บอลอีก 7 นัดนี้เป็นนัดที่สำคัญทุกนัด ของช่วงใกล้ท้ายสุด (ถ้ามองว่าโค้งท้ายสุดคือ 5 เกมสุดท้าย)
เกมรับสเปอร์คืนนี้ ก็เป็นคืนที่สำคัญมากๆ คืนนึง...จริงๆ มันสำคัญทุกเกมที่เหลือ
ลิเวอร์พูลคงไม่ต้องแข่งกับใครนอกจากแข่งกับตัวเอง ศักยภาพตอนนี้ทีมคู่แข่งแม้น่ากลัว
แต่ผมเชื่อว่า "กุนซือ" ของทีมตรงข้าม ก็เกรงกลัวฝั่งนี้อยู่บ้างพอสมควร
วันนี้ต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์ ไก่เดือยทอง...
ทีมที่ผมค่อนข้างชื่นชอบเป็นทีมที่สอง รองมาจากลิเวอร์พูล (ถ้าไม่มีเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์นะ)
จากแต่อดีตที่มีกองหน้าอย่าง ไคล อัลลเลน คริส วอดเดิ้ล อาดิเลส และยอดนักเตะเท้าชั่งทอง เกล็น ฮอดเดิ้ล
นัดก่อนคงรู้ผลกันดีว่าเราไปเยือนและขโมยไข่กลับมาบ้านได้ถึง 5 ฟองเต็มๆ
นั่นเป็นเกมที่เราได้เห็นกุนซือมาดเท่ที่ผมชื่นชอบมากอย่าง โบอาส...เป็นนัดสุดท้าย
มันเป็นเกมที่มีความหมายของทั้งสองทีม สเปอร์แม้แผ่วไปบ้างจากการไม่ลงตัวของผู้เล่น
การเปลี่ยน ผจก. แต่ผมว่าชื่อเสียง และชั้นเชิงสเปอร์ก็ไม่ได้ดูไม่น่าเกรงขาม
ตามผลคะแนนที่ได้กันมา...ยังน่ากลัวเสมอ...กลัว "เสมอ" จริงๆ
กลัวแพ้??? ผมยอมรับตามตรง ในชั่วโมงนี้ อัตราส่วนตรงนี้ค่อนข้างเอนไปทางนั้นน้อย
จะด้วยผลคะแนน ความสม่ำเสมอของเกมชนะ ฟอร์ม หรือแม้แต่การเล่นในบ้าน...
แ้ต้มมันเดินมาทางหงส์แดงด้วยสัดส่วนมากกว่า
แต่ถ้าจะต้องกลัวบ้าง...ย่อมต้องมี เพราะบอลมันลูกกลมๆ อะไรก็เกิดได้ทั้งสามหน้า
สิ่งที่กลัว น่าจะมีอยู่ไม่กี่ประเด็น
1.ความกดดัน ที่เกิดขึ้นภายในใจนักเตะหงส์แดงเอง
ณ โมเม้นต์ตอนนี้แข้งลิเวอร์พูล กำลังได้รับการจับตามองรวมถึงการเทพลังใจจากแฟนทีม
ที่มันมีสารปนเปื้อนปะปนไปนั่นคือ "ความหวัง" อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรืออาจผสมในตัวเองที่มีอยู่ด้วย
เกมต่อไปนี้ "ลิเวอร์พูล" จะรับมันได้แบบไหน กับการจัดการกับ "สมาธิ"
ในการเล่นที่ BR คงต้องสะกดจิตไว้ว่า "ให้มองเป็นนัดๆ"
ประเด็นความกดดันนี้ ผมมองว่าจะทำให้เกิดความเกร็ง...และเกิดความผิดพลาดได้ นั่นคือ...ช่องสำหรับไก่ในคืนนี้
2.ความล้า ความกรอบจากการเล่นต่อเนื่อง
แม้ลิเวอร์พูล ไม่มีเกมบอลด้วยแบบยอดทีมอื่นๆให้เตะถี่ๆก็ตาม แต่ลิเวอร์พูลในปัจจุบันเป็นทีมที่เติบโตด้วยคำว่า "ทีมเวิร์ค"
การเล่นด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันและกันมากที่สุด ผู้เล่นของลิเวอร์พูลจึงมากเป็นชุดเดิม
แทบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เต็มที่ก็เปลี่ยนแค่ตำแหน่ง หรือระยะการยืนเพื่อเล่นตามแท็คติก
หน้าเดิมๆ
ผมตัดเรื่องขนาดทีมออกไป เพราะเราไม่มีเกมมากแบบทีมอื่น ขนาดทีมเท่านี้ ผมถือว่ารับได้
แต่จากนัดหลังสุด เี่ราคงเริ่มเห็นสภาวะความล้าบางอย่างบ้าง...
