เมื่อ พ.ศ. 2530 ละครเรื่อง ‘วัยอลวน’ ได้แจ้งเกิดพระเอกนายแบบ โชค - ตฤณ เศรษฐโชคหรือชื่อจริง โชคชัย ตันประเสริฐจากการสวมบทบาทเป็น ‘ตั้ม’ พระเอกที่มาพร้อมกับความหล่อ เท่ ขี้เล่น ทำเอาสาวๆ อยากเป็นนางเอกของละครเรื่องนี้กันเป็นแถว แล้วกามเทพก็เขียนสคริปต์ให้หนุ่มหล่อหน้ากล้องมาเจอกับสาวสวยหลังกล้อง ทิพย์ – กานต์พิชชา กองแก้วหลังจากนั้น ละครรักของครอบครัวเล็กๆ ที่มีตัวเอกประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกสาววัย 9 ขวบ 1 คนก็เริ่มขึ้น และจนทุกวันนี้ ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาย่างเข้าปีที่ 12 แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวบันเทิงที่น่าเอาเป็นแบบอย่างทั้งมุมมองความรัก การปรับตัว และการดูแลซึ่งกันและกัน
HUG : คุณตฤณและคุณทิพย์เจอกันครั้งแรกอย่างไรคะ
ตฤณ : เมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว ก็ได้ทำงานร่วมกัน ทิพย์เขาทำงานเบื้องหลังกองถ่าย ส่วนผมเป็นนักแสดง พบรักกันในกองถ่ายนี่แหละครับ (หัวเราะ) เป็นกองถ่ายละครเรื่อง ‘กฎแห่งกรรม’ ครับ ด้วยความที่ผมห่างหายจากวงการบันเทิงไปสักพักหนึ่ง พอกลับมาก็เจอเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งบทพูดยาวมาก คุณทิพย์เขาก็มาช่วยต่อบทให้ผม ช่วยเหลือเรื่องงานต่างๆ ก็เลยเริ่มรู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้นอกจากหน้าตาดีแล้ว นิสัยก็ยังดีด้วย จากนั้นก็เริ่มกุ๊กกิ๊กๆ จีบเขา แซวเขา (ยิ้ม) อยากจะมากองถ่ายอย่างเดียว วันไหนมีคิวถ่าย ผมจะมากองถ่ายแต่เช้าเลย เรียกว่ามีแรงบันดาลใจที่จะมาทำงานทุกวัน (หัวเราะกันทั้งวง)
คุณทิพย์ : ตอนเจอกันครั้งแรก ทิพย์เองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าพี่เขาเป็นนักแสดง ก็คุยกันตามปกติ ไม่ได้มองว่าเขาจะต้องมาจีบเราหรือเราจะต้องไปจีบเขา แค่เห็นว่าเป็นการทักทายกันตามประสาคนที่ร่วมงานกันในกองถ่าย เราก็ทำงานตามหน้าที่ของเราไป
HUG : คุณตฤณมีวิธีจีบสาวเก่งอย่างคุณทิพย์ยังไงบ้าง
คุณตฤณ : ก็มีชวนไปทานข้าวบ้าง ดูหนังบ้าง (ยิ้มเขิน)
คุณทิพย์ : ตอนแรกพี่โชคเขาชวนไปทานข้าว ก็จะชวนไปกันทั้งทีม ทำท่าเหมือนจะชวนหลายคน แล้วเขาก็มาขอเบอร์โทรศัพท์ บอกว่าเผื่อมีงานอะไร พี่จะได้ติดต่อกลับ ทิพย์ก็บอกเบอร์เขาไปแบบเร็วๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไร ไม่ได้คิดว่าพี่เขาจะจำได้ แต่ปรากฏว่า เขาจำเบอร์เราได้ แล้วเขาก็โทรมา ก็เลยได้ไปทานข้าวด้วยกัน
HUG : นานไหมคะกว่าที่จะตัดสินใจคบหากัน
คุณตฤณ : ก็คบหากันมาสักระยะหนึ่ง ก็เลยเริ่มตกลงปลงใจ คุณเชื่อเรื่อง ‘พรหมลิขิต’ กันไหมครับ เขาวางไว้แล้วว่าเราต้องคู่กัน ผมว่าการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันแล้วลงตัว มันก็ต้องใช้เวลา บางคนอาจไม่ใช่สเป๊คของเราหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ก็ผมเชื่อว่า ความดีคือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด คุณทิพย์เขามีตรงนี้มาตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้ และจะมีต่อๆ ไป(คุณทิพย์แอบปาดน้ำตา)
