ก่อนอื่นต้องบอกว่าล๊อกอินนี้ขโมยพี่ชายมาใช้นะคะ555
คือเราไปสอยสปิตซ์มาตัวหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วที่ประตูหายยานี่แหละ เพราะคุณแม่ท่านฝังใจกับสุนัขตัวเดิมที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อนมาก
พอวันเกิดแม่ก็เลยพยายามเสาะหาสุนัขที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนตัวเดิมที่สุดให้ ซึ่งสุนัขตัวเดิมเป็นพันธ์ุผสมระหว่าง
ไซบีเรียกับบางแก้ว ตัวสีขาวเพศเมีย ครั้นจะไปหาสุนัขพันธ์ุผสมแบบนั้นมันยากและยิ่งขนสีขาวล้วนยิ่งยากประกอบกับสุนัขพันธ์สปิตซ์
มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับสุนัขตัวเดิมที่สุด เราเลยตัดสินใจว่าจะซื้อพันธุ์นี้แทน
ด้วยตัวเราเองมีงานทำเลยไม่ค่อยจะว่างไปหาที่ดีๆ เราก็เลยขอเพื่อนไปส่งประตูหายยาหน่อยเพราะได้ยินว่าเป็นแหล่งขายสุนัข เสียงลือเสียงเล่าอ้างในนี้ก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ด้วยความที่มองโลกในแง่ดีค่ะ คิดว่ามีร้านไม่ดีก็ต้องมีร้านดีบ้างล่ะ พอเข้าไปเดินดูรู้สึกได้เลยว่าสถานที่ไม่สะอาดเท่าที่ควร ก็พยายามเดินๆดูไปค่ะ เจอร้านหนึ่งขายสปิตซ์เป็นคอกเลยแต่ติดที่ว่าร้านปิด ลองส่องดูหน้าร้านแล้วรู้สึกว่าสงสารสุนัขมาก ภายในร้านคงร้อน
เพราะสุนัขดูเพลียกันมากเลย ถามร้านข้างๆก็บอกว่า เจ้าของน่าจะมาบ่ายๆ แถมยังบอกเราอีกว่า แน่ใจเหรอจะซื้อร้านนี้ แพงนะ ตัวหนึ่ง 4-5 พัน
เราเดินไปเรื่อยๆก็ไม่เจอร้านใดขายสปิตซ์อีกเลย จนมาเจอร้านที่เจ้าของเป็นผู้ชายออกสาวหน่อย เขาถามเราว่าอยากได้พันธ์ุอะไร เราก็บอกว่าสปิตซ์ ตัวเมีย พี่เขาก็บอกว่ามีแล้ววิ่งไปร้านตรงข้ามไปคว้าสปิตซ์ในคอกที่ดูสกปรกมาให้เราดู ตัวเราเองเห็นตัวนี้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วเพราะเป็นสุนัขสปิตซ์ ตัวเดียวที่ถูกขังรวมกับชิวาวาตัวผอมๆหกเจ็ดตัว แต่ปล่อยผ่านเพราะเห็นเขาเอามาปล่อยขายหน้าร้านโดยมีเพียงกรงอันนิดเดียวแต่ขังสุนัขเป็นสิบ เข้าใจว่ามันคงติดโรคแน่ๆ แต่พอคุณเจ้าของร้านเอามาให้อุ้ม เรากลับชอบมันนะ มันร่าเริงดีและเหมือนจะอ้อนวอนทางสายตาและทางพฤติกรรมให้เราซื้อมันไป เราเห็นท่าทางมันแบบนั้นก็ใจอ่อนจะซื้อ ตัวพี่เจ้าของร้านก็เซ้าซี้อบอกซื้อเลย ตัวนี้น่ารักนะ เราก็เลยจะซื้อโดยไม่ลืมถามพี่คนขายว่าฉีดวัคซีนรึยัง มีเขาตอบว่าฉีดให้เข็มหนึ่งแล้ว เราก็เลยตัดสินใจซื้อเลย