นักเตะบางคนแม้วิ่งได้ทั้งเกม แต่ก็มีจังหวะขาแข้งอ่อน ไม่ปกติ
จุดนี้คือปัญหาใหญ่ของทีมขนาดกลางแบบนี้ อาร์เซน่อล คือตัวอย่างที่มองเห็นชัด
นักเตะหลายคนของทีมเจ็บไป ความระส่ำก็เกิดขึ้นตาม
ข้อ 2. นี้...บอกตรง ผมหวั่นใจเล็กๆ มากกว่าข้อ 1. เพราะเกมที่เหลือต่อไปนี้ คือความหนักอย่างแท้จริง
การเจอทีมที่ลุ้นที่ 4
การเจอทีมที่ลุ้นเข้าป้ายที่ 1 เหมือนกันอีก 2 ทีม
การเจอทีมที่ต้องการพื้นที่อยู่รอดในลีกสูงสุด
นับเกมนี้กับไก่ และต่อไป
ผมว่าระดับการเล่นแทบไม่แตกต่างๆ กันแล้ว
ความฟิต สภาพร่างกาย ต้องสมบูรณ์แบบที่สุดที่จะยืนในแบบการเล่นที่คงเส้นคงวาจนนัดสุดท้าย
ไม่รู้ทีมตอนนี้มีสภพแบบไหน...คืนนี้กับสเปอร์ คงเห็นกัน
สรุปเกมกับไก่คืนนี้...ตามหัวเรื่องและความข้างต้น ผมไม่ออกตัวว่ากลัวแพ้
แต่คิดว่าถ้าไม่ได้แต้มตามที่ใจคิด น่าจะมาจากประเด็นข้างต้นมากกว่า
มากกว่า...ความกังวลเรื่องฟอร์มกองหลังอะไรในตอนนี้
ผมไม่รู้ว่า BR จะเป็นกุนซือที่เก่งจริง หรือแค่พาลิเวอร์พูลวูบวาบขึ้นมา ต้องรอดูปีที่ 3 อะไรก็ตาม
แต่ผมชอบไอ้ตำราหนาๆ ของ BR ที่โยนใส่กบาลเฮนรี่ ที่มีหน้าหนึ่งในการวิเคราะห์ SWOT ของทีม
ถ้า W มันคือกองหลัง เกมรับ ความรั่ว...เป็นจุดอ่อน
การที่เรามัวแต่กังวลจุดอ่อน แล้วมัวแต่ซ่อมแซมจุดอ่อนมากเกินไป...นั่นมันคือคุณสมบัติของคนขี้แพ้ ที่มักระแวงกับจุดอ่อนของตนเอง
วันนี้เรามีจุดแข็ง...ก็งัดมันเอามากลบจุดอ่อนให้มิด
ผมไม่กลัวแพ้ทีมที่ชื่อ...สเปอร์ แต่บอกตรง...
ผมกลัวแพ้ที่มที่ชื่อ "ลิเวอร์พูล" มากกว่า
กลัวมันแพ้ใจตัวเอง...น่ะ
ขอบคุณครับ
ยาวๆ ก่อนเกมศึกสัตว์ปีคืนนี้...ไม่ได้ออกตัวว่ากลัวแพ้ สำหรับลิเวอร์พูล!!!
