.....น้องหนึ่งเป็นลูกแมวจร อายุประมาณ 1-2 เดือนที่อาศัยอยู่แถวบ้านค่ะ แม่มักจะมาขอข้าวที่บ้าน ลูกๆสามตัว จึงตามแม่แมวมาค่ะ เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว พบว่าแม่แมวป่วยเป็นหวัดค่ะ จึงช่วยรักษาแม่แมว ด้วยการให้ทานยาแก้แพ้ของคน(สีเหลือง)ครึ่งเม็ดต่อวัน และแม่แมวก็มีอาการดีขึ้นค่ะ
แต่เนื่องจากยังอยู่ในระยะให้นมลูก ลูกแมวทั้งสามจึงติดหวัดจากแม่ค่ะ โดยที่ลูกแมวมีอาการเริ่มที่ตาอักเสบ จึงได้พาไปหาหมอ ที่คลินิกใกล้บ้านค่ะ
(ประมาณวันที่ 18 มี.ค 57) เพราะกลัวลูกแมวตาบอดหมอที่คลินิก จึงให้ยาฆ่าเชื้อ และยาละลายเสมหะมาทานรวมทั้งให้ยาป้ายตามาด้วย
ลูกแมวสองตัวในสามตัว มีอาการตอบสนองต่อยาได้ดี สามารถทานยา และทานนม ทั้งนมแม่ และนมแพะได้แต่น้องหนึ่งตัวนี้ ในวันแรกๆ สามารถทานยา และทานนมได้ จนกระทั่งเย็นวันที่21 และเช้าวันที่ 22 มี.ค.57 น้องยอมทานยา แต่ไม่ยอมทานนม ทั้งนมแม่และนมแพะ ตาปิดเพราะอาการตาอักเสบ มีน้ำมูก และนั่งเงยหน้าเพื่อหายใจอยู่เฉยๆ ไม่เดินไปไหน ค่ะ
เย็นวันที่ 22 มี.ค. 57 จึงตัดสินใจพาไปพบหมอที่คลินิกเดิม และหมอได้แจ้งว่า น้องอาการแย่มากแล้ว ต้องพาไปรพ.สัตว์ที่เปิด24ชม. เพื่อให้อ๊อกซิเจน
เนื่องจากน้องต้องหายใจทางปาก ไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ด้วยตัวเอง (ที่คลินิกไม่มีเครื่องมือค่ะ) คุณหมอจึงเขียนใบส่งตัวให้ค่ะ ตอนแรกพาไปรพ.ทองหล่อ (สาขารามอินทรา) แต่สู้ค่ารักษาไม่ไหว คุณหมอที่รพ.ทองหล่อ จึงแนะนำให้ไปรพ.ศรีวราค่ะ เนื่องจากคุณหมอแนะนำว่า ค่ารักษาจะถูกกว่าค่ะ
เบื้องต้นน้องมีอาการเป็นหวัด มีน้ำมูก ตาอักเสบทั้งสองข้าง ไม่ยอมทานอะไรเลย หายใจทางปาก ซึ่งได้พบหมอและเข้าเอ็กซเรย์ พบว่า
มีปัญหาด้านสรีระ ตั้งแต่กำเนิด (ซี่โครงยุบ กดทับปอด) ร่วมด้วย ต้องเข้ารับอ๊อกซิเจน ให้ยาทางสายน้ำเกลือและดูอาการเบื้องต้น เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ก่อนจะดำเนินการรักษาต่อไป..."
