ดูจากสภาพแล้ว ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ที่แมนยูไนเต็ดจะอัดโอลิมเปียกอสได้ 3-0 แล้วพลิกเข้ารอบได้
ทั้งๆที่ฟอร์มก่อนหน้านี้แลดูสิ้นหวังมาก แฟนปีศาจแดงหลายท่านรวมถึงผมด้วยบางโมเมนต์ ยังอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเลย
ถ้ามันจะทำให้มีอะไรที่ดีขึ้นมาก เพราะเราดูบอลกันด้วยความระทมทุกข์มาทั้งฤดูกาลแล้ว
มีอยู่หลายประเด็นเมื่อคืนนี้ที่ต้องพูดถึง
เรื่องแรกสุด ทรงบอล ไอ้ที่เราบ่นๆกันอยู่มาตลอด
ถึงแม้จะชนะแถมคลีนชีตก็ตาม แลดูเหมือนจะดี แต่จริงๆแล้ว ทรงบอลไม่ได้ดีไปกว่าเดิมไอ้ที่เราบ่นๆกันมาทั้งซีซั่นเลย
อย่าเพิ่งดีใจไป เรื่องบางอย่างต้องมองหลายมิติ สกอร์3-0ไม่ได้หมายความว่า
เฮ้ย แมนยูกลับมาแล้วว่ะ เราจะทวงบัลลังก์คืน
ไม่ใช่เลย ยังไม่เห็นวี่แววหรือเค้าโครงอะไรแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย - -*
เรื่องของกองหลัง แนวรับ ยังคงมีช่องให้ทีมตรงข้ามเจาะเหมือนเดิม
และที่ต้องบอกว่า เป็นโคตรของบ่อน้ำมันมูลค่ามหาศาลของทีมตรงข้าม คงต้องปิดตาชี้เป้าไปที่อีพี่ปั๊ต.. Patrice Evra
พี่ติ๊กของพวกเรานี่แหละ คือด้วยความที่แกเป็นแบ็คที่เติมบ่อย เติมสูง จอมบุก จะเล่นเป็นวิงแบ็คอะไรก็ช่างเถอะ
แต่หลายครั้งที่
เติมแล้วลงมาไม่ทัน หลายจังหวะที่โดนกอสสวนแล้วเกือบเสียประตู
ก็เพราะเฮียควบลงมาไม่ทันนั่นแหละ เปิดช่องให้เขาจ่ายบอลไปหน้าโกล์ได้
ถึงแม้จังหวะที่จะไม่ได้เติมไป แต่ดูเหมือนพี่ติ๊กของพวกเรา จะโดนหลอกหลุดไปได้อยู่เป็นประจำ
หลายดอกเลยที่แกอ่านทางบอลไม่ดี
ทั้งๆที่ exp น่าจะไม่ได้น้อยแล้ว อายุก็มาก แต่โดนไปเยอะ
จุดเดียวที่ทำให้เราคลีนชีตได้เมื่อคืนนี้ คงต้องยกให้เดเคอาจริงๆ
ไม่อยากพูดว่าคนๆเดียว ทำให้ทีมรอดได้ เพราะฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม ไม่มีใครเด่นกว่าหรือสำคัญกว่าใคร
แต่ถ้าไม่ได้เดเคอา .. บอกได้คำเดียว ไม่มีโมเมนต์แบบนี้ให้เราเฮฮากันแน่นอน ทุกคนคงเห็นแล้ว
จังหวะดับเบิลเซฟนี่ ประทับใจมาก ไม่งั้นน็อคคาบ้านไปละ ชาบูไอ้หนูเดจริงๆ
อย่างที่หลายคนบอก แม้ทีมตามหรือเป็นรอง น้อยครั้งที่จะได้เห็นน้องเดหมดอาลัยตายอยาก
แต่แกค่อนข้างสู้ สมาธิดี ความผิดพลาดนี้ หาไม่ได้เลย ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆก็คงไม่เสียประตู
เรียกว่า ประตูของยูไนเต็ดนี่ สบายแฮละ ไม่ต้องหาตัวแทนให้วุ่นวายเหมือนช่วงต้น 00s เลย
นอกจากพี่ติ๊กยังมีอีกหนึ่งหน่อนั่นคือ น้องฟิล ฟิลโจนส์ของเรานั่นเอง
บอกก่อนว่า ผมเป็นFCโจนส์ตัวยง นี่แหละนักเตะแห่งอนาคตที่ฝากผีฝากไข้ได้
แต่ว่า ก็ยังมีหลายจุด หลายช็อต ที่แกยังโฉ่งฉ่างอยู่
คือถ้าเป็นกองหลังตัวชน แต่โดนหลุดไปได้นี่ บางครั้งตัวรองมันก็วิ่งมาช่วยไม่ทันหรอก
มีโอกาสเสียประตูเยอะเหมือนกัน
แต่โชคดีที่ เมื่อคืน ช็อตที่ทำดี เข้าบอลหนักแล้วสกัดออกได้ ช่วยทีมไว้ได้เยอะมาก ช็อตเหวอเลยถูกลืมไป
เอาเถอะ ค่อยๆพัฒนาไป แค่นี้ผมก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่ได้ฟิลโจนส์ หลายดอกผมก็ว่าโดนเหมือนกัน
ส่วนกองหลังฝั่งด้านขวา ริโอกับราฟาเอล วันนี้ไม่ก่อความผิดพลาดเลย ริโอก็นิ่งมากแถมอ่านเกมส์ขาด
เล่นดีเหมือนไม่ใช่เฮีย 5555 ตอนแรกมีเสียวเพราะกลัวความเร็วกองหน้าฝั่งนั้น แต่ดูเมื่อคืนแล้ว โอเค เล่นพอใช้ได้
