
จะว่าไปแล้วความสัมพันธ์ของ ครูสอง กับ ครูแอน ในหนังเรื่องนี้ที่รู้จักกันผ่านไดอารี่โดยไม่เคยเจอตัวเป็นๆมาก่อนนั้น แทบไม่ต่างอะไรกับความสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน ที่มักจะเริ่มต้นด้วยการรู้จักกันผ่านตัวหนังสือในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค
และการที่เรื่องราวทั้งหมดถูกกำหนดให้ไปเกิดขึ้นในโรงเรียนกลางน้ำห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีแต่ผืนน้ำกับผืนฟ้า ก็ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นอุปสรรคกีดกันตัวละครออกจากกัน ควบคู่ไปกับการขับเน้นบรรยากาศโรแมนติกเปลี่ยวเหงาของความสัมพันธ์รูปแบบที่ว่านี้ได้อย่างหนักแน่น
แม้ว่าตลอดเวลาในช่วงครึ่งแรก เราจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยกับพฤติกรรมอันปราศจากความน่าเชื่อถือของพี่บี้สุกฤษฎิ์ ในบทครูสอง ที่นั่งเปิดอ่านข้อความในไดอารี่เพียงวันละหน้า วันละประโยค อยู่นานเป็นเดือนๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของคน ใครก็ตามที่ไปเจอไดอารี่เล่มนี้คงเปิดสำรวจตรวจสอบมันจนพรุน และเจอเข้ากับ “ข้อความสำคัญ” ไปแล้วตั้งแต่วันแรก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นไปได้สูงว่าอาจจะไม่เกิดความผูกพันใดๆขึ้นเลยระหว่าง ครูสอง กับ ครูแอน ซึ่งเป็นผู้เขียนไดอารี่
แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกประโยชน์ให้กับบรรดาตัวละครเด็กทั้งหลายในหนังเรื่องนี้ ที่แต่ละคนถือเป็นความโดดเด่น ฉายแววความแสบ ซ่า น่ารักออกมาจนสามารถทำให้เรายอมใจอ่อน แกล้งทำเป็นหลงลืม มองข้ามความไม่สมจริงดังกล่าว (และอื่นๆ ) ที่เกิดขึ้นไปได้ กระทั่งเผลอลุ้นเอาใจช่วยให้ ครูสอง กับ ครูแอน ที่สลับกันส่งความคิดถึงผ่านตัวหนังสือมาตลอดทั้งเรื่อง ได้มาเจิมกันแบบตัวเป็นๆ เสียที
คะแนน : ★★★1/2
PS. ชอบอ่านรีวิวสั้นบ้าง ยาวบ้าง
ฝาก like แฟนเพจด้วยจ้า
http://www.facebook.com/pages/เกรียนหนัง/112834835539518
(แอบไปดูมาแล้ว) คิดถึงวิทยา : ความคิดถึงไม่ใช่ตัวถ่วง
จะว่าไปแล้วความสัมพันธ์ของ ครูสอง กับ ครูแอน ในหนังเรื่องนี้ที่รู้จักกันผ่านไดอารี่โดยไม่เคยเจอตัวเป็นๆมาก่อนนั้น แทบไม่ต่างอะไรกับความสัมพันธ์ของคนส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน ที่มักจะเริ่มต้นด้วยการรู้จักกันผ่านตัวหนังสือในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค
และการที่เรื่องราวทั้งหมดถูกกำหนดให้ไปเกิดขึ้นในโรงเรียนกลางน้ำห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีแต่ผืนน้ำกับผืนฟ้า ก็ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ถูกนำมาใช้เป็นอุปสรรคกีดกันตัวละครออกจากกัน ควบคู่ไปกับการขับเน้นบรรยากาศโรแมนติกเปลี่ยวเหงาของความสัมพันธ์รูปแบบที่ว่านี้ได้อย่างหนักแน่น
แม้ว่าตลอดเวลาในช่วงครึ่งแรก เราจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยกับพฤติกรรมอันปราศจากความน่าเชื่อถือของพี่บี้สุกฤษฎิ์ ในบทครูสอง ที่นั่งเปิดอ่านข้อความในไดอารี่เพียงวันละหน้า วันละประโยค อยู่นานเป็นเดือนๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของคน ใครก็ตามที่ไปเจอไดอารี่เล่มนี้คงเปิดสำรวจตรวจสอบมันจนพรุน และเจอเข้ากับ “ข้อความสำคัญ” ไปแล้วตั้งแต่วันแรก ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็เป็นไปได้สูงว่าอาจจะไม่เกิดความผูกพันใดๆขึ้นเลยระหว่าง ครูสอง กับ ครูแอน ซึ่งเป็นผู้เขียนไดอารี่
แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกประโยชน์ให้กับบรรดาตัวละครเด็กทั้งหลายในหนังเรื่องนี้ ที่แต่ละคนถือเป็นความโดดเด่น ฉายแววความแสบ ซ่า น่ารักออกมาจนสามารถทำให้เรายอมใจอ่อน แกล้งทำเป็นหลงลืม มองข้ามความไม่สมจริงดังกล่าว (และอื่นๆ ) ที่เกิดขึ้นไปได้ กระทั่งเผลอลุ้นเอาใจช่วยให้ ครูสอง กับ ครูแอน ที่สลับกันส่งความคิดถึงผ่านตัวหนังสือมาตลอดทั้งเรื่อง ได้มาเจิมกันแบบตัวเป็นๆ เสียที
คะแนน : ★★★1/2
PS. ชอบอ่านรีวิวสั้นบ้าง ยาวบ้าง
ฝาก like แฟนเพจด้วยจ้า http://www.facebook.com/pages/เกรียนหนัง/112834835539518