อันดับหนึ่งรู้สึกว่า ปีนี้ ชุดของ Pretty น่าดูขึ้น เน้นหน้าอกหน้าใจกันมาก สยิวกันไปเลยทีเดียว ลูกผม (1.6 ขวบ)
ชอบมากครับ อันนี้เรื่องจริงนะ แฟนผมขำเลย
BMW i8 คันละ 10 ล้าน ทำไมไม่เอาสีดำตัดดำมาโชว์ ผมตะลึงกับ i8 ก็เพราะลวดลายสีตัดๆ จากรูปในเน็ตนี่ล่ะครับ
พอมาเห็นตัวจริง รู้สึกว่ามันรู้สึกไม่ค่อยสุดๆ ยังไงไม่รู้ ดูธรรมดาไปซะงั้น คงเป็นเพราะสีที่เอามาโชว์ไม่เวิร์คใช่มั๊ย
Suzuki Celerio เยี่ยมเลยครับ ผมเข้าไปดู ไปจับไปนั่ง ไปทำอะไรก็ได้ เหมือนรอบ VIP เลย เพราะว่าบูธ Suzuki แทบ
ไม่มีคน และไม่มีใครแยแสกับ Eco car No.2 คันนี้เลยครับ พอมองเห็นอนาคตรำไรรึเปล่าครับ ส่วนหนึ่ง ผมวิเคราะห์ได้ว่า
"นี่คือสภาพที่แท้จริงของระดับแบรนด์"
หลังจากที่ถูกปั่นให้เห็นภาพเกินจริง (เหมือนปั่นหุ้น) จาก Swift Effect ที่ทำให้คนทั่วประเทศหันมาสนใจแบรนด์
น้องใหม่อย่างเกินหน้าเกินตาภายในเวลาที่สั้นมาก
พอมาถึงยุค Celerio รถใหม่ ราคาถูกมาก ที่ถูกจอดตั้งโชว์อยู่บนสแตนด์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก
แต่ไม่สามารถเรียกความสนใจให้คนเข้ามาดูได้เลย มันตกสภาพเหมือนเป็นรถ จีน หรือรถอินเดีย หนึ่งคันที่มาจอดตรงกลางงาน
ใช่ครับ ระดับการออกแบบ มันเป็นรถระดับประเทศโลกที่สาม จนไม่อาจเรียกความสนใจคนในงานได้เลย
แต่ตรงกันข้าม มันขายดีระเบิดในอินเดีย ประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ คนจนมีเป็นจำนวนมากนี่เอง
Suzuki ให้ใบกับคนที่เข้าชม เพื่อถามว่า ควรตั้งราคา Celerio เท่าไหร่ดี (55555 ทำถึงขนาดนี้เชียว)
เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในช่วงละเอียดอ่อน เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่การชะลอตัว ลองไปดูร้านในห้าง เจ๊งกันเป็นแถบ
ยิ่งกว่าตอนต้มยำกุ้งอีก เพียงแค่ตลาดหุ้นยังไม่ฟุบเท่านั้น เพราะรอบนี้ธนาคารไม่โดนทุบเหมือนคราวที่แล้ว
ผมเขียนไปอย่างเกรงใจเล็กน้อยว่าควรอยู่ระหว่าง 320,000 - 420,000 บาท
ผมไม่รู้หรอกว่า ราคาที่เขียนไป เหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่ความรู้สึกหลังจากที่สัมผัส Celerio แล้วคือ
ภายนอก
มันดูดีกว่าในรูปนิดหน่อย มันเป็นส่วนผสมระหว่าง Kei car ที่พยายามทำตัวเป็นรถที่ดูดีในสายตาคนอินเดีย แต่งงว่าแล้วมันจะขายที่ไทยกับยุโรปได้หรือ?