HUG : แล้วคุณทิพย์ล่ะคะประทับใจอะไรในตัวคุณตฤณบ้าง
คุณทิพย์ : พี่โชคเป็นคนใจดีค่ะ เขาจะเฟรนด์ลี่กับทุกคน แต่สิ่งที่ประทับใจเขาคือเขาเป็นคนที่รักคุณพ่อคุณแม่ ตัวทิพย์เองก็เป็นคนที่รักคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน พี่โชคเขารักและดูแลคุณแม่ของเขาดีมาก
คุณตฤณ : คุณทิพย์เขาเป็นคนตรงๆ ไม่มีการปรุงแต่ง คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่เฟค และด้วยระยะเวลาที่ผ่านมา 12 ปี มันก็คงมีบ้างที่ลิ้นกับฟันจะกระทบกัน แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เรามีลูก ลูกก็เหมือนโซ่ทองคล้องใจของเราสองคน เราก็มีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างนะ แต่ไม่บ่อยหรอก เพราะเราจะเอาเหตุและผลมาคุยกันมากกว่า สิ่งไหนที่ให้อภัยซึ่งกันและกันได้ ผมก็ยินดีทำ แล้วตัวเขาเองก็ไม่ค่อยมีเรื่องที่ต้องมาให้ผมให้อภัย ตัวผมเองเสียอีกที่ชอบทำเรื่องให้เขาต้องมาให้อภัยบ่อยๆ (หัวเราะ)
HUG : จุดที่ทำให้คุณตฤณรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณทิพย์คืออะไรคะ
คุณตฤณ : เราสองคนอยู่กันด้วยความเข้าใจ สำหรับเรื่องพิธีรีตอง ผมคิดว่ามันคือส่วนหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ส่วนสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็บอกกล่าวคุณแม่คุณทิพย์เขา ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยกัน รวมทั้งคุณแม่ยายด้วย เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีงานแต่งงานที่เริดหรู เฟอร์เฟ็คต์ เพราะมันเป็นแค่พิธีการ เราอยู่กันด้วยหัวใจมากกว่า ก็กะเหมือนกันนะครับว่า ถ้าลูกโตขึ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็จะจัดงานแต่งงานของพ่อกับแม่ให้ แต่ผมกับคุณทิพย์ก็ได้ใส่ชุดแต่งงานด้วยกันนะ ในละคร
ซิทคอมเรื่อง ‘วิวาห์ฮาเฮ’ ของคุณอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ทางช่อง 7 เป็นเรื่องเกี่ยวกับเวดดิ้ง สตูดิโอ (Wedding Studio) เขาก็เชิญผมทั้งคู่เลย ไปแต่งงานกันในละคร วันนั้นหน้าบานกันทั้งคู่เลย ผมเองก็หล่อเลย ถือว่าเป็นรูปการแต่งงานในละครของเราสองคน เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้แต่งงานกันนอกจอ แต่เราก็ได้แต่งงานกันในจอแล้ว ตอนนั้นก็รู้สึกดีมากๆ
HUG : พอได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นอย่างไรบ้างคะ ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างไหม
คุณตฤณ : ผมว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปนะครับ เรื่องหนึ่งคือนิสัยที่ผมชอบกุ๊กกิ๊กกับสาวๆ นี่หายไปเลย อีกเรื่องคือ เวลาผมจะทำอะไร ต้องมีสเต็ปมากขึ้น เพราะผมมีคนข้างหลัง มีครอบครัว มีภรรยาและลูกรออยู่ เมื่อก่อนผมขับรถเร็วมาก 180 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดี๋ยวนี้ก็ขับแบบหวานเย็นกันไป อาจจะเกิดจากการทำงานที่เหนื่อยด้วยมั้งครับ มันไม่ไหว ก็เลยขับไปเรื่อยๆ ดีกว่า อายุเยอะแล้วด้วย ผมว่าการมีครอบครัวก็ทำให้เรามีสติขึ้นครับ
HUG : ทราบมาว่าตอนนี้เปิดบริษัทผลิตละครโทรทัศน์ร่วมกันด้วย