ส่วนราฟาเอล นี่เป็นนักเตะที่ใช้พลังงานเยอะมากในทุกๆเกมส์ วิ่งทุ่มเทสุดๆ บุกก็เติม
ถึงจะมีลูกมั่ว ลูกพลาดอยู่บ้าง หลายครั้งพอบอลถูกถ่ายจากเซน มาที่เขา แล้วไม่สามารถประสานกับปีกขวา พาบอลขึ้นไปได้
แต่ก็ ถือว่า ไม่ได้ไม่เสีย เมื่อคืนไม่มีอะไรพลาด เพราะงั้น รอดตัวไป
วกกลับมาที่ ทรงบอลกันต่อ
นอกจากนั้น ก็อย่างที่บอก อย่าเพิ่งหลงระเริงกับภาพลวงตา ทรงบอลยังไม่ดีเหมือนเคย
จังหวะเค้าเตอร์ ที่เคยเป็นอาวุธหนักของยูไนเต็ดสมัยก่อนหน้านี้สักสี่ห้าปี อาวุธRun&Gun ที่เรามักเห็นเวลาสวนกลับ
แล้วได้ผลนั้น เมื่อคืนก็ยังไม่เห็นอยู่ดี
จังหวะจะสวน มักจะตายเมื่อเวลาออกมาทางปีกเสมอ AVเมื่อคืนไม่สามารถเจาะด้วยความสามารถของตัวเองได้คนเดียว
บางทีเราอาจจะต้องการนักเตะแบบ โรนัลโด้ หรือ นานี่ ไว้สักคน ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เวลาเจอตัวต่อตัว
เพราะงั้น เรื่องเกมส์บุกของเมื่อวาน มิติที่เพิ่มขึ้นมา ผมมองไปที่ การลงมาของกิ๊กส์ ที่ทำให้การบุกมีมิติเพิ่มขึ้น
โดยที่ไม่ต้องตะบี้ตะบันให้ปีกลากๆๆๆมาแล้วโยนอย่างเดียว เพราะเฮียกิ๊กส์แกได้บอลปุ๊บ ถ้าไม่โดนเพรสจนเสียบอล
เปิดโอกาสให้แกเมื่อไหร่ แกเปิดบอลแทงขึ้นหน้าตลอดจริงๆ เสียดายว่า หลายดอกก็เปิดพลาดไปบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ เฮียทำให้แผลจุดอ่อนของทีมเห็นว่า
ถ้าเรามีมิติการบุกแบบนี้ ที่มันแน่นอน และฟิตมากพอจะพะบู๊แดนกลางได้มากกว่าเฮียกิ๊กส์
น่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีของทีม
ทำไมต้องพูดถึงกิ๊ก เพราะเราอยู่ในเรื่องของทรงบอลไงครับ คือถ้าไม่ได้กิ๊กขึ้นเกมส์จากตรงกลาง
ก็จะพยายามขึ้นจากด้านข้าง แบ็คขวา-ปีกขวา แล้วสองคนนี้ก็ไม่ได้เก็บบอลเก่งสักเท่าไหร่
ถึงเป็นปัญหามาตลอดทั้งฤดูกาล
โชคดีที่เมื่อคืน กอสเปิดพื้นที่ให้เยอะมาก ดันขึ้นสูง ทำให้ยูไนเต็ดได้โอกาสแทงสวนขึ้นมาลุ้นได้ แบบในจังหวะลูกสองและลูกแรก
ดังนั้น ถ้าเจอทีมเคี่ยวๆอย่างเชลซีเป็นต้น โอกาสแบบเมื่อคืนคงไม่มี และนั่นแหละ แผลของยูไนเต็ดก็คงเปิดให้เห็นอีกตามเคย
ปีหน้า คงต้องไปควานหานักเตะแข็งๆในแดนกลางเพิ่มมาอีก เพื่อความเสถียร
เพราะปัจจุบันนี่ ถ้าให้พูดตามจริง เราไม่ได้เห็นศักยภาพของเฟลไลนี่ คาริค เคลฟ แบบเต็มสตรีมเท่าไหร่นัก เสียบอลกันก็ง่าย
เฟลลี่นี่ เสียดายมากๆ เก็บบอลไม่ค่อยอยู่ แย่งบอลไม่ค่อยได้ในหลายๆแมตช์ ทำให้กลางยังไม่แข็งพอ ซึ่งน่าแปลกมาก
ดังนั้น คงต้องการกลางระดับโลก มาอีกสักคน
ส่วนที่เหลือ เป็นเรื่องซีเรียสที่สุด เท่าที่จะกังวลกัน นั่นคือ มอยส์ .. ปรัชญาการทำเกมส์บุกของเขาเป็นยังไง เราไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่
เพราะตราบใดที่ ยังดองนักเตะเก่งๆอย่าง คากาวะ เอาไว้ข้างสนาม แล้วส่งเพียงมาต้าลงไปเล่นปีก แค่นี้มันก็เห็นแล้วว่า มันผิดธรรมชาติ
คนทั้งโลกเห็น แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมมอยส์ไม่เห็น พูดมากเดี๋ยวก็หาว่า ผมปากเก่งงู้นงี้ ทำไมไม่ไปคุมทีมเลยล่ะ (ผมเล่นFMครัช! แหม่)
เรื่องเกมส์บุกนี่แหละ มิดฟิลด์เนี่ย สำคัญสุดๆเลย นักเตะที่มี ถ้ารีดเร้นศักยภาพออกมาได้ ถ้าใช้งานได้อย่างถูกต้องและสมควร
แนวรุกที่มีอยู่ ก็น่ากลัวไม่ได้แพ้ทีมไหนเลย ขอปีกเก่งๆ ที่เก่งจริงๆมาอีกสักตัว แทน อ.ยัง ที่ เมื่อคืนคงเห็นแล้วว่า
เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ !!!
