เมื่อศาลตัดสินอาจค้านสายตาประชาชนจำนวนมาก แต่สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นและนำมาซึ่ง สส และ คณะรัฐมนตรีตามรัฐะรรมนูญ และมาจากประชาชน ทุกฝ่ายควรก้าวข้ามความไม่พอใจและมุ่งสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่
หลายคนก็คนตั้งคำถามว่า กปปส ก็ยังขัดขวางการเลือกตั้ง พรรค ปชป ก็คงไม่ลงเลือกตั้งอีก ถ้าดูคำวินิจฉัยระบุว่าเหตุให้พระราชกฤษฎีกาไม่ชอบเพราะไม่ได้เลือกตั้งวันเดียวกัน ดังนั้นความไม่ชอบย่อมเกิดหลังการรับสมัครการเลือกตั้ง การที่ ปชป ไม่ลงเลือกตั้งถือว่าเกิดขึ้นก่อนเหตุให้เกิดการเป็นโมฆะ การที่พรรค ปชป ไม่ลงเลือกตั้งอีกจะทำให้ถูกยุบพรรคตามกฎหมายแน่นอน
ขณะที่การขัดขวางการเลือกตั้ง กปปส ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรดำเนินการฟ้องแพ่งและอาญากับคนที่ขัดขวาง และ กกต ก็ต้องดำเนินการนี้ด้วยถ้าไม่ทำ ย่อมถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างนั้น กกต อาจเป็นผู้ต้องชดใช้ค่าเสียหายและรับผิดชอบทางอาญาเองด้วย
ส่วนคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยควรมุ่งสู่การเลือกตั้ง การไม่เห็นด้วยกับศาลย่อมทำได้ แต่มันมีประโยชน์น้อยกว่าถ้าช่วยกันคิดและร่วมมือให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ที่การใช้อำนาจของศาลและองค์กรอิสระไม่กระทบเสียงประชาชน พรรคเพื่อไทยต้องระวังการแขวง สส และรัฐมนตรีที่ติดคดี และควรมีการปรับกลยุทธ์และตัวผู้สมัคร
ส่วนหลายคงกังวลนายกมาตรา 7 หรือการใช้ สว ตั้งนายกรัฐมนตรีตามที่มี สว สรรหาเสนอในรายการคุณสรยุทธ์ เห็นว่า ทำไม่ได้และไม่ควรเสนอด้วยเพราะเป็นการสร้างความระคายเบื้องพระยุคลบาท เป็นการเสนอสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญและไม่เป็นประชาธิปไตย และเป็นการขัดหลักการถ่วงดุลตามประบอบประชาธิปไตย และเจตนารมณ์ของหน้าที่ สว ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่ถ้าคนที่ตรวจสอบรัฐบาลกลายเป็นคนตั้งรัฐบาลเอง มันก็เป็นระบอบเผด็จการ สว เพราะ สว กุมอำนาจหมด ตั้งรัฐบาล ออกกฎหมาย ตั้งองค์กรอิสระ และตรวจสอบการทำงานรัฐบาลและองค์กรอิสระด้วย
อยากให้ดูบทเรียนการสิ้นชาติของประเทศยูเครน จากการแต่งตั้งประธานาธิบดีโดย สว เช่นกัน โดยมีการขับไล่ประธานาธิบดีคนก่อน และใช้ สว ตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ สว เขาก็มาจากประชาชน แต่ปกติประธานาธิบดีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง เมื่อเป็นเช่นนั้น คนรัสเซียในยูเครนย่อมไม่เห็นด้วยและประกาศเอกราชในไครเมีย และคาดว่าจะมีอีกครึ่งประเทศที่จะแยกตัวจากยูเครน เพราะการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับไม่ฟังเสียงประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ทางออกของไทยคือ ทุกฝ่ายต้องทำตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมี สส และรัฐบาลจากประชาชน โดยการใช้อำนาจของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถ้าพยายามบิดเบือนย่อมไม่ส่งผลดีแน่ รัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ไม่มากและน้อยกว่ากัน มันถึงทำให้ประเทศอยู่รอด แต่ถ้ามีฝ่ายหนึ่งถืออำนาจมากกว่าด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญ มันก็สิ้นชาติแน่
เลิดพูดว่ารัฐบาลเพื่อไทยใช้อำนาจไม่ให้องค์กรอิสระตรวจสอบได้แล้ว วันนี้องค์กรอิสระต่างหากที่ทำหน้าที่ตรวจสอบแต่รัฐบาลเพื่อไทย ไม่เคยตรวจสอบรัฐบาล ปชป เลย ศาลมีแต่ถอดถอนฝากเพื่อไทย ตั้งแต่ยุบไทยรักไทย (วันนี้ศาลยุติธรรมก็ระบุว่าพลเอกธรรมรักษ์ไม่ผิด) ยุบพลังประชาชน และวันนี้เล่นงานเพื่อไทย แต่ ปชป ตกแต่งบัญชี ไม่ลงเลือกตั้งหลายครั้ง หัวหน้าพรรคเข้าร่วมและเสนอแนวทางที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ ศาลไม่คิดตัดสินผิดเลย
องค์กรอิสระและศาลควรหยุดทำร้ายฝ่ายตรงข้ามตน เพราะยิ่งทำไม่เที่ยงธรรม มันยิ่งสร้างให้เพื่อไทยแข็งแกร่ง คนที่ไม่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่รับไม่ได้กับความไม่ชอบธรรมในองค์กรอิสระมันเพิ่มขึ้นอย่างมากเรียกว่าล้นประเทศก็ว่าได้ ยิ่งทำแบบนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนต้องสนับสนุนเพื่อไทยเพื่อให้อำนาจประชาชนคงอยู่
