ลูกชายวัย 17ขวบ ส่งข้อความมาถามผมทางหน้าเฟสบุ๊ค ของผม
...พ่อครับ ตอนที่พ่อทะเลาะกับแม่ พ่อแก้ปัญหายังไงครับ ???
(คำตอบที่ผมบอกลูกชาย อยู่ใน คห2)
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกชายผม ใช้วิธีนี้คุย ปรึกษาปัญหาส่วนตัวของเอา
นี่ไม่ใช่คำถามการบ้านที่ต้องทำส่งครูในช่วงปิดเทอม
แต่เป็นการถามเพื่อหาทางออก และใช้เป็นแนวทาง ในการปัญหาส่วนตัวของเขา
เขาจะมองหาบุคคลที่ใกล้ชิด หรือบุคคลที่เขาไว้ใจมากที่สุด บุคคลที่เป็นไอดอลของเขา เพื่อช่วยหาทางออกให้เขา
บุคคล สื่อ สถานที่ เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้เขาเปิดใจ กล้าบอกว่าเขามีปัญหาได้
ผมรู้สึกดีใจที่เขาใช้ social network เป็นเครื่องมือ เป็นช่องทาง สื่อสาร เพื่อหาทางออก หาแนวทางแก้ไขให้ตัวเขา
มันทำให้ผม และลูกชายได้คุยกันแบบตรงไป ตรงมา กล้าถาม กล้าตอบ กล้าที่จะบอก และช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้
บอกตรงๆว่าผมเลี้ยงลูกแบบออนไลน์ ทั้งทาง เฟสบุ๊ค ไลน์ ช่วยให้ผมรับรู้ความเคลื่อนไหว กิจกรรม และเพื่อนๆ ของลูกได้
ผมโชคดีอีกอย่างที่ ลูกชายไม่เคยกีดกันหน้าเฟสบุ๊คผม และเพื่อนของเขา (ทั้งชาย-หญิง) เข้ามาขอแอดเฟสผมเข้าเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค
ทำให้ได้รัรู้ว่าใครเป็นใครในกลุ่มของเพื่อนเขา
ผมมองว่า เป็นช่องทางการสื่อสารที่ดี ลดการเผชิญหน้า ทำให้เด็กกล้าที่จะถาม ขอความช่วยเหลือ มากว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์
หรือการสนทนาซึ่งหน้า แบบตัวต่อตัว ถึงจะเป็น พ่อ-แม่-ลูก ก็ตามเถอะ
เพราะการสื่อสารผ่านข้อความทาง ไลน์ เฟสฯ มันจะช่วยกรองคำพูด อารมณ์ของเราในขณะที่เราพิมพ์ เราสามารถเปลี่ยน แก้ไขข้อความ
คำพูดเพื่อให้เหมาะสมขณะกำลังพิมพ์ได้ ซึ่งต่างจากการคุย สนทนาตรงทางสายโทรศัพท์เพราะบองครั้งเราอาจจะพูดออกไปโดยไม่ได้คิด
ผมถามลูกว่า ... เคยปรึกษาแม่เรื่องนี้หมั๊ย?
ลูกชายบอกว่า ..โถ่พ่อ พ่อก็รู้ว่ถ้าคุยกับแม่ ก็ยาวเป็นเรื่องเลยสิ
ฝากถึง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่น วันเรียน วัยที่เรากำลังห่วงเขา
ถ้าเราไม่สามารถปิดกั้นการใช้ social network ของลูกหลานเราได้ เราก็ต้องรู้จักใช้ social network เหล่านี้เป็นเครื่องมือ ดูแลพวกเขาได้
ส่งขอความ ส่งสติกเกอร์ บอกรัก เป็นห่วงเป็นใย เขาได้ สร้างความอบอุ่นให้ครอบครัวได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันในขณะนั้น
เลี้ยงลูกออนไลน์ ... พ่อครับ ตอนที่พ่อทะเลาะกับแม่ พ่อแก้ปัญหายังไงครับ ???