สิ้นดี.. ขอตัวเจาะเจ๋งๆมาอีกสักตัว ให้เก่งจริงๆแบบ ฝากผีฝากไข้ได้ จะดีมาก
ถ้าคุณคิดจะใช้ปีกจริงๆ เพราะ AVกับยัง ไม่ดีพอสำหรับสโมสรนี้
AVอาจจะเก็บไว้เป็นตัวทดแทนคุณภาพดีได้ แต่ยังนี่ ออกไปเท้อ - -
ต่อให้กองหน้าคมแค่ไหน ซื้อคาวานี่80ล้านมา ถ้าบอลไปไม่ถึง ตั้งเกมส์ไม่ได้ .. ไม่มีประโยชน์
ดังนั้น เรื่องของทรงบอลนี่ สรุปแล้วเมื่อคืน ทั้งเกมส์รับ ทั้งเกมส์บุก มันก็ยังไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมหรอก ปัญหาไม่ได้ถูกแก้แต่อย่างใด
เพียงแค่คู่แข่งวางแทคติคที่เปิดช่องให้เรา แล้วเราเล่นกันได้ดีพอเหมาะพอเจาะเท่านั้นเอง
ยังต้องลุ้นต่อไป ไม่ใช่ว่าดูเกมส์นี้จบแล้ว ดีใจว่า
ข้ากลับมาแล้ววววววว
แต่อีกเรื่องที่สำคัญกว่า .. คือเรื่องของ
"สปิริตและหัวใจนักสู้"
ผมว่า อันนี้แหละ คือคีย์ที่ทำให้เมื่อคืน เราโกงความตายแบบที่แฟนผีทั่วโลกไม่อยากเชื่อ
เพราะถอดใจกันไปเยอะก่อนเกมส์ บางส่วนก็อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย
คือแพ้ๆไปเถอะ สามเกมส์ต่อจากนี้ ถ้าmanagerโดนไล่ออก
เราก็เอา ผมไม่เถียงหรอกว่าตัวผมเอง ก็แอบรู้สึกว่า ถ้าแพ้ตกรอบ แล้วมันส่งให้บอร์ดตาสว่างหรือเห็นอะไรได้บ้าง มันก็คงจะดี
เพราะตอนนี้ ไม่เห็นอนาคตเลยที่มอยส์จะพาทีมให้ยิ่งใหญ่ได้ แถมใช้ทรัพยากรได้กากสุดๆ
ของดีมีเยอะ แต่ไม่สามารถดึงความสามารถนักเตะได้
ในทางกลับกัน ขอพูดถึงลิเวอร์พูลหน่อย นักเตะลิเวอร์พูลหลายคน ไม่ได้เก่งเทพถึงขนาดระดับAหรือเวิร์ลคลาสเลย
แต่รอดเจอร์ดึงศักยภาพของคนพวกนี้มาใช้ได้ชนิดที่ว่า เกินขีดจำกัดด้วยซ้ำ มันน่าคิดไหม
แต่มอยส์ กลับทำให้100%ของนักเตะ เหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
เมื่อคืน สปิริตใจสู้ของนักเตะแมนยูไนเต็ด เยอะมาก Passionสูงมาก จนเรียกว่า พลุ่งพล่านเลยจริงๆ
คือมันทะลุจอ ออกมาแบบว่า
ดิฉันสัมผัสได้ เลยจริงๆ
ซึ่งประหลาดมาก ไม่รู้ว่า พวกเฮียๆทั้งหลายเพิ่งจะตื่นกันหรือว่ายังไงว่า เกมส์ของยูไนเต็ด ที่แฟนบอลทั้งโลกรอชมอยู่
การเล่นบอลมันต้องมีใจสู้แบบนี้เยอะๆ ไม่ใช่เล่นเพื่อรับค่าเหนื่อยไปวันๆ หรือเล่นแบบกลัวเจ็บ เล่นแบบ ไม่มีอะไรให้ลุ้น
วันนี้กับ ไม่กี่วันก่อนที่เราโดนลิเวอร์พูลสอนบอลนั้น
มันต่างกันแบบ หน้ามือหลังตรีน บรรยากาศสตราโตสเฟียร์กับก้นเหลวร่องลึกมารีน่าอะไรแบบนั้นเลย
นี่เป็นจุดที่ทำให้เราเข้ารอบได้จริงๆ
ผมเชื่อนะว่า โอลิมเปียกอส ดีกว่าทีมระดับกลาง ทีมเล็กในพรีเมียร์ลีกหลายๆทีม
คำถามคือ ทำไมพวกพี่ไม่เล่นให้ได้แบบนี้ ในทุกๆนัดครับ การตบเด็กแบบที่ป๋าถนัด พวกคุณน่าจะทำได้
แต่ทำไม พลาดแล้วพลาดอีก ฤดูกาลนี้ จะแพ้ลิเวอร์พูล แพ้แมนซิ ผมไม่ว่าหรอก พวกเค้าเก่งจริงๆ
แต่ทีมที่ด้อยกว่า ทำไมพวกเอ็งไม่ตบให้ขรี้แตกครับ พลาดแล้วพลาดอีก หรือมองว่าแมตช์พวกนี้ไม่สำคัญ
เลยไม่ต้องใส่Passionแบบเมื่อคืน
นี่เป็นเรื่องที่ ผจก. รวมถึงนักเตะด้วย ต้องพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเป็นเช่นนั้น
อย่างที่บอก ศักยภาพทีมมี นี่มันแชมป์เก่านะเฮ้ย แถมตัวใหม่อย่างเฟลลี่ หรือพี่ต้าเข้ามาช่วย ไม่น่าจะดรอปลงไปขนาดนี้
