[ไดอารี่คนหนีงาน]หยุดงาน...ศรัทธา...เขาคิชฌกูฏ

ช่วงนี้ลางานบ่อยมาก เนื่องจากสภาวะทางอารมณ์ไม่คงที่ ขึ้นอยู่กับปริมาณเงินที่มีในกระเป๋า...

อารมณ์ แปรผันตรงตามตังที่มี ...

นั่งๆทำงานอยู่ ลูกพี่ก็ถาม...

เห้ย เมิงไปเขาคิชฌกูฏกะกุป่าว?

ไปเด่ะค้าบ แต่คงต้องลางานก่อน...

เดินไปบอกเจ้านาย ...เจ้านายค้าบ ขอหยุดงานไปเที่ยวนะค้าบ...

หน้าเจ้านายสื่อข้อความได้ประมาณว่า กล้าขอขนาดนี้เลยหรือ?

อ่ะๆ ไปก็ไป...

เบิกตังด้วยนะค้าบ...

หน้าเจ้านายสื่อข้อความได้ประมาณว่า กล้าขอขนาดนี้เลยหรือ?(เทคสอง)

เอาๆ เอาก็เอา...

มิชชั่นคอมพลีท...ทุนทรัพย์พรั่งพร้อมแก่การเดินทางแล้ว อ่าาหห์...

เช้าวันเดินทาง แม้จะลางานเรียบร้อย แต่ยังคงต้องมาทำงานตามปกติ เพราะไม่มีใครโผล่มาเลย...

กุลางานแบล้วนะเหร้ย!!!

งานจะหยุดทำก็ต่อเมื่อไม่ได้นั่งอยู่ในออฟฟิศ...

ลูกพี่เรายิ่งหนักกว่า ถึงจะบอกว่าหยุด แต่โทรสะหรับก็รับแบบไม่มีหยุด...

นั่งๆทำงานอยู่ ลูกพี่ก็เดินออกมาจากที่พัก เข้ารถทันที

"เห้ย เมิงจะไปหรือไม่ไป"

ไปค้าบ ไปเอากระเป๋าก่อนค้าบ

"เอาไปไม กระเป๋า ของเขิงไม่ต้องเอาไปหรอก"

แต่ตัวเองหิ้วไปพร้อมแล้ว...

ออกจากที่ทำงาน ก็ไปพบกับคณะเดินทางแสวงบุญ ห้าคน รถสองคัน โกวทูจันทบุรี...

ขับแบบเรื่อยๆรักษากฏจราจรที่140กว่าๆ นั่งๆไปก็คิดว่าถ้าบินได้พี่เค้าน่าจะบินไปแล้ว...

หยุดที่แรกพักเช็คพอยท์ที่หาดคุ้งวิมาณ วนอยู่พักสองพักกว่าจะได้ที่จอดและที่กิน...

อ้อ ทางเดินริมทะเลสวยมาก แต่จำไม่ได้ว่าตรงนั้นมันเรียกอะไร เลยๆไปหน่อย...

นั่งกินอาหารสักพักก็ออกเดินทางต่อ สองหน่อสองหนุ่มอย่างเรากะพี่ออกตัวไม่กินข้าว เพราะมันผิดเวลา และรู้สึกอยากกิน"เหล้า"มากกว่า...

โดนรุ่นใหญ่ว่า ไปทำบุญยังจะกินเหล้าอีกหรือ? เว้นสักวันมิได้ฤา?

ก็ได้ค่าบ!

ขับรถต่อจนถึงที่หมาย ...เขาคิชฌกูฏ

ที่นี่เคยมาเมื่อสิบปีก่อน สมัยยังวัยสะรุ่น แต่ตอนนั้นมาแล้วขึ้นไปไม่ถึง...

งวดนี้มาพร้อมความชราภาพ สังขารที่ร่วงโรยตามกาลเวลา...มีแต่ศรัทธาที่นำพามา

งงๆกับจุดจอดรถ ไปเลียบๆแถววัดกทิง เข้าไปแล้ววนออก เพราะเท่าที่พอระลึกชาติมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเข้าไปได้อีก...

แล้วก็เข้าไปได้จริงๆ วัดพลวง...

จอดรถหาจุดที่ร่มนิดนึง เพราะไปถึงก็บ่ายสองครึ่งละ อากาศกำลังร้อนพอใช้...

ระลึกชาติได้ว่า เมื่อสิบปีที่แล้วที่มา ถึงสี่ทุ่ม ขึ้นคิวรถตีสามเดินสิบโมงครึ่งยังไม่ถึงครึ่งทาง...