...พ่อครับ ตอนที่พ่อทะเลาะกับแม่ พ่อแก้ปัญหายังไงครับ ???
(คำตอบที่ผมบอกลูกชาย อยู่ใน คห2)
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกชายผม ใช้วิธีนี้คุย ปรึกษาปัญหาส่วนตัวของเอา
นี่ไม่ใช่คำถามการบ้านที่ต้องทำส่งครูในช่วงปิดเทอม
แต่เป็นการถามเพื่อหาทางออก และใช้เป็นแนวทาง ในการปัญหาส่วนตัวของเขา
เขาจะมองหาบุคคลที่ใกล้ชิด หรือบุคคลที่เขาไว้ใจมากที่สุด บุคคลที่เป็นไอดอลของเขา เพื่อช่วยหาทางออกให้เขา
บุคคล สื่อ สถานที่ เป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้เขาเปิดใจ กล้าบอกว่าเขามีปัญหาได้
ผมรู้สึกดีใจที่เขาใช้ social network เป็นเครื่องมือ เป็นช่องทาง สื่อสาร เพื่อหาทางออก หาแนวทางแก้ไขให้ตัวเขา
มันทำให้ผม และลูกชายได้คุยกันแบบตรงไป ตรงมา กล้าถาม กล้าตอบ กล้าที่จะบอก และช่วยให้เขาแก้ปัญหาได้
บอกตรงๆว่าผมเลี้ยงลูกแบบออนไลน์ ทั้งทาง เฟสบุ๊ค ไลน์ ช่วยให้ผมรับรู้ความเคลื่อนไหว กิจกรรม และเพื่อนๆ ของลูกได้
ผมโชคดีอีกอย่างที่ ลูกชายไม่เคยกีดกันหน้าเฟสบุ๊คผม และเพื่อนของเขา (ทั้งชาย-หญิง) เข้ามาขอแอดเฟสผมเข้าเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค
ทำให้ได้รัรู้ว่าใครเป็นใครในกลุ่มของเพื่อนเขา
ผมมองว่า เป็นช่องทางการสื่อสารที่ดี ลดการเผชิญหน้า ทำให้เด็กกล้าที่จะถาม ขอความช่วยเหลือ มากว่าการพูดคุยทางโทรศัพท์
หรือการสนทนาซึ่งหน้า แบบตัวต่อตัว ถึงจะเป็น พ่อ-แม่-ลูก ก็ตามเถอะ
เพราะการสื่อสารผ่านข้อความทาง ไลน์ เฟสฯ มันจะช่วยกรองคำพูด อารมณ์ของเราในขณะที่เราพิมพ์ เราสามารถเปลี่ยน แก้ไขข้อความ
คำพูดเพื่อให้เหมาะสมขณะกำลังพิมพ์ได้ ซึ่งต่างจากการคุย สนทนาตรงทางสายโทรศัพท์เพราะบองครั้งเราอาจจะพูดออกไปโดยไม่ได้คิด
ผมถามลูกว่า ... เคยปรึกษาแม่เรื่องนี้หมั๊ย?
ลูกชายบอกว่า ..โถ่พ่อ พ่อก็รู้ว่ถ้าคุยกับแม่ ก็ยาวเป็นเรื่องเลยสิ
ฝากถึง พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่น วันเรียน วัยที่เรากำลังห่วงเขา
ถ้าเราไม่สามารถปิดกั้นการใช้ social network ของลูกหลานเราได้ เราก็ต้องรู้จักใช้ social network เหล่านี้เป็นเครื่องมือ ดูแลพวกเขาได้
ส่งขอความ ส่งสติกเกอร์ บอกรัก เป็นห่วงเป็นใย เขาได้ สร้างความอบอุ่นให้ครอบครัวได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันในขณะนั้น