การวิ่งไล่บอลเป็นม้าศึกผีดิบไม่ยอมตายขนาดนี้ ผมไม่เคยเห็นมานานมากแล้ว
การเล่นบอลแบบเนือยๆ ช้าไปหนึ่งจังหวะ จ่ายบอลมั่ว พลาดง่ายๆ พวกตูเห็นกันมาทั้งฤดูกาล น่าเบื่อมาก
คือกากซะจนไม่รู้จะด่าพ่อล่อแมร่มยังไงว่า กากจริงๆ ใครเขาจะมาทับถมก็ไม่แปลกหรอก เพราะแมร่งเรื่องจริงทั้งนั้น
เมื่อคืนสู้กันได้ดีมาก และเล่นกันด้วยmindsetของทีมที่จะบุกจริงๆ ถึงแม้ช่วงปลายท้ายๆเกมส์จะลุ้นเยี่ยวแทบแตกไปหน่อย
แต่โดยรวม ดูแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย ทีมบุกมันต้องแบบนี้แหละ
เมื่อคืน ความรู้สึกผมบอกได้ว่า มันเป็นนัดที่ ดีที่สุด ของแมนยูไนเต็ด
ในฤดูกาลนี้
และไม่แน่ใจว่า เกมส์ที่เหลือจะเค้นออกมาได้แบบนี้อีกรึเปล่า
คือถ้าจะแพ้นะ พวกผมไม่ว่าหรอก แต่ถ้าแพ้ แล้วใจสู้ ไม่ถอดใจ จะโดนแมนซิยิงคาบ้านอีก5ลูก แต่ถ้าสู้จนวินาทีสุดท้าย
ไม่เดินคอตก ไม่ทำหน้าหมาหงอย พวกผมเอานะเฮ้ย
อย่างที่ผมขึ้นหัวกระทู้ไว้ พวกเรา แฟนปีศาจแดง ไม่ได้ต้องการอะไรเลย ทีมเราไม่ได้เทพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
แต่เราต้องการ Passion สปิริตของนักเตะที่สู้ไม่ถอยจนวินาทีสุดท้ายแบบนี้
อยากได้แค่นี้เอง ไม่ต้องการอะไรหรอก
ทรงบอลพอมีบ้างนิดหน่อยก็พอ สมัยป๋า ทรงบอลก็ไม่ได้แข็งอะไรขนาดนั้น
เพียงแต่ว่านักเตะมีคุณภาพ มีใจสู้มีความเป็นยูไนเต็ดอยู่มากกว่านี้เท่านั้นเอง
เมื่อคืน เป็นคืนที่ผมดูแล้วรู้สึกได้ เพียงแค่นัดเดียวในฤดูกาลนี้ตั้งแต่ดูมาว่า
เฮ้ย นี่แหละ พลังใจสู้ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแบบที่เราคุ้นเคย
คือประหนึ่งว่า manager ข้างสนามนั่นน่ะ มันเป็นปีศาจแดงจอมโหดตัวที่เราคุ้นเคย
เหมือนมีป๋ามานั่งข้างๆนั่นแหละครับ ความรู้สึกนั้นมันกลับมา เมื่อคืนนี้
ผมไม่ได้บอกว่า มอยส์พัฒนาขึ้นมาแล้วนะ แต่เพราะสปิริตของนักเตะในทีมร่วมกัน
มันทำให้คนดูรู้สึกแบบนั้นได้ ขอให้มอยส์ ดึงให้นักเตะทำแบบนี้ได้บ่อยๆ
ทำให้ทุกนัด มันเป็นปากเหวของชีวิตผู้จัดการของคุณซะ
ขอแค่นี้ แฟนบอลก็มีความสุขแล้ว ไม่ได้แชมป์ก็ไม่ว่าอะไรหรอก
ไม่ว่านัดหน้า เราจะเข้าไปฉะกับเทพทีมไหนก็ตาม ช่างมัน ไม่ต้องคิดมาก
นัดนี้เราดูบอลแล้วมีความสุขเหมือนสมัยก่อน แค่นี้ก็พอ ^^
อีกอย่างนึงที่เมื่อคืนมีความสุขมากๆ
นั่นคือ โมเมนต์ที่นักเตะวิ่งเข้าไปกอดกันเวลายิงประตูได้
ผมไม่เห็นความสุขแบบนี้มานานมากละ
และนั่นแสดงว่า สปิริทในทีมยังดีอยู่และนักเตะของเรายังรักกัน
เห็นโรบิ้นวิ่งมากอดวาซซ่า แค่นี้พวกเราก็มีความสุขละ
ทั้งฤดูกาล พวกผมก็รอแค่Passionแบบนัดเมื่อคืนนี้.. เท่านั้นแหละ
ทั้งๆที่ฟอร์มก่อนหน้านี้แลดูสิ้นหวังมาก แฟนปีศาจแดงหลายท่านรวมถึงผมด้วยบางโมเมนต์ ยังอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเลย
ถ้ามันจะทำให้มีอะไรที่ดีขึ้นมาก เพราะเราดูบอลกันด้วยความระทมทุกข์มาทั้งฤดูกาลแล้ว
มีอยู่หลายประเด็นเมื่อคืนนี้ที่ต้องพูดถึง เรื่องแรกสุด ทรงบอล ไอ้ที่เราบ่นๆกันอยู่มาตลอด