พอเอากลับมาบ้านคุณแม่ก็ชอบและดีใจ เราก็ยิ้มไปด้วย แต่ความซวยคือสองสามวันต่อจากนั้น สุนัขท้องเสียและอ้วกค่ะ แต่ยังร่าเริงดี เราก็เลยพาไปหาหมอ ในใจนี่เตรียมตัวเสียเงินไว้ละ คือรู้แล้วล่ะว่าคงเป็นสำไส้อักเสบแน่ๆ อยู่ที่ว่าจะชนิดอ่อนหรือแรงแค่นั้น พอพาไปตรวจปรากฏว่าเป็นสำไส้อักเสบจริงๆทว่าโชคดีหน่อยที่เป็นชนิดไม่รุนแรงและตรวจเจอเร็ว ก็เลยรักษาได้ทันท่วงที ไม่เท่านั้นค่ะ พอรักษาหายแล้ว เรานึกว่าจะได้เริ่มทำวัคซีน ที่ไหนได้หมอดันสังเกตเห็นว่าเหงือกสนัขซีดอีกค่ะ เลยเจาะเลือดไปตรวจ พบว่าเลือดจาง ต้องทานยาเพิ่มยังทำวัคซีนไม่ได้ ทีนี้ล่ะยอดเงินบานเลยค่ะ ทานยาไปได้หนึ่งอาทิตย์หมอบอกให้กลับไปตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูผลของเลือด ปรากฏว่าเกล็ดเลือดลดลงไปอีกทั้งที่ทานยาบำรุง หมอเลยตรวจซ้ำพบว่าเป็นพยาธิในเม็ดเลือด ทีนี้แหละเจ้าของกุมขมับเลย เดือนเดียวสามโรค...ใจนี่อยากจะกลับไปข่วนหน้าคนขาย แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ เราเป็นคนตัดสินใจซื้อเอง ตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มสุนัขแสนรักแล้วลูบหัวมันทุกวัน บอกมันตลอดว่าเงินเดือนพี่จะหมดเพราะหนูนะคะ
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะเป็นอีกหนึ่งกระทู้เตือนภัยสำหรับคนเชียงใหม่ที่คิดจะซื้อสุนัขจากประตูหายยานะคะ ไม่ได้บอกว่าทุกร้านไม่ดี แต่คงต้องดูดีๆกันหน่อยหากคิดจะซื้อจริงๆ อย่าให้เป็นแบบเรานะคะ T^T
มาเตือนภัยอีกราย ใครที่ซื้อสัตว์เลี้ยงจากประตูหายยาเชียงใหม่ จงระวัง!
คือเราไปสอยสปิตซ์มาตัวหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วที่ประตูหายยานี่แหละ เพราะคุณแม่ท่านฝังใจกับสุนัขตัวเดิมที่ตายไปเมื่อหลายปีก่อนมาก
พอวันเกิดแม่ก็เลยพยายามเสาะหาสุนัขที่มีรูปร่างลักษณะเหมือนตัวเดิมที่สุดให้ ซึ่งสุนัขตัวเดิมเป็นพันธ์ุผสมระหว่าง
ไซบีเรียกับบางแก้ว ตัวสีขาวเพศเมีย ครั้นจะไปหาสุนัขพันธ์ุผสมแบบนั้นมันยากและยิ่งขนสีขาวล้วนยิ่งยากประกอบกับสุนัขพันธ์สปิตซ์
มีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับสุนัขตัวเดิมที่สุด เราเลยตัดสินใจว่าจะซื้อพันธุ์นี้แทน
ด้วยตัวเราเองมีงานทำเลยไม่ค่อยจะว่างไปหาที่ดีๆ เราก็เลยขอเพื่อนไปส่งประตูหายยาหน่อยเพราะได้ยินว่าเป็นแหล่งขายสุนัข เสียงลือเสียงเล่าอ้างในนี้ก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ด้วยความที่มองโลกในแง่ดีค่ะ คิดว่ามีร้านไม่ดีก็ต้องมีร้านดีบ้างล่ะ พอเข้าไปเดินดูรู้สึกได้เลยว่าสถานที่ไม่สะอาดเท่าที่ควร ก็พยายามเดินๆดูไปค่ะ เจอร้านหนึ่งขายสปิตซ์เป็นคอกเลยแต่ติดที่ว่าร้านปิด ลองส่องดูหน้าร้านแล้วรู้สึกว่าสงสารสุนัขมาก ภายในร้านคงร้อน
