สวัสดิ์ครับ ผมซึ่งเป็นคนธรรมดาทั่วไปที่ผ่านความรักมาเยอะมากมาย (แต่บอกเลยว่าผมไม่เคยบอกเลิกใครก่อน) อาจเป็นเพราะว่าผมเป็นคนเกรงใจและให้เกียรติ์กับแฟนเสมอ
เข้าเรื่องเลยละกันครับ คือปัจจุบันนี้ผมคบแฟนมาได้ครึ่งปีแล้ว พักหลังๆ มีปัญหากันมากขึ้นในเรื่องของเวลา ทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ อะนะ ผมกับแฟนเราห่างกัน อยู่ 1 ปี ซึ่งผมพึ่งเรียนจบ แต่แฟนผมเขาทำงานแล้ว บอกเลยผมเจอแฟนผ่านทางเว็บที่หาเพื่อนคุยอะไรสักอย่างจำไม่ได้แหละ ช่วงแรกๆ ที่เราคุยกัน ก็ดีนะเขาเป็นคนที่เอาใจใส่ดี ตุยกันได้เกือบเดือนเราก็ตกลงคบกันเป็นแฟน ช่วงแรกที่เราคบกันเราเที่ยวแทบจะทุกเสาร์เลยก็ว่าได้ จนผมเริ่มเปิดเทอม เทอมสุดท้าย ก็นะผมเรียน วท.บ. เรียนหนักมาก ปีสุดท้ายเรียน 23 หน่วย ไม่รู้ว่ามันจะอัดอะไรเทอมนี้เยอะ ไหนจะมีโปรเจคที่ต้องทำส่ง กับภาระงานในรายวิชาต่างๆ ที่มีให้ส่งทุกอาทิตย์ ทำให้เราคุยกันน้อยลงกว่าเมื่อก่อนตอนปิดเทอม แต่ก็นะเราก็ยังคุยกัน แม้กระทั้งเรียนอยู่ยังแอบไลน์ไปหาเลย เพราะเราเคยทะเลาะกันเรื่องคุยกันน้อยไป ทั้งๆ ที่ตกดึก เราก็วิดีโอคอลกันทุกคืน แปลกดีแฮะ แต่ก็ไม่วายเกิดเรื่องที่จะทำให้เราเกือบเลิกกันคือเรื่องเฟส วันนั้นเป็นวันที่ผมสอบสัมมนาก่อนสอบเราก็โทรไปหานะคุยกันเพื่อให้หายตื่นเต้น และขอกำลังใจตามปกติ หลังจากที่ผมสอบสัมมนาเสร็จ ผมก็โพสที่เพสเลยว่า สอบสัมมนาผ่านแล้ว เพราะเราดีใจอะ เพื่อน 2 คนก่อนหน้าเราไม่ผ่าน (เป็นคนที่ 3 ของสัปดาห์แรก) แล้วเรื่องก็เกิดขึ้น แฟนผมเกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจหรือไงไม่รู้ ไลน์มาเลยว่า "สัมมนาเสร็จแล้วทำไมไม่ไลน์มาบอก เห็นเฟสดีกว่าเค้าอย่างงันหรอ" คือแบบว่าเราโพส เพราะเทอก็เป็นเพื่อนกับเราในเฟส จะได้ไม่ต้องไลน์ เพราะเราสัมมนาเสร็จก็ต้องนั่งฟังเพื่อนสัมมนาเหมือนกันจะให้เราพิมพ์ไลน์ระหว่างที่เพื่อนสัมมนา ผมบอกเลยว่าทำไมได้ อนึงมาจากที่ว่าผมเป็นคนให้เกียรติ์คนอื่น แล้วไงละผมก็งอลกลับละเท่านั้นไลน์มาไม่ตอบ โทรมาไม่รับ คือแบบว่า งอนแบบเหตุผลฟังไม่ขึ้นอะ เขางอนผมเพราะเข้าเป็นคนที่ให้กำลังใจแต่พอทำสำเร็จเขากลับไม่ใช่คนแรกที่เราบอกเขา (ผมคิดในใจนะว่าขนาดพ่อ แม่ที่เป็นคนให้กำลังใจมากกว่าแฟนผมยังไม่เคยโทรไปบอกเลยว่าสอบเสร็จแล้วนะ ผมว่าพ่อ แม่ผมคงต้องน้อยใจผมมากกว่าแฟนผมแน่ๆ) จำได้ว่า ผมยอมรับสายหลังจากที่ผมโทรปรึกษากับเพื่อนเรื่องนี้ เราก็คุยกันแหละว่าทำไมเทอถึงต้องงอนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ติอตอนนั้นบอกเลยว่าผมติดลบมาก แล้วผมก็ถามตรงๆ เลยว่า เราจะคบกัยต่อไหม หรือจะหยุดความสัมพันธ์ไว้เป็นเพื่อนกัน เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกมันจะทำให้เราติดลบกันไปเลื่อยๆ นะ ผมให้เกียรติ์แก่เธอ ซึ่งเป็นคนตัดสินใจ เธอตอบว่าจะคบต่อ โอเครผมก็ตอบตกลงว่าได้ แต่ต้องไม่งี้เง่าอีกนะ เขาก็รับปากว่าจะไม่ทำอีก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่งี่เง่ามันก็มีอีกอยู่แต่ผมก็พยายามที่จะไม่สนใจเพราะว่าผมยอมรับได้แหละละในส่วนหนึ่ง ผมบอกเลยว่าผมเป็นคนฟรีดอมให้อิสระ เพราะผมไว้ใจเขา ผมเลยไม่ถามโน้นนี้นั้น ให้ลำคาญ เพราะเขาทำงานนี้ เราก็เรียนเนอะ แต่ก็นะไม่วายทะเลาะกันว่าไม่สนใจเลย อ้าวกำ นี่ผมต้องถามสารทุกข์สุขดิบแบบ ชม. ครั้งเลยหรือป่าว ผมเข้าใจนะว่ามันต้องถาม แต่ผมจะมองดูเวลาว่า อืมทำอะไรอยู่นะ ทักไปจะยุ่งหรือป่าว ไอ้ก็เป็นคนขี้เกรงใจผสมกับพูดน้อยอยู่แล้วด้วย เลยทำให้ทะเลาะกันทุกครั้งเลย ผมบอกเลยว่าผมจะเป็นคนขอโทษก่อนทุกครั้งที่ผมทำผิดจริงๆ และส่วนน้อยที่เขาผิดผมก็ต้องขอโทษเพื่อให้เรื่องจบๆ ไป ผมไม่อยากสร้างปัญหา เล่าจนถึงตอนนี้ผมบอกเลยว่า ผมเป็นเกย์คิง ส่วนแฟนผมคงไม่ต้องบอกนะว่าเป็นอะไร ฮ่าๆ

ก็นะ ที่บ้านไม่มีใครรู้ว่าผมคบกับผช. มีแต่น้องสาว เท่านั้น แต่ก็นะมันก็เกิดขึ้นอีก เวลาที่เขาลึกงาน ผมจะถามอยู่นะว่า เลิกงานยัง เลิกกี่โมง วันนั้นแหละ ไม่ได้ถามเลยเกิดเรื่องขึ้น

ผมก็ต้องขอโทษไปตามภาษาอะนะ พักหลังๆ เราเจอกันเดือนละครั้ง แต่ก็ยังวิดีโอคอลคุยกันอยู่ทุกคืน ทั้งที่ต้องอ่านหนังสือด้วย ดีที่เขายังให้เวลาอ่านหนังสือ ทำงานโน้นนี้นั้น เฮ้...... จนผมเริ่มจะจบแล้วอ่า ต่อไปคือออกหางาน ก็ไม่วายจะมาจุจี้จุกจีกกับงานที่ผมจะทำ ผมเป็นคนออกกำลังกายเข้าฟิตเนสบ่อยครั้ง ผมก็เลยนึกอยากทำงานด้านฟิตเนส เป็น PT ก็เลยไปปรึกษาเรื่องงานเท่านั้นแหละโดนเป็นชุดๆ เลย ไม่ให้ทำ อ้างโน้นนี้นั้นจนคิดว่า เราเอางานไปเสนอให้เขาทำ หรือเราทำเอง ผมเข้าใจนะว่างาน PT เป็นงานบริการ แฟนผมก็หึง หวง กลัวผมไม่ความสัมพันธ์กับ...ที่ฟิตเนส เอาก็เลยเกิดคำถามในใจว่า เราไว้ใจเข้า แต่มำไมเข้าไม่ไว้ใจเราเลยหรือ? มีการบอกด้วยนะว่า ถ้าจะทำงานนี้เขาจะลาออกจากงานมานั่งเฝ้าผมที่ฟิตเนส โอ้แม่เจ้า!!! ผมก็ได้แต่เงิบบบบบ พูดไม่ออก ผมก็จะยืนยันที่จะทำ จนไม่รู้คิดได้ยังไงว่าจะปล่อย เพราะไม่รู้จะห้ามยังไงแล้วพูดหลายเหตุผลให้ฟัง จนไม่รู้จะห้ามยังไง อ้าวกำ ผิดอีกแล้วสินะ

แฟนผมไม่ชอบให้ผมโชว์หุ่น เพราะทำงานนี้มันต้องโชว์ ไม่รู้ว่าจะห่วงอะไรหนักหน่า (มันเป็นของเธอตั้งแต่ที่ผมตกลงคบเป็นแฟนแล้ว คิดเองในใจ) แล้วเรื่องนี้ผมก็ลุยต่อไปสัมภาษณ์งานมาแล้ว ผ่าน รอเรียกอีกที แต่แฟนผมก็ไม่วายให้หางานอื่นไปด้วย ผมก็เลยยอมหางานอื่นตามคำสั่ง จนเมื่อวานก่อน พ่อผมดุน้องเรื่องคุยโทรศัพท์ว่านานเกินไปไหม แล้วน้องผมก็อ้างผมเลย ที่ผมคุยไม่ว่ามันมั้งละ อ้าวกรุอีกแล้ว (โทษทีใช้คำไม่สุภาพ) จบ ตั้งแต่วันนั้นเราก็ไม่ได้คอลกัน เท่านั้นแหละ ก็ไลน์คุยกันแทน แล้วทิ้งประโยค เด็ดไว้ว่า "เราเป็นคนรักกันใช่ไหม?" เงิบอีกตามเคยผมก็ไม่ตอบเพราะเบื่อที่จะตอบ เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้แล้วผมจะไปตอบแทนได้ไง ผมตอบได้ในส่วนผมว่า เรายังเป็นคนรักกัน แต่เธอละยังเป็นอยู่รึป่าว...
สิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเนื้อเรื่องโดยย่อเท่านั้น ตามจริงเธอเป็นดีไหม? ผมบอกเลยว่าดี เป็นห่วงดีมาก มากจนเกินไปสมหรับผมนะ ผมเป็นคนตรง พูดตรงผมก็ได้บอกกับเขาไปแล้วในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะยังยอมรับไม่ได้ ส่วนตัวผม ผมว่าเขาหวังในตัวผมอะไรสักอย่าง ที่ผมไม่เคยรู้ และอาจเข้าไม่ถึง...... ซึ่งจริงๆ แล้วผมอาจจะไม่ได้รักเขา ผมพยายามรักเขา ซึ่งอาจหมายถึงเขาไม่รักผม หรือเขาต้องการผม
ผมขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยครับ พี่ๆ ผู้มากประสบการณ์
ขอบคุณครับ
ผมกับเขา เรารักกันหรือป่าว?
เข้าเรื่องเลยละกันครับ คือปัจจุบันนี้ผมคบแฟนมาได้ครึ่งปีแล้ว พักหลังๆ มีปัญหากันมากขึ้นในเรื่องของเวลา ทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ อะนะ ผมกับแฟนเราห่างกัน อยู่ 1 ปี ซึ่งผมพึ่งเรียนจบ แต่แฟนผมเขาทำงานแล้ว บอกเลยผมเจอแฟนผ่านทางเว็บที่หาเพื่อนคุยอะไรสักอย่างจำไม่ได้แหละ ช่วงแรกๆ ที่เราคุยกัน ก็ดีนะเขาเป็นคนที่เอาใจใส่ดี ตุยกันได้เกือบเดือนเราก็ตกลงคบกันเป็นแฟน ช่วงแรกที่เราคบกันเราเที่ยวแทบจะทุกเสาร์เลยก็ว่าได้ จนผมเริ่มเปิดเทอม เทอมสุดท้าย ก็นะผมเรียน วท.บ. เรียนหนักมาก ปีสุดท้ายเรียน 23 หน่วย ไม่รู้ว่ามันจะอัดอะไรเทอมนี้เยอะ ไหนจะมีโปรเจคที่ต้องทำส่ง กับภาระงานในรายวิชาต่างๆ ที่มีให้ส่งทุกอาทิตย์ ทำให้เราคุยกันน้อยลงกว่าเมื่อก่อนตอนปิดเทอม แต่ก็นะเราก็ยังคุยกัน แม้กระทั้งเรียนอยู่ยังแอบไลน์ไปหาเลย เพราะเราเคยทะเลาะกันเรื่องคุยกันน้อยไป ทั้งๆ ที่ตกดึก เราก็วิดีโอคอลกันทุกคืน แปลกดีแฮะ แต่ก็ไม่วายเกิดเรื่องที่จะทำให้เราเกือบเลิกกันคือเรื่องเฟส วันนั้นเป็นวันที่ผมสอบสัมมนาก่อนสอบเราก็โทรไปหานะคุยกันเพื่อให้หายตื่นเต้น และขอกำลังใจตามปกติ หลังจากที่ผมสอบสัมมนาเสร็จ ผมก็โพสที่เพสเลยว่า สอบสัมมนาผ่านแล้ว เพราะเราดีใจอะ เพื่อน 2 คนก่อนหน้าเราไม่ผ่าน (เป็นคนที่ 3 ของสัปดาห์แรก) แล้วเรื่องก็เกิดขึ้น แฟนผมเกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจหรือไงไม่รู้ ไลน์มาเลยว่า "สัมมนาเสร็จแล้วทำไมไม่ไลน์มาบอก เห็นเฟสดีกว่าเค้าอย่างงันหรอ" คือแบบว่าเราโพส เพราะเทอก็เป็นเพื่อนกับเราในเฟส จะได้ไม่ต้องไลน์ เพราะเราสัมมนาเสร็จก็ต้องนั่งฟังเพื่อนสัมมนาเหมือนกันจะให้เราพิมพ์ไลน์ระหว่างที่เพื่อนสัมมนา ผมบอกเลยว่าทำไมได้ อนึงมาจากที่ว่าผมเป็นคนให้เกียรติ์คนอื่น