ถึงแม้จะชนะแถมคลีนชีตก็ตาม แลดูเหมือนจะดี แต่จริงๆแล้ว ทรงบอลไม่ได้ดีไปกว่าเดิมไอ้ที่เราบ่นๆกันมาทั้งซีซั่นเลย
อย่าเพิ่งดีใจไป เรื่องบางอย่างต้องมองหลายมิติ สกอร์3-0ไม่ได้หมายความว่า
เฮ้ย แมนยูกลับมาแล้วว่ะ เราจะทวงบัลลังก์คืน
ไม่ใช่เลย ยังไม่เห็นวี่แววหรือเค้าโครงอะไรแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย - -*
เรื่องของกองหลัง แนวรับ ยังคงมีช่องให้ทีมตรงข้ามเจาะเหมือนเดิม
และที่ต้องบอกว่า เป็นโคตรของบ่อน้ำมันมูลค่ามหาศาลของทีมตรงข้าม คงต้องปิดตาชี้เป้าไปที่อีพี่ปั๊ต.. Patrice Evra
พี่ติ๊กของพวกเรานี่แหละ คือด้วยความที่แกเป็นแบ็คที่เติมบ่อย เติมสูง จอมบุก จะเล่นเป็นวิงแบ็คอะไรก็ช่างเถอะ
แต่หลายครั้งที่
เติมแล้วลงมาไม่ทัน หลายจังหวะที่โดนกอสสวนแล้วเกือบเสียประตู
ก็เพราะเฮียควบลงมาไม่ทันนั่นแหละ เปิดช่องให้เขาจ่ายบอลไปหน้าโกล์ได้
ถึงแม้จังหวะที่จะไม่ได้เติมไป แต่ดูเหมือนพี่ติ๊กของพวกเรา จะโดนหลอกหลุดไปได้อยู่เป็นประจำ
หลายดอกเลยที่แกอ่านทางบอลไม่ดี
ทั้งๆที่ exp น่าจะไม่ได้น้อยแล้ว อายุก็มาก แต่โดนไปเยอะ
จุดเดียวที่ทำให้เราคลีนชีตได้เมื่อคืนนี้ คงต้องยกให้เดเคอาจริงๆ
ไม่อยากพูดว่าคนๆเดียว ทำให้ทีมรอดได้ เพราะฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม ไม่มีใครเด่นกว่าหรือสำคัญกว่าใคร
แต่ถ้าไม่ได้เดเคอา .. บอกได้คำเดียว ไม่มีโมเมนต์แบบนี้ให้เราเฮฮากันแน่นอน ทุกคนคงเห็นแล้ว
จังหวะดับเบิลเซฟนี่ ประทับใจมาก ไม่งั้นน็อคคาบ้านไปละ ชาบูไอ้หนูเดจริงๆ
อย่างที่หลายคนบอก แม้ทีมตามหรือเป็นรอง น้อยครั้งที่จะได้เห็นน้องเดหมดอาลัยตายอยาก
แต่แกค่อนข้างสู้ สมาธิดี ความผิดพลาดนี้ หาไม่ได้เลย ถ้าไม่สุดวิสัยจริงๆก็คงไม่เสียประตู
เรียกว่า ประตูของยูไนเต็ดนี่ สบายแฮละ ไม่ต้องหาตัวแทนให้วุ่นวายเหมือนช่วงต้น 00s เลย
นอกจากพี่ติ๊กยังมีอีกหนึ่งหน่อนั่นคือ น้องฟิล ฟิลโจนส์ของเรานั่นเอง
บอกก่อนว่า ผมเป็นFCโจนส์ตัวยง นี่แหละนักเตะแห่งอนาคตที่ฝากผีฝากไข้ได้
แต่ว่า ก็ยังมีหลายจุด หลายช็อต ที่แกยังโฉ่งฉ่างอยู่
คือถ้าเป็นกองหลังตัวชน แต่โดนหลุดไปได้นี่ บางครั้งตัวรองมันก็วิ่งมาช่วยไม่ทันหรอก
มีโอกาสเสียประตูเยอะเหมือนกัน
แต่โชคดีที่ เมื่อคืน ช็อตที่ทำดี เข้าบอลหนักแล้วสกัดออกได้ ช่วยทีมไว้ได้เยอะมาก ช็อตเหวอเลยถูกลืมไป
เอาเถอะ ค่อยๆพัฒนาไป แค่นี้ผมก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่ได้ฟิลโจนส์ หลายดอกผมก็ว่าโดนเหมือนกัน
ส่วนกองหลังฝั่งด้านขวา ริโอกับราฟาเอล วันนี้ไม่ก่อความผิดพลาดเลย ริโอก็นิ่งมากแถมอ่านเกมส์ขาด
เล่นดีเหมือนไม่ใช่เฮีย 5555 ตอนแรกมีเสียวเพราะกลัวความเร็วกองหน้าฝั่งนั้น แต่ดูเมื่อคืนแล้ว โอเค เล่นพอใช้ได้
ส่วนราฟาเอล นี่เป็นนักเตะที่ใช้พลังงานเยอะมากในทุกๆเกมส์ วิ่งทุ่มเทสุดๆ บุกก็เติม
ถึงจะมีลูกมั่ว ลูกพลาดอยู่บ้าง หลายครั้งพอบอลถูกถ่ายจากเซน มาที่เขา แล้วไม่สามารถประสานกับปีกขวา พาบอลขึ้นไปได้
แต่ก็ ถือว่า ไม่ได้ไม่เสีย เมื่อคืนไม่มีอะไรพลาด เพราะงั้น รอดตัวไป
