จิตประภัสสรผ่องใส แต่เศร้าหมองไปเพราะมีอุปกิเลสเป็นแขกจร



ปภสฺสรมิทํ ภิกฺขเว จิตฺตํ
ตญฺจโข อาคนฺตุเกหิ อุปกิเลเสหิ อุปกิลิฏฺฐํ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จิตนี้มีสภาพประภัสสรผ่องใส
แต่ที่เศร้าหมองไปนั้น เพราะมีอุปกิเลสเป็นแขกจรเข้ามาในภายหลัง



เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก มักทำให้จิตใจของผู้ที่ไม่ได้รับการอบรมฝึกฝนจิตด้วยการปฏิบัติบูชาภาวนามยปัญญา ขาดสติ จิตไม่สงบตั้งมั่น หวั่นไหว เศร้าหมอง ร้อนรน ไปตามอากาศที่ร้อนอบอ้าว ที่เป็นไปตามวาระของมัน

เมื่อพิจารณาพระบาลีที่มีมาในพระพุทธพจน์ข้างต้นโดยรอบคอบแล้ว เราจะเห็นได้ว่าความเศร้าหมองร้อนรนหวั่นไหวไม่สบายกายไม่สบายใจ ที่เกิดขึ้นมาในภายหลังนั้น สืบเนื่องจากมีอุปกิเลสเป็นแขกจรเข้ามา โดยที่ก่อนหน้านั้น จิตของเรามีความประภัสสรผ่องใสอยู่ก่อน

เมื่อพูดถึงจิตประภัสสรผ่องใส นักปฏิบัติธรรมอาจมีข้อกังขาว่า "จิตประภัสสรผ่องใสอยู่แล้ว ปล่อยให้กิเลสเข้ามาได้อย่างไร" โดยลืมพิจารณาไปว่า "อุปกิเลสหรือแขกนั้น" เป็นกิเลสที่เราได้เคยเชื้อเชิญเจ้ากิเลสเหล่านั้นไว้ก่อนนานมาแล้ว จนกลายเป็น "สัญญาอารมณ์" จึงเรียกได้ว่าเป็น "แขก" ของเรา

เมื่อเป็นแขกที่ได้รับเชิญมาก่อนหน้านานมาแล้ว นานวันที่ได้เข้ามานอนเนื่องอยู่ ณ ภายในจิตใจของตน จนกลายเป็นอุปกิเลสของเรา ไม่ใช่กิเลสทั่วๆไป อุปกิเลสนั้นจึงพร้อมที่จะปรากฏขึ้นมา สร้างความไม่สงบ หวั่นไหว เศร้าหมองขึ้นแก่จิตของตนได้ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

ความประภัสสรผ่องใสของจิตที่ยังไม่ได้ความบริสุทธิ์หมดจดจากอุปกิเลสที่เป็นแขกนั้น ความประภัสสรผ่องใสของจิตที่มีอยู่ ย่อมยังจะไม่สงบ หวั่นไหว เศร้าหมองลงได้ทุกๆเมื่อ เมื่อมีอุปกิเลสเป็นแขกจรเข้ามา เพราะยังขาดสติกำกับ สติไม่มีกำลังพอที่จะช่วยยับยั้งอุปกิเลส หรือแขกจรเหล่านั้น ไม่ให้เข้ามาครอบงำ เพราะยังขาดการฝึกฝนอบรมปฏิบัติบูชาภาวนามยปัญญาอย่างจริงจัง

แล้วทุกท่านพร้อมหรือยังที่จะเริ่มลงมือฝึกฝนอบรมปฏิบัติบูชาภาวนามยปัญญา เพื่อให้จิตของตนมีความประภัสสรผ่องใสบริสุทธิ์หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย

เจริญในธรรมทุกๆท่าน
ธรรมภูต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่