ก็มาถึงตอนที่ 2 ในซีรีส์นะครับ ซึ่งกระทู้นี้แปลมาจากบทความ
http://livelifeunited.com/david-moyes-alex-ferguson-philosophies-tactics/
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก สามารถไปติดตามได้ที่
http://pantip.com/topic/31805584 ครับ...
ระบบของมอยส์และเฟอร์กี้ กรณีศึกษาจากเกมชนะเวสต์บรอมฯ
กระทู้ที่แล้วนั้นเกี่ยวกับปรัชญาการทำทีมแบบ "คุมพื้นที่" ของเดวิด มอยส์ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาที่ยูไนเต็ดกำลังประสบอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากการเล่นแบบนี้มันถ่างทรงบอลของทีมออกมากเกินไป และไม่เกื้อหนุนให้เกิดการผ่านบอลสั้นและผสมผสานเพลย์ผ่านการเคลื่อนที่ของผู้เล่น ซึ่งเป็นผลให้การบุกของยูไนเต็ดนั้นถูกคาดเดาได้ง่ายมากจากความแข็งทื่อเป็นสากกะเบือของทรงบอลนั่นเอง ในขณะที่ปรัชญาของเฟอร์กี้จะเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็วโดยมีผู้เล่นมาช่วยประคองคนที่ครองบอลอยู่ ปรัชญาที่แตกต่างกันนี้เองเป็นคำตอบหลักของคำถามที่ว่า ทำไมยูไนเต็ดจึงเล่นได้ดีในมือของเฟอร์กี้ และทำไมจึงห่วยแตกนักเมื่อมอยส์เข้ามาคุมทีม
ข้อความด้านบนนั้นพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงในเกมที่ยูไนเต็ดชนะเวสต์บรอม 3-0 ก่อนหน้าการเปลี่ยนตัว แดนนี่ เวลเบ็ค ลงสนาม ยูไนเต็ดต้องดิ้นรนอย่างหนักในการทำให้การเล่นของพวกเขาไหลลื่น และการสร้างสรรค์โอกาสก็มีน้อยมากเนื่องจากผลของแทคติกแบบคุมพื้นที่ของมอยส์นั่นเอง เมื่อเวลเบ็คถูกเปลี่ยนลงมาแทน ฟาน เพอร์ซี่ ในนาทีที่ 63 ยูไนเต็ดเล่นได้อย่างไหลลื่นและยืดหยุ่นขึ้นมาก เนื่องจากพวกเขาได้เปลี่ยนวิธีการเล่นจากการคุมพื้นที่ ไปเป็นการสนับสนุนการเล่นซึ่งคล้ายกับระบบของเฟอร์กี้นั่นเอง ผลลัพธ์ก็คงทราบกันดีอยู่แล้ว... 2 ประตูจากการต่อบอลอันสวยงาม
ไม่แน่ชัดว่าวิธีการเล่นที่เปลี่ยนไปเป็นผลมาจากคำสั่งของเดวิด มอยส์ หรือผู้เล่นทำกันเองโดยการโยนทรงบอลอันห่วยแตกนั้นทิ้งไปซะ และเล่นกันด้วยสัญชาตญาณแทน แต่ที่แน่ๆอย่างหนึ่ง แมตช์นี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงวิธีในการนำสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากกลุ่มของผู้เล่นที่มีความสามารถ
ภาพประกอบด้านล่างแสดงให้เห็นถึงระบบของมอยส์ใน 63 นาทีแรกของเกม และการเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นในภายหลังซึ่งทำให้มันคล้ายกับระบบของเฟอร์กี้
ระบบของมอยส์ในการคุมพื้นที่
วิธีการเล่นในระบบนี้ - ผู้เล่นจะต้องกลับไปคุมพื้นที่ที่เพื่อนร่วมทีมปล่อยให้ว่างไว้
วิธีการเล่นแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยระหว่าง ฮวน มาต้า กับ มารูยาน เฟลไลนี่

จากภาพจะเห็นการสลับตำแหน่งระหว่าง หมาต๋า กับ พี่ฟูของเรา

อีกครั้งกับพี่ฟู และ หมาต๋า

รูปนี้ ฟาน เพอร์ซี่ ฉีกตัวออกไปทางซ้าย มาต้า เลยต้องเข้าไปคุมพื้นที่ตรงกลางแทน และเฟลไลนี่ก็เข้าไปคุมพื้นที่เดิมของมาต้าทางฝั่งขวาที่ว่างไว้
การตั้งเกมทำได้ยากยิ่ง เนื่องจากทรงบอลของทีมถูกถ่างออกมากเกินไป