วกกลับมาที่ ทรงบอลกันต่อ
นอกจากนั้น ก็อย่างที่บอก อย่าเพิ่งหลงระเริงกับภาพลวงตา ทรงบอลยังไม่ดีเหมือนเคย
จังหวะเค้าเตอร์ ที่เคยเป็นอาวุธหนักของยูไนเต็ดสมัยก่อนหน้านี้สักสี่ห้าปี อาวุธRun&Gun ที่เรามักเห็นเวลาสวนกลับ
แล้วได้ผลนั้น เมื่อคืนก็ยังไม่เห็นอยู่ดี
จังหวะจะสวน มักจะตายเมื่อเวลาออกมาทางปีกเสมอ AVเมื่อคืนไม่สามารถเจาะด้วยความสามารถของตัวเองได้คนเดียว
บางทีเราอาจจะต้องการนักเตะแบบ โรนัลโด้ หรือ นานี่ ไว้สักคน ที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เวลาเจอตัวต่อตัว
เพราะงั้น เรื่องเกมส์บุกของเมื่อวาน มิติที่เพิ่มขึ้นมา ผมมองไปที่ การลงมาของกิ๊กส์ ที่ทำให้การบุกมีมิติเพิ่มขึ้น
โดยที่ไม่ต้องตะบี้ตะบันให้ปีกลากๆๆๆมาแล้วโยนอย่างเดียว เพราะเฮียกิ๊กส์แกได้บอลปุ๊บ ถ้าไม่โดนเพรสจนเสียบอล
เปิดโอกาสให้แกเมื่อไหร่ แกเปิดบอลแทงขึ้นหน้าตลอดจริงๆ เสียดายว่า หลายดอกก็เปิดพลาดไปบ้าง
แต่ก็นั่นแหละ เฮียทำให้แผลจุดอ่อนของทีมเห็นว่า
ถ้าเรามีมิติการบุกแบบนี้ ที่มันแน่นอน และฟิตมากพอจะพะบู๊แดนกลางได้มากกว่าเฮียกิ๊กส์
น่าจะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีของทีม
ทำไมต้องพูดถึงกิ๊ก เพราะเราอยู่ในเรื่องของทรงบอลไงครับ คือถ้าไม่ได้กิ๊กขึ้นเกมส์จากตรงกลาง
ก็จะพยายามขึ้นจากด้านข้าง แบ็คขวา-ปีกขวา แล้วสองคนนี้ก็ไม่ได้เก็บบอลเก่งสักเท่าไหร่
ถึงเป็นปัญหามาตลอดทั้งฤดูกาล
โชคดีที่เมื่อคืน กอสเปิดพื้นที่ให้เยอะมาก ดันขึ้นสูง ทำให้ยูไนเต็ดได้โอกาสแทงสวนขึ้นมาลุ้นได้ แบบในจังหวะลูกสองและลูกแรก
ดังนั้น ถ้าเจอทีมเคี่ยวๆอย่างเชลซีเป็นต้น โอกาสแบบเมื่อคืนคงไม่มี และนั่นแหละ แผลของยูไนเต็ดก็คงเปิดให้เห็นอีกตามเคย
ปีหน้า คงต้องไปควานหานักเตะแข็งๆในแดนกลางเพิ่มมาอีก เพื่อความเสถียร
เพราะปัจจุบันนี่ ถ้าให้พูดตามจริง เราไม่ได้เห็นศักยภาพของเฟลไลนี่ คาริค เคลฟ แบบเต็มสตรีมเท่าไหร่นัก เสียบอลกันก็ง่าย
เฟลลี่นี่ เสียดายมากๆ เก็บบอลไม่ค่อยอยู่ แย่งบอลไม่ค่อยได้ในหลายๆแมตช์ ทำให้กลางยังไม่แข็งพอ ซึ่งน่าแปลกมาก
ดังนั้น คงต้องการกลางระดับโลก มาอีกสักคน
ส่วนที่เหลือ เป็นเรื่องซีเรียสที่สุด เท่าที่จะกังวลกัน นั่นคือ มอยส์ .. ปรัชญาการทำเกมส์บุกของเขาเป็นยังไง เราไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไหร่
เพราะตราบใดที่ ยังดองนักเตะเก่งๆอย่าง คากาวะ เอาไว้ข้างสนาม แล้วส่งเพียงมาต้าลงไปเล่นปีก แค่นี้มันก็เห็นแล้วว่า มันผิดธรรมชาติ
คนทั้งโลกเห็น แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมมอยส์ไม่เห็น พูดมากเดี๋ยวก็หาว่า ผมปากเก่งงู้นงี้ ทำไมไม่ไปคุมทีมเลยล่ะ (ผมเล่นFMครัช! แหม่)
เรื่องเกมส์บุกนี่แหละ มิดฟิลด์เนี่ย สำคัญสุดๆเลย นักเตะที่มี ถ้ารีดเร้นศักยภาพออกมาได้ ถ้าใช้งานได้อย่างถูกต้องและสมควร
แนวรุกที่มีอยู่ ก็น่ากลัวไม่ได้แพ้ทีมไหนเลย ขอปีกเก่งๆ ที่เก่งจริงๆมาอีกสักตัว แทน อ.ยัง ที่ เมื่อคืนคงเห็นแล้วว่า
เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ เปล่าประโยชน์ !!!
