พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ให้เสัมภาษณ์ สำนักข่าว DNN กรณี คำวินิจฉัยของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในประเด็นการใช้อำนาจของหน่วยงานองค์กรต่างๆ ดังนี้
1- กรณีคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้ดุลพินิจของบุคคลที่มีอคติ ไม่ได้ใช้หลักกฏหมายและผลประโยชน์ของชาติ เป็นความเลวร้ายของกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจประชาชนเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกนิยมอำนาจเผด็จการ
2. กรณีที่ มีการละเมิดกฏหมาย กระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งไปยึดสถานที่ราชการ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ที่บังคับใช้กฏหมาย คือ รัฐบาลรักษาการ ที่ไม่ยอมใช้กฏหมาย เพราะกลัวไปหมด กลัวแม้กระทั่งทหารจะปฏิวัติ รัฐบาลต้องใช้กฏหมายอย่างเข้มข้น แม้องค์กรอิสระจะมีคำวินิจฉัยและตัดสินมา หากตัดสินผิดหลักกฏหมาย ก็ต้อง จับกุมดำเนินคดีให้หมด และใช้กำลังตำรวจ ป้องกัน หากมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ จะรัฐบาลต้องจัดการคนทำผิด แม้จะต้องยิงก็ต้องทำเพื่อทำกฏหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ปัญหานี้ อยู่ที่รัฐบาล
3. กรณีที่ ทหารมาตั้งบังเก้อร์ในกรุงเทพฯทั้งหมด 176 จุด นั้น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องสั่งการให้เลิก เพราะ ทหารออกมาได้นั้น มาในอำนาจของใคร หากมี ผบ.หน่วยใด ฝ่าฝืนคำสั่งของ ศรส.หรือ กอ.รมน. จะต้องได้รับโทษหนัก กรณีที่เคลื่อนย้ายกำลังออกมา รัฐบาลจะต้องกล้าใช้อำนาจ
4. การตัดสินให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อช่วยพรรค ประชาธิปัตย์ ให้กลับมาลงเลิอกตั้งใหม่ได้ และ เพื่อตัดทอนอำนาจของพรรคเพื่อไทย
สรุปส่งท้าย "เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตจำนวนมาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะ ผอ.ศรส.ไม่เคยบังคับใช้กฏหมายให้เด็ดขาดเลย
และกรณีประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์ สูญเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล รวมทั้งงบประมาณของทางราชการ สิ่งเหล่านี้ กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งหมด
จากข้อคิดของ อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านนี้ แสดงว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรที่ดี แต่มาเลวเพราะคนที่มาเป็นในปัจจุบันมีคติและไม่เที่ยงธรรมจริง
อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้ดุลพินิจของบุคคลที่มีอคติ
1- กรณีคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการใช้ดุลพินิจของบุคคลที่มีอคติ ไม่ได้ใช้หลักกฏหมายและผลประโยชน์ของชาติ เป็นความเลวร้ายของกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอำนาจประชาชนเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกนิยมอำนาจเผด็จการ
2. กรณีที่ มีการละเมิดกฏหมาย กระทำความผิดต่างๆ รวมทั้งไปยึดสถานที่ราชการ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ที่บังคับใช้กฏหมาย คือ รัฐบาลรักษาการ ที่ไม่ยอมใช้กฏหมาย เพราะกลัวไปหมด กลัวแม้กระทั่งทหารจะปฏิวัติ รัฐบาลต้องใช้กฏหมายอย่างเข้มข้น แม้องค์กรอิสระจะมีคำวินิจฉัยและตัดสินมา หากตัดสินผิดหลักกฏหมาย ก็ต้อง จับกุมดำเนินคดีให้หมด และใช้กำลังตำรวจ ป้องกัน หากมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ จะรัฐบาลต้องจัดการคนทำผิด แม้จะต้องยิงก็ต้องทำเพื่อทำกฏหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ปัญหานี้ อยู่ที่รัฐบาล
3. กรณีที่ ทหารมาตั้งบังเก้อร์ในกรุงเทพฯทั้งหมด 176 จุด นั้น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องสั่งการให้เลิก เพราะ ทหารออกมาได้นั้น มาในอำนาจของใคร หากมี ผบ.หน่วยใด ฝ่าฝืนคำสั่งของ ศรส.หรือ กอ.รมน. จะต้องได้รับโทษหนัก กรณีที่เคลื่อนย้ายกำลังออกมา รัฐบาลจะต้องกล้าใช้อำนาจ
4. การตัดสินให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อช่วยพรรค ประชาธิปัตย์ ให้กลับมาลงเลิอกตั้งใหม่ได้ และ เพื่อตัดทอนอำนาจของพรรคเพื่อไทย
สรุปส่งท้าย "เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตจำนวนมาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะ ผอ.ศรส.ไม่เคยบังคับใช้กฏหมายให้เด็ดขาดเลย
และกรณีประชาชนจำนวนมากออกมาใช้สิทธิ์ สูญเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล รวมทั้งงบประมาณของทางราชการ สิ่งเหล่านี้ กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งหมด
จากข้อคิดของ อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านนี้ แสดงว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรที่ดี แต่มาเลวเพราะคนที่มาเป็นในปัจจุบันมีคติและไม่เที่ยงธรรมจริง