งวดนี้เลยกะไปเซอร์เวย์ก่อน...หาเวลาขึ้น

เดินไปถามที่ท่ารถ ว่าใช้เวลากี่ชั่วโมงในการขึ้นลง เค้าบอกว่า ขึ้นตอนนี้ลง 6โมงเย็นได้มั้ง

อ๊ะ ตีตั๋วขี้นเบยแจ้... ตีตั๋วเสร็จถาม แล้วคิวที่เท่าไรอ่ะแจ้?

น้องขึ้นได้เลยน้อง...

ทำไหมมันเร็วจั่งซี่?

คนละห้าสิบบาทต่อ1ต่อ...แลกกับความสนุกและเฮฮากับการนั่งรถปิ๊กอัพเหาะตีลังกา...

ความลาดชันคิดว่าน่าจะเกินสี่สิบห้าองศาได้นะกุว่า ...

ขอชมว่าคนขับสุดยิดมากเค่อะ!

เบี่ยงเลนซ้าย ปาดเลนขวา หลบรถหน้า มืออาชีพมากๆ...

ใช้เวลานั่งรถราวๆสิบนาที ก็ขึ้นมาถึงจุดขึ้นรถ จุดที่สอง

คนเป็นร้อยยืนรอรถ...

ตอนแรกก็คิดว่าจะคิวนาน พี่ที่มาด้วยกันอีกคนวิ่งไปซื้อตั๋ว ระหว่างที่รอเราก็เดินไปที่เคาท์เตอร์ขายบัตรขาขึ้น...

ขายบัตรขาขึ้น???

แล้วพี่ที่มาซื้อตั๋วขาขึ้นหายไปไหน?

เดินหาเกือบครึ่งชั่วโมง จนเรามั่นใจแล้วว่า พี่เค้าแม่มไปซื้อบัตรขาลงแน่ๆ เลยเดินไปหาแถวๆนั้น

เราหาเค้าไม่เจอ แต่เค้าเห็นเราเลยตามมา...

เห็นตั๋ว นั่นไง กุว่าแล้ว...

ซื้อขาลงมาจริงๆด้วย

เลยให้ไปเปลี่ยน เราก็เลยเดินไปซื้อตั๋วขาขึ้นเผื่อต้องรอคิว...

ค่าเสียหายห้าสิบบัท ห้าคนสองร้อยห้าสิบบัทเท่าเดิม...

เราก็ถามว่าเราคิวไหน?

น้องขึ้นได้เลยฝั่งนู้น...

อ่าว งั้นที่ออๆกันเยอะๆตอนนี้ก็ขาลงสินะ นึกว่าขาขึ้น...

สรุปแล้วไม่ต้องรอคิว สบายดีแท้ ตอนนั้นมาตอนกลางคืนรอโคตรนาน...

ใช้เวลาอีกราวๆสิบนาทีเช่นกัน...

ลงรถมารู้สึกไม่ต้องย้อมผม เพราะผมเป็นสีแดงลูกรังธรรมชาติมากๆ มีแฉลบขาวบ้างประปราย...

คนรอรถขาลงเยอะมาก ช่วยให้กุลงก่อนได้ไหม แล้วเมิงค่อยขึ้น...ให้ที่กุเดินหลบรถบ้าง รถมันจะชนกุอยู่แบ้วนร๊า...

แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว แย่งกันทำบุญ ...

มนุษย์ขี้เหม็นจริงๆ

เอาล่ะ เดินวนก่อนขึ้นเล่นๆสักรอบสองรอบ วอร์มกำลังขา...

ได้เวลาขึ้นแล้ว...

หันไปมอง อ่าวพี่ ลูกพี่ เดินขึ้นไปลิ่วเลย...

เดินตามไปมั่งดีกว่า...

เมื่อก่อนจำได้ว่าก้อนหินข้างๆเนี่ย มันจะมีคนเอาธูปมางอติดไว้ ไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร แต่ได้ยินแว่วๆว่า "เหมือนจะทำให้หายปวดเข่า" ได้

แค่เหมือนนะ...

ถ้าหายจริงๆนี่กุจะงอซักกำมือนึง...

ตอนแรกๆก็สองจิตสองใจว่า เอ จะซื้อดอกไม้ขึ้นไปดีไหม? เห็นเค้ามีโรยตามทางเยอะแยะเลย...

อืม ไว้ก่อนดีกว่า...ข้างบนมันต้องมีอีก...

ระหว่างนั้นเดินขึ้นได้ระยะไปสักสองร้อยเมตร...

หอบเป็นหมาหอบแดด...

เข่านี่ร้าวรานมาก รู้สึกเหมือนลูกสะบ้าจะหลุดออกจากหัวเข่า...