เพราะสุนัขดูเพลียกันมากเลย ถามร้านข้างๆก็บอกว่า เจ้าของน่าจะมาบ่ายๆ แถมยังบอกเราอีกว่า แน่ใจเหรอจะซื้อร้านนี้ แพงนะ ตัวหนึ่ง 4-5 พัน
เราเดินไปเรื่อยๆก็ไม่เจอร้านใดขายสปิตซ์อีกเลย จนมาเจอร้านที่เจ้าของเป็นผู้ชายออกสาวหน่อย เขาถามเราว่าอยากได้พันธ์ุอะไร เราก็บอกว่าสปิตซ์ ตัวเมีย พี่เขาก็บอกว่ามีแล้ววิ่งไปร้านตรงข้ามไปคว้าสปิตซ์ในคอกที่ดูสกปรกมาให้เราดู ตัวเราเองเห็นตัวนี้ตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วเพราะเป็นสุนัขสปิตซ์ ตัวเดียวที่ถูกขังรวมกับชิวาวาตัวผอมๆหกเจ็ดตัว แต่ปล่อยผ่านเพราะเห็นเขาเอามาปล่อยขายหน้าร้านโดยมีเพียงกรงอันนิดเดียวแต่ขังสุนัขเป็นสิบ เข้าใจว่ามันคงติดโรคแน่ๆ แต่พอคุณเจ้าของร้านเอามาให้อุ้ม เรากลับชอบมันนะ มันร่าเริงดีและเหมือนจะอ้อนวอนทางสายตาและทางพฤติกรรมให้เราซื้อมันไป เราเห็นท่าทางมันแบบนั้นก็ใจอ่อนจะซื้อ ตัวพี่เจ้าของร้านก็เซ้าซี้อบอกซื้อเลย ตัวนี้น่ารักนะ เราก็เลยจะซื้อโดยไม่ลืมถามพี่คนขายว่าฉีดวัคซีนรึยัง มีเขาตอบว่าฉีดให้เข็มหนึ่งแล้ว เราก็เลยตัดสินใจซื้อเลย
พอเอากลับมาบ้านคุณแม่ก็ชอบและดีใจ เราก็ยิ้มไปด้วย แต่ความซวยคือสองสามวันต่อจากนั้น สุนัขท้องเสียและอ้วกค่ะ แต่ยังร่าเริงดี เราก็เลยพาไปหาหมอ ในใจนี่เตรียมตัวเสียเงินไว้ละ คือรู้แล้วล่ะว่าคงเป็นสำไส้อักเสบแน่ๆ อยู่ที่ว่าจะชนิดอ่อนหรือแรงแค่นั้น พอพาไปตรวจปรากฏว่าเป็นสำไส้อักเสบจริงๆทว่าโชคดีหน่อยที่เป็นชนิดไม่รุนแรงและตรวจเจอเร็ว ก็เลยรักษาได้ทันท่วงที ไม่เท่านั้นค่ะ พอรักษาหายแล้ว เรานึกว่าจะได้เริ่มทำวัคซีน ที่ไหนได้หมอดันสังเกตเห็นว่าเหงือกสนัขซีดอีกค่ะ เลยเจาะเลือดไปตรวจ พบว่าเลือดจาง ต้องทานยาเพิ่มยังทำวัคซีนไม่ได้ ทีนี้ล่ะยอดเงินบานเลยค่ะ ทานยาไปได้หนึ่งอาทิตย์หมอบอกให้กลับไปตรวจเลือดซ้ำเพื่อดูผลของเลือด ปรากฏว่าเกล็ดเลือดลดลงไปอีกทั้งที่ทานยาบำรุง หมอเลยตรวจซ้ำพบว่าเป็นพยาธิในเม็ดเลือด ทีนี้แหละเจ้าของกุมขมับเลย เดือนเดียวสามโรค...ใจนี่อยากจะกลับไปข่วนหน้าคนขาย แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ เราเป็นคนตัดสินใจซื้อเอง ตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มสุนัขแสนรักแล้วลูบหัวมันทุกวัน บอกมันตลอดว่าเงินเดือนพี่จะหมดเพราะหนูนะคะ
ที่เล่ามาทั้งหมดก็อยากจะเป็นอีกหนึ่งกระทู้เตือนภัยสำหรับคนเชียงใหม่ที่คิดจะซื้อสุนัขจากประตูหายยานะคะ ไม่ได้บอกว่าทุกร้านไม่ดี แต่คงต้องดูดีๆกันหน่อยหากคิดจะซื้อจริงๆ อย่าให้เป็นแบบเรานะคะ T^T