ดีว่ามันถูก มันคงสามารถไปแต่งต่อยอดได้ - แต่สรุปผมให้ผ่านนะ พอได้
ภายใน
มันเยี่ยมมากกว่าที่คิด มีการตกแต่งภายในแบบเหมาะสมพอประมาณ ไม่น้อยเกินไปแบบรถถูกๆ มองแล้วค่อนข้างพึงพอใจ
วิทยุตรงกลางสวยมาก มีช่อง AUX/USB ด้วย อันนี้ดีกับการเล่นเพลงเยอะๆ และสะดวกมาก ปุ่มกด feeling ดี แอร์มือบิดตอนหมุน
ก็แน่นๆ ดี มีช่องลมครบทุกทิศทาง ไม่ลดต้นทุนแบบ Vios/Yaris แต่ไม่มีแถบสีแดง แปลว่า ถ้าหนาวจัด ก็ต้องปิดแอร์ไปเลย
ปุ่ม A/C กับปุ่ม ไล่ฝ่าหลังไม่ได้ให้มา แต่มีที่ปัดน้ำฝนหลังมาให้ การประกอบภายใน ดีกว่า Brio เยอะ ก็ประกอบมาแบบ Swift นั่นแหล่ะ
แต่นี่เป็นรถประหยัด ชิ้นส่วนก็จะไม่มากชิ้น คุณภาพพลาสติกอยู่ในขั้นแค่รับได้
การนั่งบนเบาะ เบาะปรับสูงต่ำไม่ได้ แต่ระดับก็ถือว่าพอเหมาะ งานนี้ผู้หญิงเตี้ยๆ อาจจะอยากเอาเบาะมารองก้นแบบรถสมัยก่อน
แต่สำหรับผู้ชายถือว่าพอดี หมอนรองศรีษะเป็นแบบตายตัวทั้งหน้าและหลัง แต่ด้านหลังจะเตี้ย ไว้ให้ผู้หญิงกับเด็กนั่งพิงเป็นหลัก
พื้นที่ภายในบริหารจัดการเยี่ยม ด้านหน้านั่งสบาย ด้านหลังโปร่งกว้างกว่าที่คิด คนอ้วนๆ นั่งได้สบาย แม้จะเป็นรถถูกๆ แต่ผมนั่งแล้ว
ถูกใจ ส่วนเซลจะบอกว่าราคาเท่าไหร่ เป็นแค่การคาดเดาของเซลเอง เซลหลายๆ คน จะตั้งเว่อร์ไว้ก่อนว่าราคาแค่ 3 แสนต้นๆ ในรุ่นท๊อป
เพื่อหวังให้คนรีบจอง "จองเถอะนะพี่" ซึ่งพูดแบบนี้ เกิดของจริงมา 4 แสน ก็ได้ถูกก่นด่ากันแน่ แม้จะให้ถอนจองได้ทุกกรณีก็ตาม
แต่สำหรับผม ผมให้มันเป็น 1 ใน 4 สุดยอดในใจของงานนี้ อีก 3 รุ่นก็จะมี Altis, Mazda 3, Tricity (รถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อรุ่นใหม่)
พูดถึงรถเก่ง C segment ในงานนี้มีมาประชันกันเยอะมาก
ดาวเด่นที่สุดต้องให้ Mazda 3 คนล้นท่วมบูธแบบไม่เคยเป็นมาก่อน มากกว่าสมัย Mazda 2 ทั้งๆ เศรษฐกิจเป็นแบบนี้นี่นะ
คราวนี้เอามาโชว์ทุกเกรด ตั้งแต่ entry จนถึง top สุด นั่งแล้ว fin ทั้งด้านหน้าและหลัง แม้ว่าเมื่อกระโดดเข้าไปนั่งในรุ่นเก่าที่มาจอด
โชว์โละสต๊อกอยู่ข้างๆ มันจะขนาดเท่าๆ กัน แต่รุ่นใหม่รู้สึกอะไรบางอย่างดีกว่า ผมยังไม่เข้าใจ หรือผมอาจจะคิดไม่เหมือนชาวบ้าน ในกลุ่ม
นี้ Civic กลับกลายเป็นรถที่นั่งหลังได้แย่ที่สุด เพราะไม่ว่าผมจะนั่งท่าไหร่ หัวผมจะติดหลังคา มันแย่ยิ่งกว่า Almera ที่ว่า headroom หลังเตี้ยอีก
หรือผมอยู่ในมิติพิศวงเลยเป็นอยู่คนเดียว 3 และ Altis ใหม่ ให้พื้นที่ headroom ในระดับที่พอดีๆ ตัวผมเลย (สูง 174)
ภายนอก ซีดาน vs แฮช
ยังไงรุ่นซีดานก็ดูดีกว่า เพราะมันถูกสร้างจากซีดานก่อนแบบไม่ต้องสืบ เพราะหน้าที่ของ designer คือการย่อส่วน Mazda 6 ลงมาให้ 3 ดังนั้น
เรือนร่างต้นแบบมันคือซีดานอยู่วันยังค่ำ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่แล้ว Hatchback จะสวยกว่า เพราะมันไม่ต้องมาเริ่มทำตามแบบวิธีที่บอกดังกล่าวข้างต้น