ทุกฝ่ายควรเริ่มการเลือกตั้งใหม่ด้วยการทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ คนที่ต้องรับผิดชอบแพ่งและอาญาควรเป็นคนที่ขวางเลือกตั้ง
หลายคนก็คนตั้งคำถามว่า กปปส ก็ยังขัดขวางการเลือกตั้ง พรรค ปชป ก็คงไม่ลงเลือกตั้งอีก ถ้าดูคำวินิจฉัยระบุว่าเหตุให้พระราชกฤษฎีกาไม่ชอบเพราะไม่ได้เลือกตั้งวันเดียวกัน ดังนั้นความไม่ชอบย่อมเกิดหลังการรับสมัครการเลือกตั้ง การที่ ปชป ไม่ลงเลือกตั้งถือว่าเกิดขึ้นก่อนเหตุให้เกิดการเป็นโมฆะ การที่พรรค ปชป ไม่ลงเลือกตั้งอีกจะทำให้ถูกยุบพรรคตามกฎหมายแน่นอน
ขณะที่การขัดขวางการเลือกตั้ง กปปส ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เจ้าหน้าที่ตำรวจควรดำเนินการฟ้องแพ่งและอาญากับคนที่ขัดขวาง และ กกต ก็ต้องดำเนินการนี้ด้วยถ้าไม่ทำ ย่อมถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างนั้น กกต อาจเป็นผู้ต้องชดใช้ค่าเสียหายและรับผิดชอบทางอาญาเองด้วย
ส่วนคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยควรมุ่งสู่การเลือกตั้ง การไม่เห็นด้วยกับศาลย่อมทำได้ แต่มันมีประโยชน์น้อยกว่าถ้าช่วยกันคิดและร่วมมือให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ที่การใช้อำนาจของศาลและองค์กรอิสระไม่กระทบเสียงประชาชน พรรคเพื่อไทยต้องระวังการแขวง สส และรัฐมนตรีที่ติดคดี และควรมีการปรับกลยุทธ์และตัวผู้สมัคร
ส่วนหลายคงกังวลนายกมาตรา 7 หรือการใช้ สว ตั้งนายกรัฐมนตรีตามที่มี สว สรรหาเสนอในรายการคุณสรยุทธ์ เห็นว่า ทำไม่ได้และไม่ควรเสนอด้วยเพราะเป็นการสร้างความระคายเบื้องพระยุคลบาท เป็นการเสนอสิ่งที่ไม่เป็นไปตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญและไม่เป็นประชาธิปไตย และเป็นการขัดหลักการถ่วงดุลตามประบอบประชาธิปไตย และเจตนารมณ์ของหน้าที่ สว ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่ถ้าคนที่ตรวจสอบรัฐบาลกลายเป็นคนตั้งรัฐบาลเอง มันก็เป็นระบอบเผด็จการ สว เพราะ สว กุมอำนาจหมด ตั้งรัฐบาล ออกกฎหมาย ตั้งองค์กรอิสระ และตรวจสอบการทำงานรัฐบาลและองค์กรอิสระด้วย
อยากให้ดูบทเรียนการสิ้นชาติของประเทศยูเครน จากการแต่งตั้งประธานาธิบดีโดย สว เช่นกัน โดยมีการขับไล่ประธานาธิบดีคนก่อน และใช้ สว ตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ สว เขาก็มาจากประชาชน แต่ปกติประธานาธิบดีต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง เมื่อเป็นเช่นนั้น คนรัสเซียในยูเครนย่อมไม่เห็นด้วยและประกาศเอกราชในไครเมีย และคาดว่าจะมีอีกครึ่งประเทศที่จะแยกตัวจากยูเครน เพราะการกระทำที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับไม่ฟังเสียงประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ทางออกของไทยคือ ทุกฝ่ายต้องทำตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมี สส และรัฐบาลจากประชาชน โดยการใช้อำนาจของประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถ้าพยายามบิดเบือนย่อมไม่ส่งผลดีแน่ รัฐธรรมนูญได้มอบอำนาจให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน ไม่มากและน้อยกว่ากัน มันถึงทำให้ประเทศอยู่รอด แต่ถ้ามีฝ่ายหนึ่งถืออำนาจมากกว่าด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญ มันก็สิ้นชาติแน่
เลิดพูดว่ารัฐบาลเพื่อไทยใช้อำนาจไม่ให้องค์กรอิสระตรวจสอบได้แล้ว วันนี้องค์กรอิสระต่างหากที่ทำหน้าที่ตรวจสอบแต่รัฐบาลเพื่อไทย ไม่เคยตรวจสอบรัฐบาล ปชป เลย ศาลมีแต่ถอดถอนฝากเพื่อไทย ตั้งแต่ยุบไทยรักไทย (วันนี้ศาลยุติธรรมก็ระบุว่าพลเอกธรรมรักษ์ไม่ผิด) ยุบพลังประชาชน และวันนี้เล่นงานเพื่อไทย แต่ ปชป ตกแต่งบัญชี ไม่ลงเลือกตั้งหลายครั้ง หัวหน้าพรรคเข้าร่วมและเสนอแนวทางที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ ศาลไม่คิดตัดสินผิดเลย
องค์กรอิสระและศาลควรหยุดทำร้ายฝ่ายตรงข้ามตน เพราะยิ่งทำไม่เที่ยงธรรม มันยิ่งสร้างให้เพื่อไทยแข็งแกร่ง คนที่ไม่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่รับไม่ได้กับความไม่ชอบธรรมในองค์กรอิสระมันเพิ่มขึ้นอย่างมากเรียกว่าล้นประเทศก็ว่าได้ ยิ่งทำแบบนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนต้องสนับสนุนเพื่อไทยเพื่อให้อำนาจประชาชนคงอยู่