คุณตฤณ : ครับ ตอนนี้เราเปิดบริษัทกันเองชื่อ ‘นวประทานพร’ มาจากชื่อคุณแม่คือ ‘ประทานพร’ และลูกคือ ‘นวพร’ รวมกัน ตอนเสนอรายการกับทางสถานี ยังถูกแซวว่า นึกว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง (หัวเราะ) ผลิตละครเรื่อง ‘ยมบาลเจ้าขา’ ออนแอร์ทางช่อง 7 ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 18.00 – 18.30 น. มีความตั้งใจในการผลิตละครน้ำดี เป็นเรื่องเกี่ยวกับพญามัจจุราช จะสอนให้คนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อยากให้สติกับคนดู โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ดูละครในช่วงเวลานี้อยู่ เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ ก็จะได้มีเรื่องฉุกคิดนิดหนึ่ง อย่างมีครั้งหนึ่งไปถ่ายที่โรงเรียน เด็กๆ ก็จะมารุมล้อมท่านพญายม ซึ่งนำแสดงโดย ‘เอก – รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง แล้วก็บอกกันว่า ถ้าทำไม่ดี ก็จะต้องไปเจอกับยมบาลนะ เราก็เอ้อ... ได้ผลเนอะ นับว่าได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ส่วนการแสดงก็ยังรับอยู่ครับ ส่วนใหญ่จะรับบทเป็นพ่อพระเอก (ยิ้ม)
HUG : คุณพ่อคุณแม่ทำงานเยอะขนาดนี้ แบ่งเวลาให้ลูกอย่างไรคะ
คุณตฤณ : ก็ต้องยอมรับว่า ผมกับคุณทิพย์มีเวลาให้ลูกน้อยลงพอสมควร เพราะต้องออกกองถ่ายกันตลอด แต่ถ้าเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์ ถ้าต้องไปถ่ายที่กองถ่ายที่สนิทกัน ผมก็จะพาน้อง
เกรซซี่ (ด.ญ. นวพร ตันประเสริฐ) ไปกองถ่ายด้วย แต่ถ้าช่วงไหนว่างก็จะพาเขาไปทะเล เพราะเขาชอบว่ายน้ำ ถึงแม้เราจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็จะโทรหากันตลอด อย่างวันเสาร์นี้ผมว่าง ก็จะพาเขาไปทานอุด้ง น้องเขาชอบทานอุด้งครับ (ยิ้มสุขใจ)
HUG : ขอทราบถึงวิธีเลี้ยงดูน้องเกรซซี่ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียว
คุณทิพย์ : ทิพย์จะบอกกับลูกเสมอว่า ไม่ว่าพ่อแม่จะงานยุ่งแค่ไหน ขอให้ลูกเป็นคนดีของพ่อแม่ เขาเองก็เป็นเด็กที่น่ารัก เข้าใจการทำงานของพ่อแม่ อย่างเด็กบางคน พอพ่อแม่ออกไปทำงานเขาก็จะร้องไห้ตาม แต่ตั้งแต่เด็ก เกรซซี่ไม่เคยร้องไห้ตามเลย เขาจะรู้ว่าเราไปไหน เพื่ออะไร ถ้าทิพย์มีเวลาและรู้ว่าเกรซซี่อยากไปไหน ทิพย์ก็จะพาเขาไป น้องเรียนที่โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ แถวนวมินทร์ อยู่ในซอยในหมู่บ้านนี่แหละ เวลาไปเรียนหนังสือ คุณยายก็จะเป็นคนไปส่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งหลานสาว แว้นกันไป (หัวเราะขำ) คือในหมู่บ้าน รถมันติดมาก ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งสะดวกกว่า
HUG : คุณทิพย์มีแฟนเป็นอดีตนายแบบและดาราดังขนาดนี้ มีความกังวลเรื่องสาวๆ ไหมคะ
คุณทิพย์ : ทิพย์เป็นคนไม่หึง ไม่ตาม ไม่จู้จี้จุกจิก เพราะถ้าใครมาตามเราว่าอยู่ไหน ทำอะไร มันน่ารำคาญค่ะ สำหรับทิพย์ แค่บอกว่า จะไปทำอะไร ที่ไหน แค่นั้นจบ อาจจะเป็นความเคยชินตั้งแต่สมัยที่ทิพย์อยู่กับคุณแม่ เวลาจะออกไปข้างนอก ก็แค่บอกว่าจะออกไปไหนพอแล้ว คุณแม่ก็ไม่เคยตาม ทำให้ติดนิสัยนี้มาจนถึงปัจจุบัน เวลาพี่โชคไปไหน ก็ไม่เคยไปตาม แต่เขาก็จะบอกหมดเลยนะ จนบางทีก็พี่โชคเขาก็บอกว่า “คุณไม่ห่วงผมเลยหรือ ทำไมไม่โทรตามบ้าง” มันไม่ใช่ไม่ห่วง แต่เป็นคนไม่ชอบตามจริงๆ อยากจะไปไหนก็ไป ถ้าอยากกลับ เขาก็กลับมาเอง