สมเพชตัวเองมากๆ...

เดินแวะซื้อน้ำกินหน่อยละกัน ผ้ายงผ้าเย็นเอามาให้หมด ถ้าเอาตัวลงไปในถังน้ำแข็งได้ โดดลงไปละ

อืม ซื้อไปฝากลูกพี่ด้วยดีกว่า คงจะตามทัน...

มือสองข้างถือน้ำขวด ขวดนึงของตัวเอง อีกขวดนึงของพี่...

เดินไปสักพัก...รู้สึกอยากจะเอาขวดน้ำของพี่เขวี้ยงออกไปให้ไกลแสนไกล...กุขี้เกียจถือ...

เดินจิบน้ำไปตลอดทาง เพราะเป็นคนเหงื่อออกง่ายมาก แล้วเจออากาศร้อนอบๆนี่แบบขยับตัวนิดนึงเหงื่อก็ออกแล้ว...

จิบจนขวดแรกหมด เข้าขวดที่สอง ใจนึกว่าดีแล้วที่กุไม่ปาขวดนี้ทิ้ง...

เดินแบบไม่หยุดพัก ก็ยังตามพี่ๆไม่ทันสักที อืม เลยตามเลยละกัน

ตอนนั้นมีความรุสึกว่าหยุดพักนี่แบบ เสียศักดิ์ศรีชายชาตรีจริงๆ

แต่กระนั้นก็รู้สึกอีกอย่างว่า กุน่าจะเอาศักดิ์ศรีชายชาตรีที่มีเนี่ยเหยียบให้จมดิมบนเขาจริงๆเช่นกัน...

แล้วภาพที่เราเคยเห็นเมื่อสิบปีก่อนมันก็มีจนได้ กับการงอธูปกับก้อนหิน...

ตอนแรกนึกว่าเค้ายกเลิกไปแล้ว...

อยากจะรุ้จริงๆว่าใครทำเป็นคนแรก แล้วใจเค้าคิดอะไรอยู่... จริงๆอาจจะเป็นเด็กมันงอเล่นแล้วชี้บอกให้แม่ดูด้วยความภูมิใจก็ได้ พอคนเห็นแล้วชอบใจก็ทำตามๆกัน

กลายเป็นจารีตประเพณีที่พึงปฏิบัติ ส่วนนิทานว่างอแล้วหายปวดเข่านี่มาเขียนเล่ากันทีหลัง...

ไม่ได้ลบหลู่นะครับ แต่เคยลองทำแล้วมันก็ไม่หายปวดง่ะ!

เนื่องจากไม่เคยขึ้นถึงมาก่อน จึงไม่รู้ว่าจุดหมายอยู่ตรงไหน...

ดังนั้น เมื่อได้ยินเสียงประกาศไมค์ทีไร จึ่งพาลคิดเอาว่าถึงแล้ว...

แต่มันก็บ่ถึงสักที!!!

อารมณ์ก็เพลงพี่ตูน ความเชื่อ ช่วงท่อน "มันเกือบจะล้มมันเหนื่อยมันล้า เหมือนแทบขาดใจ เดินมาจนท้อไม่เจอจุดหมายปลายทางที่ฝัน..." ยังไงยังงั้นเลย...

แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่คิดอยู่ในหัว...

เรามาเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง หากแค่นี้ยังทำไม่ได้ แล้วคิดเหรอว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำมันจะทำได้...

เดินไปเรื่อยๆแบบไม่มีหยุดพัก...

ในที่สุดก็ถึงจนได้....

รอยพระพุทธบาท...

เช็คอินบ่ายสี่โมงหกนาที ตอนขึ้นไม่ได้ดูเวลา ลืม...

เดินแบบขาขัดๆไปแอบอยู่แถวๆกองถ่าน...

น้ำขวดที่สองหมดพอดี...ปกติถ้ากินแบบนี้น่าจะปวดฉี่มากๆ แต่คิดว่าฉี่มันคงขับออกมาเป็นเหงื่อหมดแล้วล่ะ...เลยไม่ปวด

เดินมองๆดูอยู่พักนึง ไม่รู้จะเอาไงต่อ วนไปวนมา ยังไม่ได้เข้าไปไหว้ เพราะเห็นคนเยอะแล้วไม่อยากเข้าเลย...

ยืนดูอยู่ตรงทางขึ้น อ่าว ลูกพี่กุเพิ่งถึง กุไปแซงมาตอนไหนว่ะเนี่ย!

มองหาคนอื่นๆ หาไม่เจอ คิดว่าคงหายไปแล้วล่ะ...

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่