พอดีว่าจขกท.จะไปเวิคช่วงเมษาถึงสิงหานี้ค่ะ ตอนนี้เป็นนักศึกษาเรียนอยู่ปี 3
ได้คิวนัด 13.00 น. สิ่งที่เตรียมไป
1.ใบนัดสัมภาษณ์ + รูปถ่าย 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว เห็นใบหูทั้ง 2 ข้างชัดเจน จำนวน 1 รูป
2. DS 160
3. DS 2019
4. SEVIS คือใบที่ยืนยันว่าเราได้ชำระค่าวีซ่าแล้ว
5. ใบผลการเรียนตั้งแต่ปี 1
6. ใบรับรองนักศึกษา
7. ใบรับรองสถานะทางการเงินของสปอนเซอร์
8. ใบรับรองการทำงานของผู้ปกครอง
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารหน้าสถานทูตเสร็จผ่านเข้าไปด่านรักษาความปลอดภัยฝากมือถือพร้อมกับแนบบัตรปชช.ไปด้วย
ถ้าเป็น power bank จนท.ไม่รับฝากนะคะ ต้องออกไปต่อแถวใหม่
เสร็จแล้วก็ไปถึงตรงที่จนท.ของที่ทำการไปรษณีย์ เค้าก็ตรวจเอกสารของเราอีกรอบพร้อมกับให้หมายเลขที่เราสามารถเช็คสถานะ EMS ของเราได้
แล้วเราก็ไปรอต่อแถวที่ต้องสแกนลายนิ้วมือ แล้วจนท.ตรงที่ต้องสแกนลายนิ้วมือก็เรียกเราไป เค้าก็ตรวจเอกสารอยู่พักนึง แล้วก็ถามว่า
จนท. : ปีนี้ไปทำอะไรครับ
เรา : ไปทำ Food ค่ะ
เสร็จแล้วเค้าก็เซ็นอะไรยุกยิกสักอย่างแล้วก็ถามอีกว่า
จนท. : เคยไปมาแล้วใช่ไหมครับ
เรา : ใช่ค่ะ
จนท. :ไปทำอะไรครับ
เรา : ไปทำ food เหมือนกันค่ะ
สักพักนึงเค้าก็บอกมาว่า
จนท. : เรียบร้อยครับ ไม่ต้องสัมภาษณ์นะครับ เพราะปีนี้ไปแบบปีที่แล้วเลย รอรับ passport ได้ที่บ้านเลยครับ
ดีใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ เราไปขอคนเดียวด้วย แอบกลัวนิดๆ เพราะเห็นนักศึกษาคนอื่นๆที่ไปเวลาเดียวกันมากันกับโครงการแล้วดูมีเพื่อนในขณะที่เราอย่างเงียบ
ป.ล. เอกสารที่เตรียมไปทั้งหมด เจ้าหน้าที่เอาไปแค่ ข้อ 1-6 เท่านั้นค่ะ
วันนี้ไปขอวีซ่า J-1 ผ่านแบบไม่ต้องสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกา
ได้คิวนัด 13.00 น. สิ่งที่เตรียมไป
1.ใบนัดสัมภาษณ์ + รูปถ่าย 2*2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว เห็นใบหูทั้ง 2 ข้างชัดเจน จำนวน 1 รูป
2. DS 160
3. DS 2019
4. SEVIS คือใบที่ยืนยันว่าเราได้ชำระค่าวีซ่าแล้ว
5. ใบผลการเรียนตั้งแต่ปี 1
6. ใบรับรองนักศึกษา
7. ใบรับรองสถานะทางการเงินของสปอนเซอร์
8. ใบรับรองการทำงานของผู้ปกครอง
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารหน้าสถานทูตเสร็จผ่านเข้าไปด่านรักษาความปลอดภัยฝากมือถือพร้อมกับแนบบัตรปชช.ไปด้วย
ถ้าเป็น power bank จนท.ไม่รับฝากนะคะ ต้องออกไปต่อแถวใหม่
เสร็จแล้วก็ไปถึงตรงที่จนท.ของที่ทำการไปรษณีย์ เค้าก็ตรวจเอกสารของเราอีกรอบพร้อมกับให้หมายเลขที่เราสามารถเช็คสถานะ EMS ของเราได้
แล้วเราก็ไปรอต่อแถวที่ต้องสแกนลายนิ้วมือ แล้วจนท.ตรงที่ต้องสแกนลายนิ้วมือก็เรียกเราไป เค้าก็ตรวจเอกสารอยู่พักนึง แล้วก็ถามว่า
จนท. : ปีนี้ไปทำอะไรครับ
เรา : ไปทำ Food ค่ะ
เสร็จแล้วเค้าก็เซ็นอะไรยุกยิกสักอย่างแล้วก็ถามอีกว่า
จนท. : เคยไปมาแล้วใช่ไหมครับ
เรา : ใช่ค่ะ
จนท. :ไปทำอะไรครับ
เรา : ไปทำ food เหมือนกันค่ะ
สักพักนึงเค้าก็บอกมาว่า
จนท. : เรียบร้อยครับ ไม่ต้องสัมภาษณ์นะครับ เพราะปีนี้ไปแบบปีที่แล้วเลย รอรับ passport ได้ที่บ้านเลยครับ
ดีใจมากเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้ เราไปขอคนเดียวด้วย แอบกลัวนิดๆ เพราะเห็นนักศึกษาคนอื่นๆที่ไปเวลาเดียวกันมากันกับโครงการแล้วดูมีเพื่อนในขณะที่เราอย่างเงียบ
ป.ล. เอกสารที่เตรียมไปทั้งหมด เจ้าหน้าที่เอาไปแค่ ข้อ 1-6 เท่านั้นค่ะ