คุณตฤณ : มันกลับเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะอย่างเมื่อก่อน ผมก็ใช้ชีวิตโสดสนุกสนานพอสมควร เรียกว่าเป็นเพลย์บอยในวงการบันเทิงก็ว่าได้ แต่พอถึงตอนนี้ มันเหมือนกับว่า เราเจอคนที่ใช่แล้ว การให้เกียรติกันสำคัญที่สุด คุณทิพย์เป็นคนเดียวที่ไม่เคยหึง ไม่เคยหวง จนบางครั้งผมก็คิดว่า ช่วยหวง ช่วงหึงผมบ้างได้ไหม (ยิ้มขำ) แต่ผมก็ไม่เคยไปทำอะไรนอกลู่นอกทางนะครับ แน่นอนว่า ความที่เราเป็นนักแสดง เราก็ต้องเจอคนมากหน้าหลายตาอย่างน้องๆ รุ่นใหม่ๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่เคยหวั่นไหวอะไรนะ จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้หยุดเรื่องแบบนี้ได้คือ ผมมีลูกสาว แถมเพื่อนๆ ก๊วนเดียวกันที่สมัยก่อนคาสโนว่าเรียกพี่นี่ มีแต่ลูกสาวทั้งนั้นเลย (หัวเราะสะใจ) ความคิดที่จะไปอะไรกับใคร มันก็ไม่มีแล้วหละ แล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย
คุณทิพย์ : ทิพย์รู้ว่าพี่โชคเขาชอบพูดเล่น แต่ทิพย์ก็จะไม่เล่นไปตามเขา เขาจะชอบแกล้งถามว่า “เวลากอดสาวๆ ในละคร แอบหึงมั่งหรือเปล่าเนี่ย” คือทิพย์อยู่วงการมาตั้งแต่เรียนจบ ทำงานเบื้องหลังมาโดยตลอด ทิพย์ก็รู้การทำงานของวงการบันเทิง ทิพย์มองว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก กับการได้กอดสาวๆ ในฉาก กอดยังไงก็กอดไปเถอะ เพราะมันเป็นไปตามบท
HUG : ทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ ดูแลกันและกันอย่างไรคะ
คุณตฤณ : ผมค่อนข้างห่วงเขา เพราะงานเขาหนักมาก ได้นอนวันละแค่ 3 -4 ชั่วโมง เพราะงานผู้กำกับเราต้องเข้าไปดูแลทั้งหมด ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้า หน้า ผม การจัดไฟ เรื่องจิปาถะแทบทุกเรื่อง จนเวลาในการพักผ่อนเขาแทบจะมีเลย ก็พยายามดูเรื่องอาหารการกินเพื่อบำรุงสุขภาพ แม้บางครั้งผมจะไม่ได้เตรียมให้เขาเอง เพราะคุณทิพย์ออกไปทำงานตั้งแต่ตี 5 ส่วนผมตื่นไม่เป็นเวลา แต่ผมก็จะคอยบอกสวัสดิการกองถ่ายให้ช่วยดูแลเรื่องตรงนี้ให้ เวลามากองถ่ายก็จะให้กำลังใจกัน ด้วยคำพูด ด้วยการหอมแก้มให้กำลังใจ พี่ๆ น้องๆ ที่กองถ่ายแซวกันตลอด
คุณทิพย์ : อย่างที่บอกว่า พี่โชคเขาเป็นคนใจดี จะห่วงใยและดูแลทุกคน ไม่ได้เฉพาะกับทิพย์คนเดียว กองถ่ายของเราทำงานกันค่อนข้างหนักค่ะ นี่ถ่ายกันจริงๆ จังๆ มาสองเดือนแล้ว ทำงานกันไม่ได้หยุดเลย เพราะเป็นละครที่ไม่มีสต๊อค หลายคนก็บอกว่าเราค่อนข้างกล้าที่จะถ่ายละครโดยไม่มีสต๊อค น้องเขตต์ (เขตต์ ฐานทัพ) ยังแซวเลยว่า กองถ่ายนี้ เหมือนเอาดีด้ากับดาราวิดีโอมารวมกัน (หัวเราะ) อย่างเมื่อวานก็ถ่ายทีเดียว 40 กว่าฉาก กองถ่ายเราจะไม่เปลืองเรื่องคิว อย่างนักแสดงรับเชิญนี่ ถ่ายทำแค่ 2 - 3 วันก็จบแล้ว ส่วนดาราหลักก็จะใช้คิวเขาแค่ไม่เกิน 5 วันต่อตอน เหมือนกับว่าทิพย์ใช้งานนักแสดงหนักนะคะ แต่ทุกคนแฮปปี้มาก เพราะกองถ่ายนี้ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและทำงานกันแบบไม่เครียด
คุณตฤณ : เราต้องใช้วิธีนี้ เพื่อจะได้ทันออกอากาศ และใช้คิวดาราไม่เยอะ เขาก็ชอบกันนะครับ ทำงานหนักหน่อย แต่ใช้คิวเขาน้อย
‘ตฤณ เศรษฐโชค’ พบรักแท้ในกองถ่าย
เมื่อ พ.ศ. 2530 ละครเรื่อง ‘วัยอลวน’ ได้แจ้งเกิดพระเอกนายแบบ โชค - ตฤณ เศรษฐโชคหรือชื่อจริง โชคชัย ตันประเสริฐจากการสวมบทบาทเป็น ‘ตั้ม’ พระเอกที่มาพร้อมกับความหล่อ เท่ ขี้เล่น ทำเอาสาวๆ อยากเป็นนางเอกของละครเรื่องนี้กันเป็นแถว แล้วกามเทพก็เขียนสคริปต์ให้หนุ่มหล่อหน้ากล้องมาเจอกับสาวสวยหลังกล้อง ทิพย์ – กานต์พิชชา กองแก้วหลังจากนั้น ละครรักของครอบครัวเล็กๆ ที่มีตัวเอกประกอบด้วยพ่อ แม่ และลูกสาววัย 9 ขวบ 1 คนก็เริ่มขึ้น และจนทุกวันนี้ ได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาย่างเข้าปีที่ 12 แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งครอบครัวบันเทิงที่น่าเอาเป็นแบบอย่างทั้งมุมมองความรัก การปรับตัว และการดูแลซึ่งกันและกัน
HUG : คุณตฤณและคุณทิพย์เจอกันครั้งแรกอย่างไรคะ
ตฤณ : เมื่อประมาณ 11 ปีที่แล้ว ก็ได้ทำงานร่วมกัน ทิพย์เขาทำงานเบื้องหลังกองถ่าย ส่วนผมเป็นนักแสดง พบรักกันในกองถ่ายนี่แหละครับ (หัวเราะ) เป็นกองถ่ายละครเรื่อง ‘กฎแห่งกรรม’ ครับ ด้วยความที่ผมห่างหายจากวงการบันเทิงไปสักพักหนึ่ง พอกลับมาก็เจอเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งบทพูดยาวมาก คุณทิพย์เขาก็มาช่วยต่อบทให้ผม ช่วยเหลือเรื่องงานต่างๆ ก็เลยเริ่มรู้สึกว่า ผู้หญิงคนนี้นอกจากหน้าตาดีแล้ว นิสัยก็ยังดีด้วย จากนั้นก็เริ่มกุ๊กกิ๊กๆ จีบเขา แซวเขา (ยิ้ม) อยากจะมากองถ่ายอย่างเดียว วันไหนมีคิวถ่าย ผมจะมากองถ่ายแต่เช้าเลย เรียกว่ามีแรงบันดาลใจที่จะมาทำงานทุกวัน (หัวเราะกันทั้งวง)
คุณทิพย์ : ตอนเจอกันครั้งแรก ทิพย์เองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าพี่เขาเป็นนักแสดง ก็คุยกันตามปกติ ไม่ได้มองว่าเขาจะต้องมาจีบเราหรือเราจะต้องไปจีบเขา แค่เห็นว่าเป็นการทักทายกันตามประสาคนที่ร่วมงานกันในกองถ่าย เราก็ทำงานตามหน้าที่ของเราไป
HUG : คุณตฤณมีวิธีจีบสาวเก่งอย่างคุณทิพย์ยังไงบ้าง
คุณตฤณ : ก็มีชวนไปทานข้าวบ้าง ดูหนังบ้าง (ยิ้มเขิน)
คุณทิพย์ : ตอนแรกพี่โชคเขาชวนไปทานข้าว ก็จะชวนไปกันทั้งทีม ทำท่าเหมือนจะชวนหลายคน แล้วเขาก็มาขอเบอร์โทรศัพท์ บอกว่าเผื่อมีงานอะไร พี่จะได้ติดต่อกลับ ทิพย์ก็บอกเบอร์เขาไปแบบเร็วๆ ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไร ไม่ได้คิดว่าพี่เขาจะจำได้ แต่ปรากฏว่า เขาจำเบอร์เราได้ แล้วเขาก็โทรมา ก็เลยได้ไปทานข้าวด้วยกัน
HUG : นานไหมคะกว่าที่จะตัดสินใจคบหากัน
คุณตฤณ : ก็คบหากันมาสักระยะหนึ่ง ก็เลยเริ่มตกลงปลงใจ คุณเชื่อเรื่อง ‘พรหมลิขิต’ กันไหมครับ เขาวางไว้แล้วว่าเราต้องคู่กัน ผมว่าการที่คนสองคนจะอยู่ด้วยกันแล้วลงตัว มันก็ต้องใช้เวลา บางคนอาจไม่ใช่สเป๊คของเราหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ก็ผมเชื่อว่า ความดีคือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุด คุณทิพย์เขามีตรงนี้มาตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้ และจะมีต่อๆ ไป(คุณทิพย์แอบปาดน้ำตา)