แล้วไงละผมก็งอลกลับละเท่านั้นไลน์มาไม่ตอบ โทรมาไม่รับ คือแบบว่า งอนแบบเหตุผลฟังไม่ขึ้นอะ เขางอนผมเพราะเข้าเป็นคนที่ให้กำลังใจแต่พอทำสำเร็จเขากลับไม่ใช่คนแรกที่เราบอกเขา (ผมคิดในใจนะว่าขนาดพ่อ แม่ที่เป็นคนให้กำลังใจมากกว่าแฟนผมยังไม่เคยโทรไปบอกเลยว่าสอบเสร็จแล้วนะ ผมว่าพ่อ แม่ผมคงต้องน้อยใจผมมากกว่าแฟนผมแน่ๆ) จำได้ว่า ผมยอมรับสายหลังจากที่ผมโทรปรึกษากับเพื่อนเรื่องนี้ เราก็คุยกันแหละว่าทำไมเทอถึงต้องงอนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ติอตอนนั้นบอกเลยว่าผมติดลบมาก แล้วผมก็ถามตรงๆ เลยว่า เราจะคบกัยต่อไหม หรือจะหยุดความสัมพันธ์ไว้เป็นเพื่อนกัน เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกมันจะทำให้เราติดลบกันไปเลื่อยๆ นะ ผมให้เกียรติ์แก่เธอ ซึ่งเป็นคนตัดสินใจ เธอตอบว่าจะคบต่อ โอเครผมก็ตอบตกลงว่าได้ แต่ต้องไม่งี้เง่าอีกนะ เขาก็รับปากว่าจะไม่ทำอีก แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนที่งี่เง่ามันก็มีอีกอยู่แต่ผมก็พยายามที่จะไม่สนใจเพราะว่าผมยอมรับได้แหละละในส่วนหนึ่ง ผมบอกเลยว่าผมเป็นคนฟรีดอมให้อิสระ เพราะผมไว้ใจเขา ผมเลยไม่ถามโน้นนี้นั้น ให้ลำคาญ เพราะเขาทำงานนี้ เราก็เรียนเนอะ แต่ก็นะไม่วายทะเลาะกันว่าไม่สนใจเลย อ้าวกำ นี่ผมต้องถามสารทุกข์สุขดิบแบบ ชม. ครั้งเลยหรือป่าว ผมเข้าใจนะว่ามันต้องถาม แต่ผมจะมองดูเวลาว่า อืมทำอะไรอยู่นะ ทักไปจะยุ่งหรือป่าว ไอ้ก็เป็นคนขี้เกรงใจผสมกับพูดน้อยอยู่แล้วด้วย เลยทำให้ทะเลาะกันทุกครั้งเลย ผมบอกเลยว่าผมจะเป็นคนขอโทษก่อนทุกครั้งที่ผมทำผิดจริงๆ และส่วนน้อยที่เขาผิดผมก็ต้องขอโทษเพื่อให้เรื่องจบๆ ไป ผมไม่อยากสร้างปัญหา เล่าจนถึงตอนนี้ผมบอกเลยว่า ผมเป็นเกย์คิง ส่วนแฟนผมคงไม่ต้องบอกนะว่าเป็นอะไร ฮ่าๆ
สิ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเนื้อเรื่องโดยย่อเท่านั้น ตามจริงเธอเป็นดีไหม? ผมบอกเลยว่าดี เป็นห่วงดีมาก มากจนเกินไปสมหรับผมนะ ผมเป็นคนตรง พูดตรงผมก็ได้บอกกับเขาไปแล้วในเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนเขาจะยังยอมรับไม่ได้ ส่วนตัวผม ผมว่าเขาหวังในตัวผมอะไรสักอย่าง ที่ผมไม่เคยรู้ และอาจเข้าไม่ถึง...... ซึ่งจริงๆ แล้วผมอาจจะไม่ได้รักเขา ผมพยายามรักเขา ซึ่งอาจหมายถึงเขาไม่รักผม หรือเขาต้องการผม
ผมขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยครับ พี่ๆ ผู้มากประสบการณ์