ทั้งหมดเป็น คหสต. ประกอบข้อมูลอ้างอิงเล็กน้อยครับ
ภายใน
เมื่อคุ้นตากับแอร์ออโต้ใหม่ที่ไม่เหมือนในเน็ตแล้วก็จะรู้สึกโอเคไปกับมันได้ไม่ยากนัก แต่ตัวผมยังพิศวาสรุ่น entry อยู่ดี ส่วนตัวผมมองว่า แอร์ธรรมดา
มันสวยกว่า มันมีปุ่มกดรายล้อม ต่างจากแอร์ออโต้ที่เป็น knob เพียวๆ สามวง โชคดีที่จอ HUD ไม่ได้ทำให้ผมตื่นตะลึงอะไร
หลังจากสัมผัส Mazda 3 ใหม่แล้วรู้สึกชอบมันมากที่สุดในงานเมื่อวานนี้
ไปที่ Nissan เพื่อดู Livina, Pulsar Turbo DIG
ข่าวร้ายคือเซลบอกผมว่า ราคา Pulsar Turbo DIG อยู่ที่ 1,170,000 บาท ถ้าข้อมูลนี้ยืนยันถูกต้อง แปลว่า Pulsar จะแพงกว่ารุ่นท๊อปของซีดานรุ่น
อื่นๆ ไปหน่อยสักแสนนึง ผมคิดว่า Nissan คงคิดมาดีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ น่าจะมองที่ตัวรถเป็นหลัก และไม่ได้คิดเช่นนั้น ผมเข้าไปจับๆ นั่งๆ ดู
รู้สึกไม่ค่อยประทับใจภายในนัก อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเบาะมันแข็งเกินไป และภายในก็รู้สึกว่าออกแบบสู้คู่แข่งไม่ได้เลย นั่งแล้วไม่ได้อารมณ์ตื่นเต้นเร้าใจ
แบบ Mazda 3 หรือ Altis แล้วเมื่อคิดว่าตัวล่างๆ ของ Pulsar 1.6 ก็ประมาณนี้ ก็รู้สึกเสียดายเงิน 3.5 แสนที่ต้องเพิ่มเพื่อมาเล่นตัวนี้ยังไงไม่รู้
แต่ยังไงก็ตาม คันนี้น่าจะกลายเป็นตำนานตาม Vios Turbo ได้ไม่ยาก
Livina ทำผมเซ็ง
ภายนอก ในเน็ตดูสวยกว่าตัวจริงอีก ตัวจริง ดูเฉยๆ และเชยมาก ส่วนภายในนั่งแล้วก็อยู่ในระดับที่เฉยๆ มาก ไม่ได้กว้าง ไม่ได้นั่งสบายอะไร
พลาสติกกับเบาะแข็งๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าใช้งาน แต่เมื่อมองไปด้านท้าย โอ้โหมีที่เก็บของกว้างมาก
สุดท้าย ผมลองไปนั่ง Almera Minor Change ทำไมผมรู้สึกว่ามันเป็นรถที่วิศวกร Nissan ทำออกมาดีแฮะ ผมเคยใช้อยู่พักนึง ตอนเปิดตัวใหม่ๆ
เครื่องและเกียร์ค่อนข้างโอเคสำหรับผมอยู่แล้ว (เป็นคนเท้าไม่หนัก) ยิ่งได้กลับมานั่งดูอีกครั้ง มันสบายกว่า Pulsar, Livina อีกเว้ยเฮ้ย
ไม่ได้ เว่อร์ หรือตั้งใจปั้นแต่งน้ำเป็นตัว แต่ผมแค่บังเอิญลองนั่งต่อๆ กัน เฮ้ย happy กับ Almera อะ ไม่ว่านักวิจารณ์เซียนๆ คนไหนจะพูดอย่างไร
ก็ตาม ผมมองว่า คนที่ข้ามผ่าน และซื้อ Almera ไปใช้นี่โชคดีนะ เสียดายที่ Nissan ผลิตรุ่น 1.5 ส่งออกเพียงอย่างเดียว
สรุปแบบแปลกๆ ผมคิดว่า Livina กับ Pulsar ดูไม่คุ้มค่าที่จะเสียเงินขึ้นมาซะงั้น เพราะ eco car sedan ของ Nissan เอง
ส่วนตัวผมสนใจ Altis อยู่แล้ว (ไม่ชอบเรื่องแอร์น่ะใช่) ในฐานะที่เคยเป็นเจ้าของรุ่นที่แล้ว ต้องบอกว่าพื้นที่ภายในของรุ่นใหม่ทำได้ดีกว่าเดิม
ตามความคิดของผมนะ ด้านหลัง headroom สบายขึ้นเยอะ ฆ่า Civic ในจุดนี้ได้เลย สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ พวงมาลัยทรงไม่สวย แต่มันจับได้