HUG : แล้วคุณทิพย์ล่ะคะประทับใจอะไรในตัวคุณตฤณบ้าง
คุณทิพย์ : พี่โชคเป็นคนใจดีค่ะ เขาจะเฟรนด์ลี่กับทุกคน แต่สิ่งที่ประทับใจเขาคือเขาเป็นคนที่รักคุณพ่อคุณแม่ ตัวทิพย์เองก็เป็นคนที่รักคุณพ่อคุณแม่เหมือนกัน พี่โชคเขารักและดูแลคุณแม่ของเขาดีมาก
คุณตฤณ : คุณทิพย์เขาเป็นคนตรงๆ ไม่มีการปรุงแต่ง คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่เฟค และด้วยระยะเวลาที่ผ่านมา 12 ปี มันก็คงมีบ้างที่ลิ้นกับฟันจะกระทบกัน แต่พอถึงจุดหนึ่งที่เรามีลูก ลูกก็เหมือนโซ่ทองคล้องใจของเราสองคน เราก็มีทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างนะ แต่ไม่บ่อยหรอก เพราะเราจะเอาเหตุและผลมาคุยกันมากกว่า สิ่งไหนที่ให้อภัยซึ่งกันและกันได้ ผมก็ยินดีทำ แล้วตัวเขาเองก็ไม่ค่อยมีเรื่องที่ต้องมาให้ผมให้อภัย ตัวผมเองเสียอีกที่ชอบทำเรื่องให้เขาต้องมาให้อภัยบ่อยๆ (หัวเราะ)
HUG : จุดที่ทำให้คุณตฤณรู้สึกว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณทิพย์คืออะไรคะ
คุณตฤณ : เราสองคนอยู่กันด้วยความเข้าใจ สำหรับเรื่องพิธีรีตอง ผมคิดว่ามันคือส่วนหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ส่วนสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็บอกกล่าวคุณแม่คุณทิพย์เขา ทุกวันนี้ก็อยู่ด้วยกัน รวมทั้งคุณแม่ยายด้วย เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีงานแต่งงานที่เริดหรู เฟอร์เฟ็คต์ เพราะมันเป็นแค่พิธีการ เราอยู่กันด้วยหัวใจมากกว่า ก็กะเหมือนกันนะครับว่า ถ้าลูกโตขึ้นสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็จะจัดงานแต่งงานของพ่อกับแม่ให้ แต่ผมกับคุณทิพย์ก็ได้ใส่ชุดแต่งงานด้วยกันนะ ในละคร
ซิทคอมเรื่อง ‘วิวาห์ฮาเฮ’ ของคุณอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร ทางช่อง 7 เป็นเรื่องเกี่ยวกับเวดดิ้ง สตูดิโอ (Wedding Studio) เขาก็เชิญผมทั้งคู่เลย ไปแต่งงานกันในละคร วันนั้นหน้าบานกันทั้งคู่เลย ผมเองก็หล่อเลย ถือว่าเป็นรูปการแต่งงานในละครของเราสองคน เพราะแม้ว่าเราจะไม่ได้แต่งงานกันนอกจอ แต่เราก็ได้แต่งงานกันในจอแล้ว ตอนนั้นก็รู้สึกดีมากๆ
HUG : พอได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นอย่างไรบ้างคะ ชีวิตเปลี่ยนไปบ้างไหม
คุณตฤณ : ผมว่าชีวิตผมเปลี่ยนไปนะครับ เรื่องหนึ่งคือนิสัยที่ผมชอบกุ๊กกิ๊กกับสาวๆ นี่หายไปเลย อีกเรื่องคือ เวลาผมจะทำอะไร ต้องมีสเต็ปมากขึ้น เพราะผมมีคนข้างหลัง มีครอบครัว มีภรรยาและลูกรออยู่ เมื่อก่อนผมขับรถเร็วมาก 180 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เดี๋ยวนี้ก็ขับแบบหวานเย็นกันไป อาจจะเกิดจากการทำงานที่เหนื่อยด้วยมั้งครับ มันไม่ไหว ก็เลยขับไปเรื่อยๆ ดีกว่า อายุเยอะแล้วด้วย ผมว่าการมีครอบครัวก็ทำให้เรามีสติขึ้นครับ
HUG : ทราบมาว่าตอนนี้เปิดบริษัทผลิตละครโทรทัศน์ร่วมกันด้วย