สิ้นดี.. ขอตัวเจาะเจ๋งๆมาอีกสักตัว ให้เก่งจริงๆแบบ ฝากผีฝากไข้ได้ จะดีมาก
ถ้าคุณคิดจะใช้ปีกจริงๆ เพราะ AVกับยัง ไม่ดีพอสำหรับสโมสรนี้
AVอาจจะเก็บไว้เป็นตัวทดแทนคุณภาพดีได้ แต่ยังนี่ ออกไปเท้อ - -
ต่อให้กองหน้าคมแค่ไหน ซื้อคาวานี่80ล้านมา ถ้าบอลไปไม่ถึง ตั้งเกมส์ไม่ได้ .. ไม่มีประโยชน์
ดังนั้น เรื่องของทรงบอลนี่ สรุปแล้วเมื่อคืน ทั้งเกมส์รับ ทั้งเกมส์บุก มันก็ยังไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมหรอก ปัญหาไม่ได้ถูกแก้แต่อย่างใด
เพียงแค่คู่แข่งวางแทคติคที่เปิดช่องให้เรา แล้วเราเล่นกันได้ดีพอเหมาะพอเจาะเท่านั้นเอง
ยังต้องลุ้นต่อไป ไม่ใช่ว่าดูเกมส์นี้จบแล้ว ดีใจว่า
ข้ากลับมาแล้ววววววว
แต่อีกเรื่องที่สำคัญกว่า .. คือเรื่องของ "สปิริตและหัวใจนักสู้"
ผมว่า อันนี้แหละ คือคีย์ที่ทำให้เมื่อคืน เราโกงความตายแบบที่แฟนผีทั่วโลกไม่อยากเชื่อ
เพราะถอดใจกันไปเยอะก่อนเกมส์ บางส่วนก็อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วย
คือแพ้ๆไปเถอะ สามเกมส์ต่อจากนี้ ถ้าmanagerโดนไล่ออก
เราก็เอา ผมไม่เถียงหรอกว่าตัวผมเอง ก็แอบรู้สึกว่า ถ้าแพ้ตกรอบ แล้วมันส่งให้บอร์ดตาสว่างหรือเห็นอะไรได้บ้าง มันก็คงจะดี
เพราะตอนนี้ ไม่เห็นอนาคตเลยที่มอยส์จะพาทีมให้ยิ่งใหญ่ได้ แถมใช้ทรัพยากรได้กากสุดๆ
ของดีมีเยอะ แต่ไม่สามารถดึงความสามารถนักเตะได้
ในทางกลับกัน ขอพูดถึงลิเวอร์พูลหน่อย นักเตะลิเวอร์พูลหลายคน ไม่ได้เก่งเทพถึงขนาดระดับAหรือเวิร์ลคลาสเลย
แต่รอดเจอร์ดึงศักยภาพของคนพวกนี้มาใช้ได้ชนิดที่ว่า เกินขีดจำกัดด้วยซ้ำ มันน่าคิดไหม
แต่มอยส์ กลับทำให้100%ของนักเตะ เหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
เมื่อคืน สปิริตใจสู้ของนักเตะแมนยูไนเต็ด เยอะมาก Passionสูงมาก จนเรียกว่า พลุ่งพล่านเลยจริงๆ
คือมันทะลุจอ ออกมาแบบว่า ดิฉันสัมผัสได้ เลยจริงๆ
ซึ่งประหลาดมาก ไม่รู้ว่า พวกเฮียๆทั้งหลายเพิ่งจะตื่นกันหรือว่ายังไงว่า เกมส์ของยูไนเต็ด ที่แฟนบอลทั้งโลกรอชมอยู่
การเล่นบอลมันต้องมีใจสู้แบบนี้เยอะๆ ไม่ใช่เล่นเพื่อรับค่าเหนื่อยไปวันๆ หรือเล่นแบบกลัวเจ็บ เล่นแบบ ไม่มีอะไรให้ลุ้น
วันนี้กับ ไม่กี่วันก่อนที่เราโดนลิเวอร์พูลสอนบอลนั้น
มันต่างกันแบบ หน้ามือหลังตรีน บรรยากาศสตราโตสเฟียร์กับก้นเหลวร่องลึกมารีน่าอะไรแบบนั้นเลย
นี่เป็นจุดที่ทำให้เราเข้ารอบได้จริงๆ
ผมเชื่อนะว่า โอลิมเปียกอส ดีกว่าทีมระดับกลาง ทีมเล็กในพรีเมียร์ลีกหลายๆทีม
คำถามคือ ทำไมพวกพี่ไม่เล่นให้ได้แบบนี้ ในทุกๆนัดครับ การตบเด็กแบบที่ป๋าถนัด พวกคุณน่าจะทำได้
แต่ทำไม พลาดแล้วพลาดอีก ฤดูกาลนี้ จะแพ้ลิเวอร์พูล แพ้แมนซิ ผมไม่ว่าหรอก พวกเค้าเก่งจริงๆ
แต่ทีมที่ด้อยกว่า ทำไมพวกเอ็งไม่ตบให้ขรี้แตกครับ พลาดแล้วพลาดอีก หรือมองว่าแมตช์พวกนี้ไม่สำคัญ
