเพื่อนตั้งแต่เด็ก แต่ก็เรียนเก่งในระดับหนึ่ง โดยเริ่มตั้งแต่ที่ผมรู้สึกว่า "ทำไมผมถึงเข้ากับเพื่อนคนอื่นไม่ได้" ตั้งแต่สมัยอนุบาล(ปี2540-2542) ซึ่งสาเหตุหลักที่ผมวิเคราะห์ไว้ในตอนนั้นคือ ผมคุยกับเขาไม่เข้าใจกันและผมชอบเล่นอะไรแปลกๆหรือเปล่า ลองบอกพ่อแม่ก็ไม่สนใจแต่ก็ยังดุให้ผมพยายามคบกับคนอื่นให้ได้ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะทำไงดีเหมือนกัน(ส่วนการลงโทษนั้นผมเคยได้ยินญาติๆผมยังบนว่าพ่อแม่ผมก็ทำแรงเกินไปอยู่หลายครั้ง) จนมีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปหาน้องของปู่ และมีอยู่คำหนึ่งซึ่งผมเผลอไปได้ยินเข้าคือ "ผมเป็นเด็กพิเศษ ถ้าไม่เลี้ยงดีๆนี่ ตอนโตไปจะลำบาก ถ้าเลี้ยงดีๆได้ก็จะเก่งเอามากๆ" ผมเลยคิดในตอนนั้นว่า ต้องรู้ให้ได้ว่า ที่เขาพูดกันคืออะไร จึงเริ่มหาข้อมูลและหนังสือโดยใช้ Keyword คำว่า เด็กพิเศษ ซึ่งแรกๆมีแค่หนังสือที่หาอ่านได้ในสมัยนั้น จนกระทั้งป.4(ปี2545-2546) Computer เริ่มมี Internet จึงสามารถสรุปข้อมูลได้เบื้องต้นคือ กลุ่มของเด็กออทิสติก และ เด็กไฮเปอร์ แต่ดำเนินการอะไรไม่ได้มาก(ติดที่พ่อแม่) และเริ่มแยกตัวเองออกเป็น 2 ส่วนคือ ตัวผมที่อยู่ใน Internet และ Game online กับ ตัวผมในที่อยู่ไปวันๆกับตั้งความหวังไว้ว่าจบม.6คงจะไปสอบหมอซะดีกว่า... จนกระทั้งผมเข้าม.3 อาการทางสมองและประสาทเริ่มแผลงฤทธิ์ให้เห็นคือ ผมมีอาการเดินเซและทรงตัวไม่ได้อยู่นานถึง1ปีและหายไปเอง โดนที่หมอก็ไม่ทราบที่มาที่ไปและสาเหตุ แต่ก็เหมือนเป็นการดีอย่างหนึ่งคือหลีงจากนั้นมาพ่อแม่ผม เลิกการลงโทษผม และหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้น ผมต้องขุดคุ้ยแนวคิดในวัยเด็กออกมาหาข้อมูลเพิ่ม แต่ช่วง ม.ปลาย เป็นช่วงที่ผมเรียกได้ว่า "นรกในโรงเรียน" ผมอยู่ตัวคนเดียวแบบที่มีเพื่อนคอยแกล้งโน้นนี่ 3 ปีผ่านไป แต่หลังจากที่เริ่มใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ได้ไม่นาน ผมต้องเปลี่ยนคณะไปเพราะปัญหาสุขภาพและย้ายไปมหาวิทยาลัยไปอีกครั้ง และตอนนี้ผมก็อยู่ปีที่2แล้ว ผมยังคงไร้เพื่อน เรียนอยู่ตัวคนเดียวในมหาวิทยาลัย งานกลุ่มก็ยังต้องทำคนเดียวเช่นกัน
ซึ่งผมในตอนนั้นผมก็ได้ไปหาหมอมาแล้วซึ่งเป็นโรงพยาบาลเดียวกับที่ผมเคยรักษาอาการเดินเซ(โรงพยาบาลรามาธิบดีแผนกIPDจิตเวช) แต่การรักษาต้องยุติลงเพราะ ระหว่างที่ผมย้ายมหาลัยไป ผมได้แจ้งกับหมอแล้วว่า วันนัดในวันนั้นผมไม่ได้อยู่ในกทม.แล้ว ซึ่งหมอก็รับปากว่าจะติดตามโรค แต่ท้ายที่สุดไม่มีการติดต่อจากหมอมา(ตอนนี้ก็2เดือนแล้ว) และผมยังเก็บในข้อความซึ่งหมอเป็นคนเขียนในไว้
ผมก็จนปัญญา ที่จะรักษาตัวเองแล้วและคิดว่ามันควรถึงเวลาพอกันทีนี่พยายามมาตั้ง15ปีมาแล้ว จนทุกวันนี้ผมเสียสติลงเรื่อยๆอย่างไม่ทราบสาเหตุ และผมก็ไม่กล้าสรุปโรคของตัวเองด้วย(ทำแต่แต่ผมไม่ให้สิทธิ์ตัวเองแล้วและถึงมีวิธีอยู่ผมก็ดำเนินการเองไม่ได้เพราะขาดปัจจัย) เพราะความคิดร้ายๆมันผุดในหัวขึ้นมาตลอด นับตั้งแต่เพื่อนคนหนึ่งที่ช่วยดัดและสอนนิสัยผมเสียไปและเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมอาการหนักขนาดไหน ผมเลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่ผมจะเสียสติไปมากกว่า และห่างและลดการพบปะผู้คนที่ไม่รู้จัก ซึ่งข้อมูลที่ผมมีอยู่ตามที่หมอเก่าและเพื่อนผมบอกไว้คือ
สาเหตุมาจาก โรคแอสเพอร์เจอร์ในวัยเด็กซึ่งเลี้ยงดูไม่เหมาะสม ซึ่งผลให้มีเหตุการณ์ และ อาการต่างๆตามมาเป็นหางว่าว และน่าจะเอาอธิบายสาเหตุของอาการเดินเซที่เคยเกิดขึ้นได้ด้วย รวมถึงความผิดปกติในการสื่อสาร การเข้าสังคม
รบกวนผู้รู้ด้วยครับ ว่าผมต้องทำยังไงบ้าง ไปหาหมอที่ไหนดี ทำได้แค่ทุเลาหรือช่วยให้คุมสติได้ พออยู่ร่วมกับคนอื่นได้ผมก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะการหาหรือเจอเพื่อนที่ยอมทนเหนื่อยมาช่วยดัดนิสัยหรือยอมให้เรียนพฤติกรรมได้นั้น หายากมากจริงๆ และผมคงจะไม่ได้เจอแบบนี้ที่ไหนอีกในเวลานี้ถ้าผมยังอยู่ที่เดิม แต่มันคงดีที่สุดสำหรับผม เพราะ คงไม่มีใครเดือดร้อนไปมากกว่านี้ในศูนย์การเรียนแห่งนั้น จนกว่าถึงเวลา
เพราะปัญหาตามที่ผมเล่าไว้ มันคงเป็นปัญหาเล็กๆที่มีมากแล้วยังฝังรากลึกจนแก้ได้ยากจริงๆ ซึ่งผมเองก็มีแนวทางที่ผมเห็นจะรักษาตัวเองได้อยู่แต่ติดปัญหาที่ผมหาไม่ได้และไม่ให้สิทธิ์ผมเองแล้วเพื่อควบคุมและลดการใช้ความคิดตัวเอง เพราะผมไม่รู้จริงๆว่าตอนไหนที่ผมเสียสติหรือมีสติ มันถูกหรือผิด
ขอบคุณครับ