ล่าสุดจากการสอบถามคุณหมอวันนี้ (25 มี.ค. 57) อาการของน้องหนึ่งโดยรวมยังทรงๆ สามารถหายใจเองได้ในบางจังหวะ โดยสามารถออกมาหายใจนอกตู้ได้ประมาณ10นาที แต่อาการยังไม่น่าไว้ใจ ยังต้องอยู่ในตู้อ๊อกซิเจน รมยา ให้น้ำเกลือและให้กลูโคสทางสายยางเพิ่ม เพราะ ยังป้อนอาหารป้อนน้ำลำบาก และคุณหมอยังไม่สามารถบอกได้ว่าน้องจะต้องอยู่ในตู้และรักษาด้วยวิธีนี้อีกนานเท่าไหร่ เพราะต้องรอดูอาการจนกว่าจะหายใจทางจมูก ทานน้ำ ทานอาหารด้วยตัวเองได้ ซึ่งมีค่ารักษาค่อนข้างมากและเกินจากหลักเกณฑ์ที่ทางโครงการฯ ให้ความช่วยเหลือ..." ดิฉันจึงเข้ามาขอความกรุณาและโอกาสให้น้องหนึ่งได้มีโอกาสต่อสู่กับโรคภัยและกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติได้ด้วยตัวเองนะคะ
====ขอระดมทุนค่ารักษาพยาบาล น้องหนึ่ง เคส 57/125 โครงการรักษ์แมว ปันน้ำใจให้แมวจร====
แต่เนื่องจากยังอยู่ในระยะให้นมลูก ลูกแมวทั้งสามจึงติดหวัดจากแม่ค่ะ โดยที่ลูกแมวมีอาการเริ่มที่ตาอักเสบ จึงได้พาไปหาหมอ ที่คลินิกใกล้บ้านค่ะ
(ประมาณวันที่ 18 มี.ค 57) เพราะกลัวลูกแมวตาบอดหมอที่คลินิก จึงให้ยาฆ่าเชื้อ และยาละลายเสมหะมาทานรวมทั้งให้ยาป้ายตามาด้วย
ลูกแมวสองตัวในสามตัว มีอาการตอบสนองต่อยาได้ดี สามารถทานยา และทานนม ทั้งนมแม่ และนมแพะได้แต่น้องหนึ่งตัวนี้ ในวันแรกๆ สามารถทานยา และทานนมได้ จนกระทั่งเย็นวันที่21 และเช้าวันที่ 22 มี.ค.57 น้องยอมทานยา แต่ไม่ยอมทานนม ทั้งนมแม่และนมแพะ ตาปิดเพราะอาการตาอักเสบ มีน้ำมูก และนั่งเงยหน้าเพื่อหายใจอยู่เฉยๆ ไม่เดินไปไหน ค่ะ
เย็นวันที่ 22 มี.ค. 57 จึงตัดสินใจพาไปพบหมอที่คลินิกเดิม และหมอได้แจ้งว่า น้องอาการแย่มากแล้ว ต้องพาไปรพ.สัตว์ที่เปิด24ชม. เพื่อให้อ๊อกซิเจน
เนื่องจากน้องต้องหายใจทางปาก ไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ด้วยตัวเอง (ที่คลินิกไม่มีเครื่องมือค่ะ) คุณหมอจึงเขียนใบส่งตัวให้ค่ะ ตอนแรกพาไปรพ.ทองหล่อ (สาขารามอินทรา) แต่สู้ค่ารักษาไม่ไหว คุณหมอที่รพ.ทองหล่อ จึงแนะนำให้ไปรพ.ศรีวราค่ะ เนื่องจากคุณหมอแนะนำว่า ค่ารักษาจะถูกกว่าค่ะ
เบื้องต้นน้องมีอาการเป็นหวัด มีน้ำมูก ตาอักเสบทั้งสองข้าง ไม่ยอมทานอะไรเลย หายใจทางปาก ซึ่งได้พบหมอและเข้าเอ็กซเรย์ พบว่า
มีปัญหาด้านสรีระ ตั้งแต่กำเนิด (ซี่โครงยุบ กดทับปอด) ร่วมด้วย ต้องเข้ารับอ๊อกซิเจน ให้ยาทางสายน้ำเกลือและดูอาการเบื้องต้น เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
ก่อนจะดำเนินการรักษาต่อไป..."
ล่าสุดจากการสอบถามคุณหมอวันนี้ (25 มี.ค. 57) อาการของน้องหนึ่งโดยรวมยังทรงๆ สามารถหายใจเองได้ในบางจังหวะ โดยสามารถออกมาหายใจนอกตู้ได้ประมาณ10นาที แต่อาการยังไม่น่าไว้ใจ ยังต้องอยู่ในตู้อ๊อกซิเจน รมยา ให้น้ำเกลือและให้กลูโคสทางสายยางเพิ่ม เพราะ ยังป้อนอาหารป้อนน้ำลำบาก และคุณหมอยังไม่สามารถบอกได้ว่าน้องจะต้องอยู่ในตู้และรักษาด้วยวิธีนี้อีกนานเท่าไหร่ เพราะต้องรอดูอาการจนกว่าจะหายใจทางจมูก ทานน้ำ ทานอาหารด้วยตัวเองได้ ซึ่งมีค่ารักษาค่อนข้างมากและเกินจากหลักเกณฑ์ที่ทางโครงการฯ ให้ความช่วยเหลือ..." ดิฉันจึงเข้ามาขอความกรุณาและโอกาสให้น้องหนึ่งได้มีโอกาสต่อสู่กับโรคภัยและกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติได้ด้วยตัวเองนะคะ