พอดีมากๆ ผมชอบนั่งทั้ง 3 ทั้ง Altis ชอบทั้งคู่ แบบรักพี่เสียดายน้อง อยากได้มากมาย TT Altis CNG เงียบ ไม่ค่อยมีคนดู แต่มีคนมุงดู Esport
Camry Extremo ใหม่ ตัวจริง สวยมาก แต่ถ่ายรูปมาทำไมมันดูไม่สวยเลย แต่ข้อติก็มีตรงที่ Toyota เลือกใช้ DRL ทรงคลองถมมาติดให้กับ
รุ่นพิเศษทุกรุ่นตั้งแต่ Camry, Fortuner ยัน Vigo แย่จริงๆ
Ford Fiesta ชุดแต่ง ST สวยมากๆ, Everest ใหม่ สวย แต่กลัวมันจะดูจืดลงไปทุกวันๆ เมื่อถึงปีหน้า ยามที่ Fortuner มา Everest ตัวนี้จะมีอะไร
ให้ว้าวใจ คิดว่าไม่เหลือ Ecosport ไม่ค่อยเห็นคนสนใจ เพราะคนอาจจะคิดว่า ราคานี้ ไปซื้อ Juke ดีกว่า เพราะ Juke ดูเด่นบนท้องถนนกว่ามาก
คนที่ซื้อ B suv ต้องการอะไรที่โดดเด่น เหนือเหตุผล เพราะถ้าต้องการเหตุผล จะไม่ซื้อ B suv แต่ไปซื้อ CRV มากกว่า ในความเห็นส่วนตัวของผมนะ
Lexus ES ในรูปไม่สวย ตัวจริงก็ดูไม่สวยตามนั้น
MG 1.8Turbo เป็นบูธที่เงียบเหงา แม้ว่าจะโปรโมทความเป็นอังกฤษมากแค่ไหน พอเดินเข้าไปเซลรีบเข้ามาบอกว่า รถของเราคือรถอังกฤษ
(พูดเหมือน 100% อังกฤษ ไม่มีเชื้อจีน) โดยตั้งเป้าว่า MG6 เป็นรถระดับเดียวกับ Camry Accord และมีสองตัวถัง แบบซีดาน กับท้ายลาด (เรียกว่าไงจำไม่ได้)
เมื่อเข้าไปนั่งแล้ว ภายในไม่ใหญ่มากนัก ประมาณ C segment วัสดุ เบาะผิวสัมผัส ถึงขั้นดีมาก เท่าๆ กับ D segment ญี่ปุ่นทั่วไป อาจจะคล้ายๆ
กับยุโรปด้วยนะ แต่พลาสติกบนคอนโซลหน้า การออกแบบ อะไรต่างๆ ดูเหมือน designer/engineer ยังไม่ค่อยเก่งยังไงไม่รู้ ยังดูอ่อนๆ อยู่
option มีตรึม เจอ defect บนพวงมาลัยด้วย ยังไงๆ ด้านคุณภาพคงยังเป็น baby แน่นอน (เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น)
ทุกๆ อย่างของ MG ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ราคา เสียที่หน้าตาและโหงวเฮ้งของรถเท่านั้น เพราะหน้าตา MG6 เหมือนเป็นรถระดับ B segment และยัง
เป็น B segment แบบดาษๆ อีกด้วย !? ทำไมไม่ทำให้มันดู หรูและสง่าแบบ Camry, Accord นะ ไม่ต้องแบบถึงขั้น Sport ด้วย หรูด้วยแบบ Teana ก็ได้
สุดท้าย ที่สุดในดวงใจคันที่ 4 ของงานคือ Tricity
บอกเลยว่าเกิดมาไม่เคยสน ไม่เคยมองมอเตอร์ไซค์ ไม่เคยคิดจะขับด้วย แต่พลังของ Tricity มันเรียกร้องอย่างมาก ให้ต้องเดินจนสุดงาน (บูธอยู่ไกลสุด)
พอได้ชมโฉม โอ้ก๊อด มันสวยกว่าในเน็ตอีกมากโข ประมาณ 3.5 เท่า ที่สวยมากกว่า ทั้งสี ทั้งรูปทรง หุ่นรูปร่าง perfect มาก ดูเหมือนรถที่ผลิตขายใน
ญี่ปุ่น/ยุโรปมากกว่าที่จะมาตั้งรกรากผลิตขายในไทย(และส่งออก) แบบนี้ ราคาที่กะไว้คร่าวๆ ทีเซลบอกมา อยู่ที่ 7.5-8 หมื่น ถือว่า เจ๋งกว่า ถ้าจะไป
ซื้อ PCX อันนี้มองด้วยตาล้วนๆ เพราะดูสเป็ครถมอเตอร์ไซค์ยังไม่ค่อยเป็น มีคนเข้าไปถ่ายรูปคู่กับ Tricity เยอะน่าดู ถ้าไปงานนี้ ขอให้ต้องไปดู
มัน มันดูดีจริงๆ
ส่วนรถหรูในงาน ในดวงใจก็ Aston Martin สวยมาก ทั้งๆ ที่เรือนร่างแบบนี้ผ่านมาหลายปีมากๆ แล้ว แต่ก็มีรุ่นพิเศษออกมาเรื่อยๆ