เกมรับสเปอร์คืนนี้ ก็เป็นคืนที่สำคัญมากๆ คืนนึง...จริงๆ มันสำคัญทุกเกมที่เหลือ
ลิเวอร์พูลคงไม่ต้องแข่งกับใครนอกจากแข่งกับตัวเอง ศักยภาพตอนนี้ทีมคู่แข่งแม้น่ากลัว
แต่ผมเชื่อว่า "กุนซือ" ของทีมตรงข้าม ก็เกรงกลัวฝั่งนี้อยู่บ้างพอสมควร
วันนี้ต้อนรับการมาเยือนของสเปอร์ ไก่เดือยทอง...
ทีมที่ผมค่อนข้างชื่นชอบเป็นทีมที่สอง รองมาจากลิเวอร์พูล (ถ้าไม่มีเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์นะ)
จากแต่อดีตที่มีกองหน้าอย่าง ไคล อัลลเลน คริส วอดเดิ้ล อาดิเลส และยอดนักเตะเท้าชั่งทอง เกล็น ฮอดเดิ้ล
นัดก่อนคงรู้ผลกันดีว่าเราไปเยือนและขโมยไข่กลับมาบ้านได้ถึง 5 ฟองเต็มๆ
นั่นเป็นเกมที่เราได้เห็นกุนซือมาดเท่ที่ผมชื่นชอบมากอย่าง โบอาส...เป็นนัดสุดท้าย
มันเป็นเกมที่มีความหมายของทั้งสองทีม สเปอร์แม้แผ่วไปบ้างจากการไม่ลงตัวของผู้เล่น
การเปลี่ยน ผจก. แต่ผมว่าชื่อเสียง และชั้นเชิงสเปอร์ก็ไม่ได้ดูไม่น่าเกรงขาม
ตามผลคะแนนที่ได้กันมา...ยังน่ากลัวเสมอ...กลัว "เสมอ" จริงๆ
กลัวแพ้??? ผมยอมรับตามตรง ในชั่วโมงนี้ อัตราส่วนตรงนี้ค่อนข้างเอนไปทางนั้นน้อย
จะด้วยผลคะแนน ความสม่ำเสมอของเกมชนะ ฟอร์ม หรือแม้แต่การเล่นในบ้าน...
แ้ต้มมันเดินมาทางหงส์แดงด้วยสัดส่วนมากกว่า
แต่ถ้าจะต้องกลัวบ้าง...ย่อมต้องมี เพราะบอลมันลูกกลมๆ อะไรก็เกิดได้ทั้งสามหน้า
สิ่งที่กลัว น่าจะมีอยู่ไม่กี่ประเด็น
1.ความกดดัน ที่เกิดขึ้นภายในใจนักเตะหงส์แดงเอง
ณ โมเม้นต์ตอนนี้แข้งลิเวอร์พูล กำลังได้รับการจับตามองรวมถึงการเทพลังใจจากแฟนทีม
ที่มันมีสารปนเปื้อนปะปนไปนั่นคือ "ความหวัง" อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรืออาจผสมในตัวเองที่มีอยู่ด้วย
เกมต่อไปนี้ "ลิเวอร์พูล" จะรับมันได้แบบไหน กับการจัดการกับ "สมาธิ"
ในการเล่นที่ BR คงต้องสะกดจิตไว้ว่า "ให้มองเป็นนัดๆ"
ประเด็นความกดดันนี้ ผมมองว่าจะทำให้เกิดความเกร็ง...และเกิดความผิดพลาดได้ นั่นคือ...ช่องสำหรับไก่ในคืนนี้
2.ความล้า ความกรอบจากการเล่นต่อเนื่อง
แม้ลิเวอร์พูล ไม่มีเกมบอลด้วยแบบยอดทีมอื่นๆให้เตะถี่ๆก็ตาม แต่ลิเวอร์พูลในปัจจุบันเป็นทีมที่เติบโตด้วยคำว่า "ทีมเวิร์ค"
การเล่นด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันและกันมากที่สุด ผู้เล่นของลิเวอร์พูลจึงมากเป็นชุดเดิม
แทบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เต็มที่ก็เปลี่ยนแค่ตำแหน่ง หรือระยะการยืนเพื่อเล่นตามแท็คติก
หน้าเดิมๆ
ผมตัดเรื่องขนาดทีมออกไป เพราะเราไม่มีเกมมากแบบทีมอื่น ขนาดทีมเท่านี้ ผมถือว่ารับได้
แต่จากนัดหลังสุด เี่ราคงเริ่มเห็นสภาวะความล้าบางอย่างบ้าง...