จากภาพจะเห็นว่าไม่มีผู้เล่นแนวรุกมาสนับสนุนการขึ้นเกมเลย

1. กรณีนี้ คาร์ริคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการผ่านบอลยาวเนื่องจากไม่มีตัวเลือกในการจ่ายบอล เพราะระยะห่างระหว่างผู้เล่นนั้นมีมากเกินไป

2. คาร์ริคจ่ายยาวไปที่กองหน้า

3. จากภาพนี้จะเห็นได้ว่า ผู้เล่นแนวรุกนั้นยืนสูงขนาดไหน

1. พี่ฟูของเราพยายามจะพาบอลไปเอง เนื่องจากไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆมาช่วยต่อบอล

2. โชคไม่ดีที่ผู้เล่นของฝ่ายตรงข้ามอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นถึง 3 คน ก็เลยโดนรุมกินโต๊ะไปตามระเบียบ
การผ่านบอลอย่างรวดเร็วเป็นไปได้ยากเนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้เล่น

เนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้เล่น การผ่านบอลอย่างรวดเร็วจึงเป็นไปได้ยาก ในกรณีนี้เกิดขึ้นกับ ฟาน เพอร์ซีย์ และ คาร์ริค

ทันทีที่คาร์ริคผ่านบอลไปให้ฟาน เพอร์ซีย์ เขาก็โดนรุมกินโต๊ะทันทีโดยผู้เล่นถึง 3 คน และคาร์ริคก็กลับไปคุมพื้นที่ที่ว่างไว้ของฟาน เพอร์ซีย์ ( เมิงจะไปทามม้ายยยยยยยยยยยยยยย - ผู้แปล )
ที่ ฟาน เพอร์ซีย์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ชอบมีผู้เล่นมาอยู่ในพื้นที่ของเขา มันหมายถึงอะไรกันแน่ ?