อยากให้มีรถญี่ปุ่นเอางาน Aston ไปก๊อปปี้มาขาย (ให้ดูโทนคล้ายๆ กัน) จังเลย อย่าไปก็อป Benz , BMW กันมากนัก มันดูน่าเบื่อหน่าย
ถ้า Benz, BMW ไม่ได้มีชื่อดังมากๆ อยู่แล้ว ส่วนตัว (จริงนะ) ผมมองว่าทั้งคู่น่าเบื่อแบบที่คนมองว่า Toyota น่าเบื่อนี่แหล่ะ แต่ช่วงนี้ผมจะ
มอง Honda น่าเบื่อไปด้วย เพราะไม่มีอะไรใหม่ในงานออกแบบเลย นอกจาก CR-V กับ Vezel CR-U ที่ดูน่าตื่นตากว่ารุ่นอื่นๆ
เดินเสร็จ สนุกมากมาย ขนาดไม่ได้ลองขับรุ่นไหนเลย ก็ปาเข้าไป 5 ชม. แล้ว
คนที่อุตส่าห์ไปดูงานด้วย เข้าคิวทดลองขับด้วยเก่งเป็นบ้า
ไปดู Motorshow มาแล้วมาแชร์กันครับ
ชอบมากครับ อันนี้เรื่องจริงนะ แฟนผมขำเลย
BMW i8 คันละ 10 ล้าน ทำไมไม่เอาสีดำตัดดำมาโชว์ ผมตะลึงกับ i8 ก็เพราะลวดลายสีตัดๆ จากรูปในเน็ตนี่ล่ะครับ
พอมาเห็นตัวจริง รู้สึกว่ามันรู้สึกไม่ค่อยสุดๆ ยังไงไม่รู้ ดูธรรมดาไปซะงั้น คงเป็นเพราะสีที่เอามาโชว์ไม่เวิร์คใช่มั๊ย
Suzuki Celerio เยี่ยมเลยครับ ผมเข้าไปดู ไปจับไปนั่ง ไปทำอะไรก็ได้ เหมือนรอบ VIP เลย เพราะว่าบูธ Suzuki แทบ
ไม่มีคน และไม่มีใครแยแสกับ Eco car No.2 คันนี้เลยครับ พอมองเห็นอนาคตรำไรรึเปล่าครับ ส่วนหนึ่ง ผมวิเคราะห์ได้ว่า
"นี่คือสภาพที่แท้จริงของระดับแบรนด์"
หลังจากที่ถูกปั่นให้เห็นภาพเกินจริง (เหมือนปั่นหุ้น) จาก Swift Effect ที่ทำให้คนทั่วประเทศหันมาสนใจแบรนด์
น้องใหม่อย่างเกินหน้าเกินตาภายในเวลาที่สั้นมาก
พอมาถึงยุค Celerio รถใหม่ ราคาถูกมาก ที่ถูกจอดตั้งโชว์อยู่บนสแตนด์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก
แต่ไม่สามารถเรียกความสนใจให้คนเข้ามาดูได้เลย มันตกสภาพเหมือนเป็นรถ จีน หรือรถอินเดีย หนึ่งคันที่มาจอดตรงกลางงาน
ใช่ครับ ระดับการออกแบบ มันเป็นรถระดับประเทศโลกที่สาม จนไม่อาจเรียกความสนใจคนในงานได้เลย
แต่ตรงกันข้าม มันขายดีระเบิดในอินเดีย ประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ คนจนมีเป็นจำนวนมากนี่เอง
Suzuki ให้ใบกับคนที่เข้าชม เพื่อถามว่า ควรตั้งราคา Celerio เท่าไหร่ดี (55555 ทำถึงขนาดนี้เชียว)
เนื่องจากสถานการณ์อยู่ในช่วงละเอียดอ่อน เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่การชะลอตัว ลองไปดูร้านในห้าง เจ๊งกันเป็นแถบ
ยิ่งกว่าตอนต้มยำกุ้งอีก เพียงแค่ตลาดหุ้นยังไม่ฟุบเท่านั้น เพราะรอบนี้ธนาคารไม่โดนทุบเหมือนคราวที่แล้ว
ผมเขียนไปอย่างเกรงใจเล็กน้อยว่าควรอยู่ระหว่าง 320,000 - 420,000 บาท
ผมไม่รู้หรอกว่า ราคาที่เขียนไป เหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่ความรู้สึกหลังจากที่สัมผัส Celerio แล้วคือ
ภายนอก
มันดูดีกว่าในรูปนิดหน่อย มันเป็นส่วนผสมระหว่าง Kei car ที่พยายามทำตัวเป็นรถที่ดูดีในสายตาคนอินเดีย แต่งงว่าแล้วมันจะขายที่ไทยกับยุโรปได้หรือ?