เลยไม่ต้องใส่Passionแบบเมื่อคืน
นี่เป็นเรื่องที่ ผจก. รวมถึงนักเตะด้วย ต้องพิจารณาตัวเองว่า ทำไมเป็นเช่นนั้น
อย่างที่บอก ศักยภาพทีมมี นี่มันแชมป์เก่านะเฮ้ย แถมตัวใหม่อย่างเฟลลี่ หรือพี่ต้าเข้ามาช่วย ไม่น่าจะดรอปลงไปขนาดนี้
การวิ่งไล่บอลเป็นม้าศึกผีดิบไม่ยอมตายขนาดนี้ ผมไม่เคยเห็นมานานมากแล้ว
การเล่นบอลแบบเนือยๆ ช้าไปหนึ่งจังหวะ จ่ายบอลมั่ว พลาดง่ายๆ พวกตูเห็นกันมาทั้งฤดูกาล น่าเบื่อมาก
คือกากซะจนไม่รู้จะด่าพ่อล่อแมร่มยังไงว่า กากจริงๆ ใครเขาจะมาทับถมก็ไม่แปลกหรอก เพราะแมร่งเรื่องจริงทั้งนั้น
เมื่อคืนสู้กันได้ดีมาก และเล่นกันด้วยmindsetของทีมที่จะบุกจริงๆ ถึงแม้ช่วงปลายท้ายๆเกมส์จะลุ้นเยี่ยวแทบแตกไปหน่อย
แต่โดยรวม ดูแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย ทีมบุกมันต้องแบบนี้แหละ
เมื่อคืน ความรู้สึกผมบอกได้ว่า มันเป็นนัดที่ ดีที่สุด ของแมนยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้
และไม่แน่ใจว่า เกมส์ที่เหลือจะเค้นออกมาได้แบบนี้อีกรึเปล่า
คือถ้าจะแพ้นะ พวกผมไม่ว่าหรอก แต่ถ้าแพ้ แล้วใจสู้ ไม่ถอดใจ จะโดนแมนซิยิงคาบ้านอีก5ลูก แต่ถ้าสู้จนวินาทีสุดท้าย
ไม่เดินคอตก ไม่ทำหน้าหมาหงอย พวกผมเอานะเฮ้ย
อย่างที่ผมขึ้นหัวกระทู้ไว้ พวกเรา แฟนปีศาจแดง ไม่ได้ต้องการอะไรเลย ทีมเราไม่ได้เทพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
แต่เราต้องการ Passion สปิริตของนักเตะที่สู้ไม่ถอยจนวินาทีสุดท้ายแบบนี้
อยากได้แค่นี้เอง ไม่ต้องการอะไรหรอก
ทรงบอลพอมีบ้างนิดหน่อยก็พอ สมัยป๋า ทรงบอลก็ไม่ได้แข็งอะไรขนาดนั้น
เพียงแต่ว่านักเตะมีคุณภาพ มีใจสู้มีความเป็นยูไนเต็ดอยู่มากกว่านี้เท่านั้นเอง
เมื่อคืน เป็นคืนที่ผมดูแล้วรู้สึกได้ เพียงแค่นัดเดียวในฤดูกาลนี้ตั้งแต่ดูมาว่า
เฮ้ย นี่แหละ พลังใจสู้ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแบบที่เราคุ้นเคย
คือประหนึ่งว่า manager ข้างสนามนั่นน่ะ มันเป็นปีศาจแดงจอมโหดตัวที่เราคุ้นเคย
เหมือนมีป๋ามานั่งข้างๆนั่นแหละครับ ความรู้สึกนั้นมันกลับมา เมื่อคืนนี้
ผมไม่ได้บอกว่า มอยส์พัฒนาขึ้นมาแล้วนะ แต่เพราะสปิริตของนักเตะในทีมร่วมกัน
มันทำให้คนดูรู้สึกแบบนั้นได้ ขอให้มอยส์ ดึงให้นักเตะทำแบบนี้ได้บ่อยๆ
ทำให้ทุกนัด มันเป็นปากเหวของชีวิตผู้จัดการของคุณซะ
ขอแค่นี้ แฟนบอลก็มีความสุขแล้ว ไม่ได้แชมป์ก็ไม่ว่าอะไรหรอก
ไม่ว่านัดหน้า เราจะเข้าไปฉะกับเทพทีมไหนก็ตาม ช่างมัน ไม่ต้องคิดมาก
นัดนี้เราดูบอลแล้วมีความสุขเหมือนสมัยก่อน แค่นี้ก็พอ ^^
อีกอย่างนึงที่เมื่อคืนมีความสุขมากๆ
นั่นคือ โมเมนต์ที่นักเตะวิ่งเข้าไปกอดกันเวลายิงประตูได้
ผมไม่เห็นความสุขแบบนี้มานานมากละ
และนั่นแสดงว่า สปิริทในทีมยังดีอยู่และนักเตะของเรายังรักกัน
เห็นโรบิ้นวิ่งมากอดวาซซ่า แค่นี้พวกเราก็มีความสุขละ