ผู้เล่นยืนซ้อนทับตำแหน่งกัน

ผู้เล่น 2 คนมายืนอยู่ในพื้นที่เดียวกับ ฟาน เพอร์ซีย์
การเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นจากการคุมพื้นที่มาเป็นการสนับสนุนการเล่นใน 27 นาทีสุดท้ายของเกม หลังจากเปลี่ยนตัว แดนนี่ เวลเบ็ค และขวัญใจแม่ยก ชินจิ คากาวะ ลงสนาม
สรุป สไตล์การเล่น 2 แบบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง 63 นาทีแรกเป็นปรัชญาของมอยส์ที่เน้นการคุมพื้นที่ และ 27 นาทีสุดท้ายนั้นคล้ายกับการสนับสนุนการเล่นแบบของเฟอร์กี้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า 27 นาทีสุดท้ายนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยูไนเต็ดเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดครั้งหนึ่งในฤดูกาลนี้ นำมาซึ่ง 2 ประตูจากการต่อบอลอันสวยงาม แต่พวกเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักใน 63 นาทีแรก
โชคดีสำหรับยูไนเต็ดใน 63 นาทีแรก เพราะเวสต์บรอมมีการป้องกันที่โหลยโท่ยมาก เพราะพวกเขาไม่ได้ป้องกันพื้นที่และแทบไม่ได้กดดันผู้เล่นของยูไนเต็ดเลย ซึ่งทำให้เรามีเวลาและพื้นที่ในการเล่น สิ่งนี้ปิดบังจุดบกพร่องทางแทคติกของเดวิด มอยส์ ถ้าเวสต์ บรอม ป้องกันลึกเช่นเดียวกับเกมที่ยูไนเต็ดเสมอฟูแล่ม 2-2 หรือเพรสซิ่งสูงเหมือนเกมที่สโต๊คชนะพวกเรา 2-1 ยูไนเต็ดคงจะพบหนทางที่ยากลำบากในแมตช์นี่แน่นอน
คำถามสำคัญคือ ปรัชญาในการเล่นแบบไหนที่มอยส์จะเลือกใช้ ?
ตีแผ่ความจริง !!! ตอนที่ 2 ระบบของมอยส์และเฟอร์กี้ กรณีศึกษาจากเกมชนะเวสต์บรอมฯ
สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรก สามารถไปติดตามได้ที่ http://pantip.com/topic/31805584 ครับ...
ระบบของมอยส์และเฟอร์กี้ กรณีศึกษาจากเกมชนะเวสต์บรอมฯ
กระทู้ที่แล้วนั้นเกี่ยวกับปรัชญาการทำทีมแบบ "คุมพื้นที่" ของเดวิด มอยส์ ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาที่ยูไนเต็ดกำลังประสบอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากการเล่นแบบนี้มันถ่างทรงบอลของทีมออกมากเกินไป และไม่เกื้อหนุนให้เกิดการผ่านบอลสั้นและผสมผสานเพลย์ผ่านการเคลื่อนที่ของผู้เล่น ซึ่งเป็นผลให้การบุกของยูไนเต็ดนั้นถูกคาดเดาได้ง่ายมากจากความแข็งทื่อเป็นสากกะเบือของทรงบอลนั่นเอง ในขณะที่ปรัชญาของเฟอร์กี้จะเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็วโดยมีผู้เล่นมาช่วยประคองคนที่ครองบอลอยู่ ปรัชญาที่แตกต่างกันนี้เองเป็นคำตอบหลักของคำถามที่ว่า ทำไมยูไนเต็ดจึงเล่นได้ดีในมือของเฟอร์กี้ และทำไมจึงห่วยแตกนักเมื่อมอยส์เข้ามาคุมทีม
ข้อความด้านบนนั้นพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงในเกมที่ยูไนเต็ดชนะเวสต์บรอม 3-0 ก่อนหน้าการเปลี่ยนตัว แดนนี่ เวลเบ็ค ลงสนาม ยูไนเต็ดต้องดิ้นรนอย่างหนักในการทำให้การเล่นของพวกเขาไหลลื่น และการสร้างสรรค์โอกาสก็มีน้อยมากเนื่องจากผลของแทคติกแบบคุมพื้นที่ของมอยส์นั่นเอง เมื่อเวลเบ็คถูกเปลี่ยนลงมาแทน ฟาน เพอร์ซี่ ในนาทีที่ 63 ยูไนเต็ดเล่นได้อย่างไหลลื่นและยืดหยุ่นขึ้นมาก เนื่องจากพวกเขาได้เปลี่ยนวิธีการเล่นจากการคุมพื้นที่ ไปเป็นการสนับสนุนการเล่นซึ่งคล้ายกับระบบของเฟอร์กี้นั่นเอง ผลลัพธ์ก็คงทราบกันดีอยู่แล้ว... 2 ประตูจากการต่อบอลอันสวยงาม
ไม่แน่ชัดว่าวิธีการเล่นที่เปลี่ยนไปเป็นผลมาจากคำสั่งของเดวิด มอยส์ หรือผู้เล่นทำกันเองโดยการโยนทรงบอลอันห่วยแตกนั้นทิ้งไปซะ และเล่นกันด้วยสัญชาตญาณแทน แต่ที่แน่ๆอย่างหนึ่ง แมตช์นี้ได้แสดงให้เราเห็นถึงวิธีในการนำสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากกลุ่มของผู้เล่นที่มีความสามารถ