ดีว่ามันถูก มันคงสามารถไปแต่งต่อยอดได้ - แต่สรุปผมให้ผ่านนะ พอได้
ภายใน
มันเยี่ยมมากกว่าที่คิด มีการตกแต่งภายในแบบเหมาะสมพอประมาณ ไม่น้อยเกินไปแบบรถถูกๆ มองแล้วค่อนข้างพึงพอใจ
วิทยุตรงกลางสวยมาก มีช่อง AUX/USB ด้วย อันนี้ดีกับการเล่นเพลงเยอะๆ และสะดวกมาก ปุ่มกด feeling ดี แอร์มือบิดตอนหมุน
ก็แน่นๆ ดี มีช่องลมครบทุกทิศทาง ไม่ลดต้นทุนแบบ Vios/Yaris แต่ไม่มีแถบสีแดง แปลว่า ถ้าหนาวจัด ก็ต้องปิดแอร์ไปเลย
ปุ่ม A/C กับปุ่ม ไล่ฝ่าหลังไม่ได้ให้มา แต่มีที่ปัดน้ำฝนหลังมาให้ การประกอบภายใน ดีกว่า Brio เยอะ ก็ประกอบมาแบบ Swift นั่นแหล่ะ
แต่นี่เป็นรถประหยัด ชิ้นส่วนก็จะไม่มากชิ้น คุณภาพพลาสติกอยู่ในขั้นแค่รับได้
การนั่งบนเบาะ เบาะปรับสูงต่ำไม่ได้ แต่ระดับก็ถือว่าพอเหมาะ งานนี้ผู้หญิงเตี้ยๆ อาจจะอยากเอาเบาะมารองก้นแบบรถสมัยก่อน
แต่สำหรับผู้ชายถือว่าพอดี หมอนรองศรีษะเป็นแบบตายตัวทั้งหน้าและหลัง แต่ด้านหลังจะเตี้ย ไว้ให้ผู้หญิงกับเด็กนั่งพิงเป็นหลัก
พื้นที่ภายในบริหารจัดการเยี่ยม ด้านหน้านั่งสบาย ด้านหลังโปร่งกว้างกว่าที่คิด คนอ้วนๆ นั่งได้สบาย แม้จะเป็นรถถูกๆ แต่ผมนั่งแล้ว
ถูกใจ ส่วนเซลจะบอกว่าราคาเท่าไหร่ เป็นแค่การคาดเดาของเซลเอง เซลหลายๆ คน จะตั้งเว่อร์ไว้ก่อนว่าราคาแค่ 3 แสนต้นๆ ในรุ่นท๊อป
เพื่อหวังให้คนรีบจอง "จองเถอะนะพี่" ซึ่งพูดแบบนี้ เกิดของจริงมา 4 แสน ก็ได้ถูกก่นด่ากันแน่ แม้จะให้ถอนจองได้ทุกกรณีก็ตาม
แต่สำหรับผม ผมให้มันเป็น 1 ใน 4 สุดยอดในใจของงานนี้ อีก 3 รุ่นก็จะมี Altis, Mazda 3, Tricity (รถมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อรุ่นใหม่)
พูดถึงรถเก่ง C segment ในงานนี้มีมาประชันกันเยอะมาก
ดาวเด่นที่สุดต้องให้ Mazda 3 คนล้นท่วมบูธแบบไม่เคยเป็นมาก่อน มากกว่าสมัย Mazda 2 ทั้งๆ เศรษฐกิจเป็นแบบนี้นี่นะ
คราวนี้เอามาโชว์ทุกเกรด ตั้งแต่ entry จนถึง top สุด นั่งแล้ว fin ทั้งด้านหน้าและหลัง แม้ว่าเมื่อกระโดดเข้าไปนั่งในรุ่นเก่าที่มาจอด
โชว์โละสต๊อกอยู่ข้างๆ มันจะขนาดเท่าๆ กัน แต่รุ่นใหม่รู้สึกอะไรบางอย่างดีกว่า ผมยังไม่เข้าใจ หรือผมอาจจะคิดไม่เหมือนชาวบ้าน ในกลุ่ม
นี้ Civic กลับกลายเป็นรถที่นั่งหลังได้แย่ที่สุด เพราะไม่ว่าผมจะนั่งท่าไหร่ หัวผมจะติดหลังคา มันแย่ยิ่งกว่า Almera ที่ว่า headroom หลังเตี้ยอีก
หรือผมอยู่ในมิติพิศวงเลยเป็นอยู่คนเดียว 3 และ Altis ใหม่ ให้พื้นที่ headroom ในระดับที่พอดีๆ ตัวผมเลย (สูง 174)
ภายนอก ซีดาน vs แฮช
ยังไงรุ่นซีดานก็ดูดีกว่า เพราะมันถูกสร้างจากซีดานก่อนแบบไม่ต้องสืบ เพราะหน้าที่ของ designer คือการย่อส่วน Mazda 6 ลงมาให้ 3 ดังนั้น
เรือนร่างต้นแบบมันคือซีดานอยู่วันยังค่ำ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่แล้ว Hatchback จะสวยกว่า เพราะมันไม่ต้องมาเริ่มทำตามแบบวิธีที่บอกดังกล่าวข้างต้น
ทั้งหมดเป็น คหสต. ประกอบข้อมูลอ้างอิงเล็กน้อยครับ
ภายใน
เมื่อคุ้นตากับแอร์ออโต้ใหม่ที่ไม่เหมือนในเน็ตแล้วก็จะรู้สึกโอเคไปกับมันได้ไม่ยากนัก แต่ตัวผมยังพิศวาสรุ่น entry อยู่ดี ส่วนตัวผมมองว่า แอร์ธรรมดา