นักเตะบางคนแม้วิ่งได้ทั้งเกม แต่ก็มีจังหวะขาแข้งอ่อน ไม่ปกติ
จุดนี้คือปัญหาใหญ่ของทีมขนาดกลางแบบนี้ อาร์เซน่อล คือตัวอย่างที่มองเห็นชัด
นักเตะหลายคนของทีมเจ็บไป ความระส่ำก็เกิดขึ้นตาม
ข้อ 2. นี้...บอกตรง ผมหวั่นใจเล็กๆ มากกว่าข้อ 1. เพราะเกมที่เหลือต่อไปนี้ คือความหนักอย่างแท้จริง
การเจอทีมที่ลุ้นที่ 4
การเจอทีมที่ลุ้นเข้าป้ายที่ 1 เหมือนกันอีก 2 ทีม
การเจอทีมที่ต้องการพื้นที่อยู่รอดในลีกสูงสุด
นับเกมนี้กับไก่ และต่อไป
ผมว่าระดับการเล่นแทบไม่แตกต่างๆ กันแล้ว
ความฟิต สภาพร่างกาย ต้องสมบูรณ์แบบที่สุดที่จะยืนในแบบการเล่นที่คงเส้นคงวาจนนัดสุดท้าย
ไม่รู้ทีมตอนนี้มีสภพแบบไหน...คืนนี้กับสเปอร์ คงเห็นกัน
สรุปเกมกับไก่คืนนี้...ตามหัวเรื่องและความข้างต้น ผมไม่ออกตัวว่ากลัวแพ้
แต่คิดว่าถ้าไม่ได้แต้มตามที่ใจคิด น่าจะมาจากประเด็นข้างต้นมากกว่า
มากกว่า...ความกังวลเรื่องฟอร์มกองหลังอะไรในตอนนี้
ผมไม่รู้ว่า BR จะเป็นกุนซือที่เก่งจริง หรือแค่พาลิเวอร์พูลวูบวาบขึ้นมา ต้องรอดูปีที่ 3 อะไรก็ตาม
แต่ผมชอบไอ้ตำราหนาๆ ของ BR ที่โยนใส่กบาลเฮนรี่ ที่มีหน้าหนึ่งในการวิเคราะห์ SWOT ของทีม
ถ้า W มันคือกองหลัง เกมรับ ความรั่ว...เป็นจุดอ่อน
การที่เรามัวแต่กังวลจุดอ่อน แล้วมัวแต่ซ่อมแซมจุดอ่อนมากเกินไป...นั่นมันคือคุณสมบัติของคนขี้แพ้ ที่มักระแวงกับจุดอ่อนของตนเอง
วันนี้เรามีจุดแข็ง...ก็งัดมันเอามากลบจุดอ่อนให้มิด
ผมไม่กลัวแพ้ทีมที่ชื่อ...สเปอร์ แต่บอกตรง...
ผมกลัวแพ้ที่มที่ชื่อ "ลิเวอร์พูล" มากกว่า
กลัวมันแพ้ใจตัวเอง...น่ะ
ขอบคุณครับ