คุณตฤณ : ครับ ตอนนี้เราเปิดบริษัทกันเองชื่อ ‘นวประทานพร’ มาจากชื่อคุณแม่คือ ‘ประทานพร’ และลูกคือ ‘นวพร’ รวมกัน ตอนเสนอรายการกับทางสถานี ยังถูกแซวว่า นึกว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้าง (หัวเราะ) ผลิตละครเรื่อง ‘ยมบาลเจ้าขา’ ออนแอร์ทางช่อง 7 ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 18.00 – 18.30 น. มีความตั้งใจในการผลิตละครน้ำดี เป็นเรื่องเกี่ยวกับพญามัจจุราช จะสอนให้คนทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อยากให้สติกับคนดู โดยเฉพาะกับเด็กๆ ที่ดูละครในช่วงเวลานี้อยู่ เวลาเขาทำอะไรไม่ได้ ก็จะได้มีเรื่องฉุกคิดนิดหนึ่ง อย่างมีครั้งหนึ่งไปถ่ายที่โรงเรียน เด็กๆ ก็จะมารุมล้อมท่านพญายม ซึ่งนำแสดงโดย ‘เอก – รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง แล้วก็บอกกันว่า ถ้าทำไม่ดี ก็จะต้องไปเจอกับยมบาลนะ เราก็เอ้อ... ได้ผลเนอะ นับว่าได้รับการตอบรับที่ดีทีเดียว ส่วนการแสดงก็ยังรับอยู่ครับ ส่วนใหญ่จะรับบทเป็นพ่อพระเอก (ยิ้ม)
HUG : คุณพ่อคุณแม่ทำงานเยอะขนาดนี้ แบ่งเวลาให้ลูกอย่างไรคะ
คุณตฤณ : ก็ต้องยอมรับว่า ผมกับคุณทิพย์มีเวลาให้ลูกน้อยลงพอสมควร เพราะต้องออกกองถ่ายกันตลอด แต่ถ้าเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์ ถ้าต้องไปถ่ายที่กองถ่ายที่สนิทกัน ผมก็จะพาน้อง
เกรซซี่ (ด.ญ. นวพร ตันประเสริฐ) ไปกองถ่ายด้วย แต่ถ้าช่วงไหนว่างก็จะพาเขาไปทะเล เพราะเขาชอบว่ายน้ำ ถึงแม้เราจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็จะโทรหากันตลอด อย่างวันเสาร์นี้ผมว่าง ก็จะพาเขาไปทานอุด้ง น้องเขาชอบทานอุด้งครับ (ยิ้มสุขใจ)
HUG : ขอทราบถึงวิธีเลี้ยงดูน้องเกรซซี่ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียว
คุณทิพย์ : ทิพย์จะบอกกับลูกเสมอว่า ไม่ว่าพ่อแม่จะงานยุ่งแค่ไหน ขอให้ลูกเป็นคนดีของพ่อแม่ เขาเองก็เป็นเด็กที่น่ารัก เข้าใจการทำงานของพ่อแม่ อย่างเด็กบางคน พอพ่อแม่ออกไปทำงานเขาก็จะร้องไห้ตาม แต่ตั้งแต่เด็ก เกรซซี่ไม่เคยร้องไห้ตามเลย เขาจะรู้ว่าเราไปไหน เพื่ออะไร ถ้าทิพย์มีเวลาและรู้ว่าเกรซซี่อยากไปไหน ทิพย์ก็จะพาเขาไป น้องเรียนที่โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ แถวนวมินทร์ อยู่ในซอยในหมู่บ้านนี่แหละ เวลาไปเรียนหนังสือ คุณยายก็จะเป็นคนไปส่ง ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งหลานสาว แว้นกันไป (หัวเราะขำ) คือในหมู่บ้าน รถมันติดมาก ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งสะดวกกว่า
HUG : คุณทิพย์มีแฟนเป็นอดีตนายแบบและดาราดังขนาดนี้ มีความกังวลเรื่องสาวๆ ไหมคะ
คุณทิพย์ : ทิพย์เป็นคนไม่หึง ไม่ตาม ไม่จู้จี้จุกจิก เพราะถ้าใครมาตามเราว่าอยู่ไหน ทำอะไร มันน่ารำคาญค่ะ สำหรับทิพย์ แค่บอกว่า จะไปทำอะไร ที่ไหน แค่นั้นจบ อาจจะเป็นความเคยชินตั้งแต่สมัยที่ทิพย์อยู่กับคุณแม่ เวลาจะออกไปข้างนอก ก็แค่บอกว่าจะออกไปไหนพอแล้ว คุณแม่ก็ไม่เคยตาม ทำให้ติดนิสัยนี้มาจนถึงปัจจุบัน เวลาพี่โชคไปไหน ก็ไม่เคยไปตาม แต่เขาก็จะบอกหมดเลยนะ จนบางทีก็พี่โชคเขาก็บอกว่า “คุณไม่ห่วงผมเลยหรือ ทำไมไม่โทรตามบ้าง” มันไม่ใช่ไม่ห่วง แต่เป็นคนไม่ชอบตามจริงๆ อยากจะไปไหนก็ไป ถ้าอยากกลับ เขาก็กลับมาเอง