มันสวยกว่า มันมีปุ่มกดรายล้อม ต่างจากแอร์ออโต้ที่เป็น knob เพียวๆ สามวง โชคดีที่จอ HUD ไม่ได้ทำให้ผมตื่นตะลึงอะไร
หลังจากสัมผัส Mazda 3 ใหม่แล้วรู้สึกชอบมันมากที่สุดในงานเมื่อวานนี้
ไปที่ Nissan เพื่อดู Livina, Pulsar Turbo DIG
ข่าวร้ายคือเซลบอกผมว่า ราคา Pulsar Turbo DIG อยู่ที่ 1,170,000 บาท ถ้าข้อมูลนี้ยืนยันถูกต้อง แปลว่า Pulsar จะแพงกว่ารุ่นท๊อปของซีดานรุ่น
อื่นๆ ไปหน่อยสักแสนนึง ผมคิดว่า Nissan คงคิดมาดีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ น่าจะมองที่ตัวรถเป็นหลัก และไม่ได้คิดเช่นนั้น ผมเข้าไปจับๆ นั่งๆ ดู
รู้สึกไม่ค่อยประทับใจภายในนัก อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเบาะมันแข็งเกินไป และภายในก็รู้สึกว่าออกแบบสู้คู่แข่งไม่ได้เลย นั่งแล้วไม่ได้อารมณ์ตื่นเต้นเร้าใจ
แบบ Mazda 3 หรือ Altis แล้วเมื่อคิดว่าตัวล่างๆ ของ Pulsar 1.6 ก็ประมาณนี้ ก็รู้สึกเสียดายเงิน 3.5 แสนที่ต้องเพิ่มเพื่อมาเล่นตัวนี้ยังไงไม่รู้
แต่ยังไงก็ตาม คันนี้น่าจะกลายเป็นตำนานตาม Vios Turbo ได้ไม่ยาก
Livina ทำผมเซ็ง
ภายนอก ในเน็ตดูสวยกว่าตัวจริงอีก ตัวจริง ดูเฉยๆ และเชยมาก ส่วนภายในนั่งแล้วก็อยู่ในระดับที่เฉยๆ มาก ไม่ได้กว้าง ไม่ได้นั่งสบายอะไร
พลาสติกกับเบาะแข็งๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่น่าใช้งาน แต่เมื่อมองไปด้านท้าย โอ้โหมีที่เก็บของกว้างมาก
สุดท้าย ผมลองไปนั่ง Almera Minor Change ทำไมผมรู้สึกว่ามันเป็นรถที่วิศวกร Nissan ทำออกมาดีแฮะ ผมเคยใช้อยู่พักนึง ตอนเปิดตัวใหม่ๆ
เครื่องและเกียร์ค่อนข้างโอเคสำหรับผมอยู่แล้ว (เป็นคนเท้าไม่หนัก) ยิ่งได้กลับมานั่งดูอีกครั้ง มันสบายกว่า Pulsar, Livina อีกเว้ยเฮ้ย
ไม่ได้ เว่อร์ หรือตั้งใจปั้นแต่งน้ำเป็นตัว แต่ผมแค่บังเอิญลองนั่งต่อๆ กัน เฮ้ย happy กับ Almera อะ ไม่ว่านักวิจารณ์เซียนๆ คนไหนจะพูดอย่างไร
ก็ตาม ผมมองว่า คนที่ข้ามผ่าน และซื้อ Almera ไปใช้นี่โชคดีนะ เสียดายที่ Nissan ผลิตรุ่น 1.5 ส่งออกเพียงอย่างเดียว
สรุปแบบแปลกๆ ผมคิดว่า Livina กับ Pulsar ดูไม่คุ้มค่าที่จะเสียเงินขึ้นมาซะงั้น เพราะ eco car sedan ของ Nissan เอง
ส่วนตัวผมสนใจ Altis อยู่แล้ว (ไม่ชอบเรื่องแอร์น่ะใช่) ในฐานะที่เคยเป็นเจ้าของรุ่นที่แล้ว ต้องบอกว่าพื้นที่ภายในของรุ่นใหม่ทำได้ดีกว่าเดิม
ตามความคิดของผมนะ ด้านหลัง headroom สบายขึ้นเยอะ ฆ่า Civic ในจุดนี้ได้เลย สำหรับคนอื่นผมไม่รู้ พวงมาลัยทรงไม่สวย แต่มันจับได้
พอดีมากๆ ผมชอบนั่งทั้ง 3 ทั้ง Altis ชอบทั้งคู่ แบบรักพี่เสียดายน้อง อยากได้มากมาย TT Altis CNG เงียบ ไม่ค่อยมีคนดู แต่มีคนมุงดู Esport
Camry Extremo ใหม่ ตัวจริง สวยมาก แต่ถ่ายรูปมาทำไมมันดูไม่สวยเลย แต่ข้อติก็มีตรงที่ Toyota เลือกใช้ DRL ทรงคลองถมมาติดให้กับ
รุ่นพิเศษทุกรุ่นตั้งแต่ Camry, Fortuner ยัน Vigo แย่จริงๆ
Ford Fiesta ชุดแต่ง ST สวยมากๆ, Everest ใหม่ สวย แต่กลัวมันจะดูจืดลงไปทุกวันๆ เมื่อถึงปีหน้า ยามที่ Fortuner มา Everest ตัวนี้จะมีอะไร