ภาพประกอบด้านล่างแสดงให้เห็นถึงระบบของมอยส์ใน 63 นาทีแรกของเกม และการเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นในภายหลังซึ่งทำให้มันคล้ายกับระบบของเฟอร์กี้
ระบบของมอยส์ในการคุมพื้นที่
วิธีการเล่นในระบบนี้ - ผู้เล่นจะต้องกลับไปคุมพื้นที่ที่เพื่อนร่วมทีมปล่อยให้ว่างไว้
วิธีการเล่นแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยระหว่าง ฮวน มาต้า กับ มารูยาน เฟลไลนี่
จากภาพจะเห็นการสลับตำแหน่งระหว่าง หมาต๋า กับ พี่ฟูของเรา
อีกครั้งกับพี่ฟู และ หมาต๋า
รูปนี้ ฟาน เพอร์ซี่ ฉีกตัวออกไปทางซ้าย มาต้า เลยต้องเข้าไปคุมพื้นที่ตรงกลางแทน และเฟลไลนี่ก็เข้าไปคุมพื้นที่เดิมของมาต้าทางฝั่งขวาที่ว่างไว้
การตั้งเกมทำได้ยากยิ่ง เนื่องจากทรงบอลของทีมถูกถ่างออกมากเกินไป
จากภาพจะเห็นว่าไม่มีผู้เล่นแนวรุกมาสนับสนุนการขึ้นเกมเลย
1. กรณีนี้ คาร์ริคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการผ่านบอลยาวเนื่องจากไม่มีตัวเลือกในการจ่ายบอล เพราะระยะห่างระหว่างผู้เล่นนั้นมีมากเกินไป
2. คาร์ริคจ่ายยาวไปที่กองหน้า
3. จากภาพนี้จะเห็นได้ว่า ผู้เล่นแนวรุกนั้นยืนสูงขนาดไหน
1. พี่ฟูของเราพยายามจะพาบอลไปเอง เนื่องจากไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้ๆมาช่วยต่อบอล
2. โชคไม่ดีที่ผู้เล่นของฝ่ายตรงข้ามอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นถึง 3 คน ก็เลยโดนรุมกินโต๊ะไปตามระเบียบ
การผ่านบอลอย่างรวดเร็วเป็นไปได้ยากเนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้เล่น
เนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้เล่น การผ่านบอลอย่างรวดเร็วจึงเป็นไปได้ยาก ในกรณีนี้เกิดขึ้นกับ ฟาน เพอร์ซีย์ และ คาร์ริค
ทันทีที่คาร์ริคผ่านบอลไปให้ฟาน เพอร์ซีย์ เขาก็โดนรุมกินโต๊ะทันทีโดยผู้เล่นถึง 3 คน และคาร์ริคก็กลับไปคุมพื้นที่ที่ว่างไว้ของฟาน เพอร์ซีย์ ( เมิงจะไปทามม้ายยยยยยยยยยยยยยย - ผู้แปล )
ที่ ฟาน เพอร์ซีย์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ชอบมีผู้เล่นมาอยู่ในพื้นที่ของเขา มันหมายถึงอะไรกันแน่ ?
ผู้เล่นยืนซ้อนทับตำแหน่งกัน
ผู้เล่น 2 คนมายืนอยู่ในพื้นที่เดียวกับ ฟาน เพอร์ซีย์
การเปลี่ยนแปลงวิธีการเล่นจากการคุมพื้นที่มาเป็นการสนับสนุนการเล่นใน 27 นาทีสุดท้ายของเกม หลังจากเปลี่ยนตัว แดนนี่ เวลเบ็ค และขวัญใจแม่ยก ชินจิ คากาวะ ลงสนาม
สรุป สไตล์การเล่น 2 แบบที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง 63 นาทีแรกเป็นปรัชญาของมอยส์ที่เน้นการคุมพื้นที่ และ 27 นาทีสุดท้ายนั้นคล้ายกับการสนับสนุนการเล่นแบบของเฟอร์กี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า 27 นาทีสุดท้ายนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยูไนเต็ดเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดครั้งหนึ่งในฤดูกาลนี้ นำมาซึ่ง 2 ประตูจากการต่อบอลอันสวยงาม แต่พวกเขาต้องดิ้นรนอย่างหนักใน 63 นาทีแรก
โชคดีสำหรับยูไนเต็ดใน 63 นาทีแรก เพราะเวสต์บรอมมีการป้องกันที่โหลยโท่ยมาก เพราะพวกเขาไม่ได้ป้องกันพื้นที่และแทบไม่ได้กดดันผู้เล่นของยูไนเต็ดเลย ซึ่งทำให้เรามีเวลาและพื้นที่ในการเล่น สิ่งนี้ปิดบังจุดบกพร่องทางแทคติกของเดวิด มอยส์ ถ้าเวสต์ บรอม ป้องกันลึกเช่นเดียวกับเกมที่ยูไนเต็ดเสมอฟูแล่ม 2-2 หรือเพรสซิ่งสูงเหมือนเกมที่สโต๊คชนะพวกเรา 2-1 ยูไนเต็ดคงจะพบหนทางที่ยากลำบากในแมตช์นี่แน่นอน
คำถามสำคัญคือ ปรัชญาในการเล่นแบบไหนที่มอยส์จะเลือกใช้ ?