คุณตฤณ : มันกลับเป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะอย่างเมื่อก่อน ผมก็ใช้ชีวิตโสดสนุกสนานพอสมควร เรียกว่าเป็นเพลย์บอยในวงการบันเทิงก็ว่าได้ แต่พอถึงตอนนี้ มันเหมือนกับว่า เราเจอคนที่ใช่แล้ว การให้เกียรติกันสำคัญที่สุด คุณทิพย์เป็นคนเดียวที่ไม่เคยหึง ไม่เคยหวง จนบางครั้งผมก็คิดว่า ช่วยหวง ช่วงหึงผมบ้างได้ไหม (ยิ้มขำ) แต่ผมก็ไม่เคยไปทำอะไรนอกลู่นอกทางนะครับ แน่นอนว่า ความที่เราเป็นนักแสดง เราก็ต้องเจอคนมากหน้าหลายตาอย่างน้องๆ รุ่นใหม่ๆ อะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่เคยหวั่นไหวอะไรนะ จุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้หยุดเรื่องแบบนี้ได้คือ ผมมีลูกสาว แถมเพื่อนๆ ก๊วนเดียวกันที่สมัยก่อนคาสโนว่าเรียกพี่นี่ มีแต่ลูกสาวทั้งนั้นเลย (หัวเราะสะใจ) ความคิดที่จะไปอะไรกับใคร มันก็ไม่มีแล้วหละ แล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย
คุณทิพย์ : ทิพย์รู้ว่าพี่โชคเขาชอบพูดเล่น แต่ทิพย์ก็จะไม่เล่นไปตามเขา เขาจะชอบแกล้งถามว่า “เวลากอดสาวๆ ในละคร แอบหึงมั่งหรือเปล่าเนี่ย” คือทิพย์อยู่วงการมาตั้งแต่เรียนจบ ทำงานเบื้องหลังมาโดยตลอด ทิพย์ก็รู้การทำงานของวงการบันเทิง ทิพย์มองว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก กับการได้กอดสาวๆ ในฉาก กอดยังไงก็กอดไปเถอะ เพราะมันเป็นไปตามบท
HUG : ทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ ดูแลกันและกันอย่างไรคะ
คุณตฤณ : ผมค่อนข้างห่วงเขา เพราะงานเขาหนักมาก ได้นอนวันละแค่ 3 -4 ชั่วโมง เพราะงานผู้กำกับเราต้องเข้าไปดูแลทั้งหมด ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้า หน้า ผม การจัดไฟ เรื่องจิปาถะแทบทุกเรื่อง จนเวลาในการพักผ่อนเขาแทบจะมีเลย ก็พยายามดูเรื่องอาหารการกินเพื่อบำรุงสุขภาพ แม้บางครั้งผมจะไม่ได้เตรียมให้เขาเอง เพราะคุณทิพย์ออกไปทำงานตั้งแต่ตี 5 ส่วนผมตื่นไม่เป็นเวลา แต่ผมก็จะคอยบอกสวัสดิการกองถ่ายให้ช่วยดูแลเรื่องตรงนี้ให้ เวลามากองถ่ายก็จะให้กำลังใจกัน ด้วยคำพูด ด้วยการหอมแก้มให้กำลังใจ พี่ๆ น้องๆ ที่กองถ่ายแซวกันตลอด
คุณทิพย์ : อย่างที่บอกว่า พี่โชคเขาเป็นคนใจดี จะห่วงใยและดูแลทุกคน ไม่ได้เฉพาะกับทิพย์คนเดียว กองถ่ายของเราทำงานกันค่อนข้างหนักค่ะ นี่ถ่ายกันจริงๆ จังๆ มาสองเดือนแล้ว ทำงานกันไม่ได้หยุดเลย เพราะเป็นละครที่ไม่มีสต๊อค หลายคนก็บอกว่าเราค่อนข้างกล้าที่จะถ่ายละครโดยไม่มีสต๊อค น้องเขตต์ (เขตต์ ฐานทัพ) ยังแซวเลยว่า กองถ่ายนี้ เหมือนเอาดีด้ากับดาราวิดีโอมารวมกัน (หัวเราะ) อย่างเมื่อวานก็ถ่ายทีเดียว 40 กว่าฉาก กองถ่ายเราจะไม่เปลืองเรื่องคิว อย่างนักแสดงรับเชิญนี่ ถ่ายทำแค่ 2 - 3 วันก็จบแล้ว ส่วนดาราหลักก็จะใช้คิวเขาแค่ไม่เกิน 5 วันต่อตอน เหมือนกับว่าทิพย์ใช้งานนักแสดงหนักนะคะ แต่ทุกคนแฮปปี้มาก เพราะกองถ่ายนี้ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อยและทำงานกันแบบไม่เครียด
คุณตฤณ : เราต้องใช้วิธีนี้ เพื่อจะได้ทันออกอากาศ และใช้คิวดาราไม่เยอะ เขาก็ชอบกันนะครับ ทำงานหนักหน่อย แต่ใช้คิวเขาน้อย