ให้ว้าวใจ คิดว่าไม่เหลือ Ecosport ไม่ค่อยเห็นคนสนใจ เพราะคนอาจจะคิดว่า ราคานี้ ไปซื้อ Juke ดีกว่า เพราะ Juke ดูเด่นบนท้องถนนกว่ามาก
คนที่ซื้อ B suv ต้องการอะไรที่โดดเด่น เหนือเหตุผล เพราะถ้าต้องการเหตุผล จะไม่ซื้อ B suv แต่ไปซื้อ CRV มากกว่า ในความเห็นส่วนตัวของผมนะ
Lexus ES ในรูปไม่สวย ตัวจริงก็ดูไม่สวยตามนั้น
MG 1.8Turbo เป็นบูธที่เงียบเหงา แม้ว่าจะโปรโมทความเป็นอังกฤษมากแค่ไหน พอเดินเข้าไปเซลรีบเข้ามาบอกว่า รถของเราคือรถอังกฤษ
(พูดเหมือน 100% อังกฤษ ไม่มีเชื้อจีน) โดยตั้งเป้าว่า MG6 เป็นรถระดับเดียวกับ Camry Accord และมีสองตัวถัง แบบซีดาน กับท้ายลาด (เรียกว่าไงจำไม่ได้)
เมื่อเข้าไปนั่งแล้ว ภายในไม่ใหญ่มากนัก ประมาณ C segment วัสดุ เบาะผิวสัมผัส ถึงขั้นดีมาก เท่าๆ กับ D segment ญี่ปุ่นทั่วไป อาจจะคล้ายๆ
กับยุโรปด้วยนะ แต่พลาสติกบนคอนโซลหน้า การออกแบบ อะไรต่างๆ ดูเหมือน designer/engineer ยังไม่ค่อยเก่งยังไงไม่รู้ ยังดูอ่อนๆ อยู่
option มีตรึม เจอ defect บนพวงมาลัยด้วย ยังไงๆ ด้านคุณภาพคงยังเป็น baby แน่นอน (เป็นเรื่องปกติสำหรับทุกแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น)
ทุกๆ อย่างของ MG ที่ขณะนี้ยังไม่รู้ราคา เสียที่หน้าตาและโหงวเฮ้งของรถเท่านั้น เพราะหน้าตา MG6 เหมือนเป็นรถระดับ B segment และยัง
เป็น B segment แบบดาษๆ อีกด้วย !? ทำไมไม่ทำให้มันดู หรูและสง่าแบบ Camry, Accord นะ ไม่ต้องแบบถึงขั้น Sport ด้วย หรูด้วยแบบ Teana ก็ได้
สุดท้าย ที่สุดในดวงใจคันที่ 4 ของงานคือ Tricity
บอกเลยว่าเกิดมาไม่เคยสน ไม่เคยมองมอเตอร์ไซค์ ไม่เคยคิดจะขับด้วย แต่พลังของ Tricity มันเรียกร้องอย่างมาก ให้ต้องเดินจนสุดงาน (บูธอยู่ไกลสุด)
พอได้ชมโฉม โอ้ก๊อด มันสวยกว่าในเน็ตอีกมากโข ประมาณ 3.5 เท่า ที่สวยมากกว่า ทั้งสี ทั้งรูปทรง หุ่นรูปร่าง perfect มาก ดูเหมือนรถที่ผลิตขายใน
ญี่ปุ่น/ยุโรปมากกว่าที่จะมาตั้งรกรากผลิตขายในไทย(และส่งออก) แบบนี้ ราคาที่กะไว้คร่าวๆ ทีเซลบอกมา อยู่ที่ 7.5-8 หมื่น ถือว่า เจ๋งกว่า ถ้าจะไป
ซื้อ PCX อันนี้มองด้วยตาล้วนๆ เพราะดูสเป็ครถมอเตอร์ไซค์ยังไม่ค่อยเป็น มีคนเข้าไปถ่ายรูปคู่กับ Tricity เยอะน่าดู ถ้าไปงานนี้ ขอให้ต้องไปดู
มัน มันดูดีจริงๆ
ส่วนรถหรูในงาน ในดวงใจก็ Aston Martin สวยมาก ทั้งๆ ที่เรือนร่างแบบนี้ผ่านมาหลายปีมากๆ แล้ว แต่ก็มีรุ่นพิเศษออกมาเรื่อยๆ
อยากให้มีรถญี่ปุ่นเอางาน Aston ไปก๊อปปี้มาขาย (ให้ดูโทนคล้ายๆ กัน) จังเลย อย่าไปก็อป Benz , BMW กันมากนัก มันดูน่าเบื่อหน่าย
ถ้า Benz, BMW ไม่ได้มีชื่อดังมากๆ อยู่แล้ว ส่วนตัว (จริงนะ) ผมมองว่าทั้งคู่น่าเบื่อแบบที่คนมองว่า Toyota น่าเบื่อนี่แหล่ะ แต่ช่วงนี้ผมจะ
มอง Honda น่าเบื่อไปด้วย เพราะไม่มีอะไรใหม่ในงานออกแบบเลย นอกจาก CR-V กับ Vezel CR-U ที่ดูน่าตื่นตากว่ารุ่นอื่นๆ
เดินเสร็จ สนุกมากมาย ขนาดไม่ได้ลองขับรุ่นไหนเลย ก็ปาเข้าไป 5 ชม. แล้ว
คนที่อุตส่าห์ไปดูงานด้วย เข้าคิวทดลองขับด้วยเก่งเป็นบ้า