จากกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหา ว่า ละเลยการปฏิบัตหน้าที่ไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เพื่อให้ถอดถอน และดำเนินคดีอาญา โดยทาง ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ส่งทนายความส่วนตัวมาชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว ทั้งนี้พร้อมทั้งยังขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานปากคำเพิ่มเติม โดยครั้งขอไป 11 ราย ทางคระกรรมการ ป.ป.ช.ก็มีมติ ให้สอบพยานปากคำเพิ่มแค่ 3 ราย คือนายยรรยง พวงราช นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ต่อมาทางทนายความของนายกรับมนตรี ก็ได้ขอเพิ่มพยานอีก 4 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็มีมติมาอีกครั้งว่า ให้สอบพยานปากคำเพิ่ม 1 ราย คือนายธวัช บุญเฟื่อง ซึ่งทั้งนี้ทางทนายความเห็นว่าพยานปากคำยังไม่เพียงพอจึงขอพยานปากคำมาอีก 2 ราย โดยให้เหตุผลว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลว่าทำไมถึงให้เพิ่มพยานบุคคลเท่านี้ ซึ่งบุคคลที่ทางทนายความเสนอชื่อมามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวเป็นอย่างดี และมีความเชียวชาญในด้านต่างๆ อย่างไรก็ตามก็ต้องรอลุ้นว่า ป.ป.ช.จะมีมติเพิ่มพยานอีกหรือไม่ แต่หากสอบพยานปากคำครบถ้วนแล้ว และรวบรวมหลักฐานครวบเป็นที่เรียบร้อย ทาง ป.ป.ช.ก็จะต้องชี้มูลว่านายกรัฐมนตรีผิดหรือไม่

คิดอย่างไรกับโครงการรับจำนำข้าว และนายกรัฐมนตรีจะโดนชี้มูลหรือไม่