คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
ถ้าเป็นเรามองในแง่ความประหยัด ในการปรับปรุงพัฒนา แบบต่อเนื่อง
ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีนะคะ ถ้าเราชอบวิธีคิดแบบนี้ ก็จะรับได้กับเรื่องนี้
กลับกัน อาจจะมองว่าดีซะอีก
แต่เข้าใจจขกท.นะคะ ว่าใจมันไม่ไป ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย
เอาความรู้สึกเราเป็นที่ตั้งค่ะ ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ แล้วทำให้ความรู้สึกอยากทำงานลดลงจริงๆ
เปลี่ยนแนวคิดไม่ได้จริง ก็ต้องลาออกแล้วบอกเค้าไปตามตรงค่ะ
ถึงแม้เค้าจะบอกว่าเราเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
หรือแค่ร้อนก็ทนไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริงค่ะ
เพราะคนอื่นยังทนอยู่ได้ (เค้าคงมีความจำเป็นกัน)
ที่แน่ๆ คือต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ให้เกียรติตัวเอง คือ ถ้าเราไม่ไหวก็ไม่ต้องทน
และให้เกียรติที่ทำงาน คือบอกเค้าไปตามตรงว่าเราติดปัญหาเรื่องนี้จริงๆ
แบบนี้จะทำให้ เราไม่ต้องโกหกใคร และมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อค่ะ
ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีนะคะ ถ้าเราชอบวิธีคิดแบบนี้ ก็จะรับได้กับเรื่องนี้
กลับกัน อาจจะมองว่าดีซะอีก
แต่เข้าใจจขกท.นะคะ ว่าใจมันไม่ไป ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย
เอาความรู้สึกเราเป็นที่ตั้งค่ะ ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ แล้วทำให้ความรู้สึกอยากทำงานลดลงจริงๆ
เปลี่ยนแนวคิดไม่ได้จริง ก็ต้องลาออกแล้วบอกเค้าไปตามตรงค่ะ
ถึงแม้เค้าจะบอกว่าเราเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
หรือแค่ร้อนก็ทนไม่ได้ ก็ต้องยอมรับความจริงค่ะ
เพราะคนอื่นยังทนอยู่ได้ (เค้าคงมีความจำเป็นกัน)
ที่แน่ๆ คือต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ให้เกียรติตัวเอง คือ ถ้าเราไม่ไหวก็ไม่ต้องทน
และให้เกียรติที่ทำงาน คือบอกเค้าไปตามตรงว่าเราติดปัญหาเรื่องนี้จริงๆ
แบบนี้จะทำให้ เราไม่ต้องโกหกใคร และมีความมั่นใจในการใช้ชีวิตต่อค่ะ
แสดงความคิดเห็น
เราเองที่เยอะหรือว่าปกติคะ ถ้าเราจะลาออกจากงานด้วยสาเหตุบริษัทไม่ยอมเปิดแอร์ทำงาน
แต่ในไลน์เปิดแอร์ตามปกตินะคะ
มาช่วงหลังๆนี้ เหมือนจะมีกฎใหม่มาว่าจะไม่เปิดแอร์จนกว่าอุณหภูมิจะเกิน 32องศา ทั้งเช้าบ่าย
คือเรื่องอื่นๆน่ะพอทนได้นะ แต่ทำงานปิดแอร์นี่ เริ่มจะทนไม่ไหวละ