.....ชัยชนะที่ได้จากทีมอริสีเดียวกัน กับสกอร์ 3-0 นั้นไม่ได้เกินความคาดหมายของผม เพราะก่อนเตะผมค่อนข้างมั่นใจว่าเกมรุกสปีดจัดของเรา จะสามารถปั่นป่วนเกมรับเชื่องช้าชราภาพของแมนยูได้แน่นอน และก็เชื่อว่ามีจุดโทษแน่ๆในเกมนี้ เพียงแต่ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดได้ถึง 3 ครั้ง
ข้อดีในเกมนี้
1.สปีดในแนวรุก
บอลของBR คือทิ่มแล้วทะลุ จ่ายให้วิ่ง กับสไตล์ส่วนตัวของ 3 ประสานแดนหน้าคือลากจี้ (สเตอริด) เลื้อยหลบ (ซัวเรส) กระชากหนี (สเตอริ่ง) ไม่ว่าตัวไหนก็อันตรายสำหรับกองหลังสปีดต่ำอยู่แล้ว เห็นได้จากจังหวะได้จบสกอร์จากแนวรุกของหงส์(ไม่นับรวมจุดโทษ) กองหลังแมนยูไม่อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการประกบเลย เพียงแต่แปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้เพียงลูกเดียวจากซัวเรส และที่ได้น้อยก็เพราะว่า แนวรุกของเราทำปืนลั่น ยิงพลาดกันเองทั้งนั้น ยกตัวอย่าง ช่วงต้นเกมที่เฮนโด้จ่ายทะลุช่องให้หริดก็ดันเข้าเท้าขวาที่ไม่ถนัด ฝืนยิงไปก็ไม่เข้ากรอบ หรือตอนที่พี่เหยินให้บอลแล้วหริดล็อคจนวิดิชหัวทิ่ม แต่ทะลึ่งยิงแป๊กไปเข้ามือ เคเดอา พี่เหยินเองโอกาสงามๆก็หลายครั้ง แต่รองเท้าใหม่ไม่เป็นใจ ไม่งั้นคงได้เพิ่มมากกว่านี้แน่ (เห็นซัวเรสล้มเองเพราะลื่นไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง)
และจุดโทษที่ได้มา 3 ครั้งก็เพราะแนวรับหลังฝั่งโน้นตามสปีดกองหน้าของเราไม่ทัน ลูกแรกราฟาเอลใช้มือปัดบอลที่พี่เหยินแตะหลบ ลูกสองฟิล โจมตามสปีดอัลเลนไม่ทันจนกระแทกจากด้านหลัง ลูกสามวิดิชเข้าช้ามาก แม้หริดจะพุ่งล้มก็ตาม ซึ่งมองว่าเป็นความผิดของกรรมการฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะกรรมการไม่มีภาพช้าให้ดู และอีกจังหวะที่คาริคเข้าช้าและน่าจะฟาว์ลหริดในเขตโทษแบบจริงๆ แต่กรรมการเฉยเพราะเป่าให้หงส์เยอะแล้ว
2.การเพรสซิ่งเร็ว
เป็นอีกนัดที่ BR จัดตัวและเปลี่ยนตัวถูกใจมาก เริ่มเกมส์ใช้เฮนโด้ อัลเลน เป็นมดงานในเกมรับ เฮนโด้วิ่งได้อย่างไม่มีหมดจริงๆ ส่วนอัลเลนวิ่งไล่ตามศักยภาพ ให้เจิดตัดบอลค่อยกันไม่ให้ฟูมีส่วนร่วมกับเกมเชื่อมบอลจากกลางสู่หน้าของผี ฟานาแกนกับเกล็นก็กดดันจน ยานูไซกับมาร์ต้าทำเกมจากด้านข้างได้ลำบากในช่วงแรก (ช่วงหลังไว้ด่าอีกที) สเตอริ่งกับซัวเรสก็ไล่บอลตั้งแต่แดนหน้า ส่วนหริดก็นิสัยเก่า หน้าเป้าอย่างเดียวจริงๆไล่เพรชชิ่งน้อยมาก แต่ผลโดยรวมทำให้ผีทำเกมรุกไม่ขึ้นแทบจะตลอดทั้งเกม
3.คิลเลอร์พาสจากกลางสู่หน้า
มีให้เห็นอยู่หลายลูก จังหวะต้นเกมส์ เฮนโด้ก็แทงให้หริดได้ส่องตะหัววันแต่แปกไปเองเพราะยิงด้วยชวา นำลูกแรกสเตอริดข้ามฝากตักมาให้พี่เหยินงามๆแตะอ้อม จนราฟาเอลต้องใช้มือปัด ลูกสองเฮนโด้หยอดบอลงามๆให้อัลเลนเป็นที่มาของจุดโทษที่สอง
4.เปลี่ยนตัวแก้เกมได้ดี
การเปลี่ยนคูตี้ลงมาเติมความสดและเก็บบอลในแดนหน้าแทนสเตอริ่ง ที่วิ่งสปีดบ่อยในช่วงท้าย ทำให้กลางแมนยูไม่กล้าดันขึ้นสูง
ข้อเสีย
1.เติมเกมรุกแล้วกลับลงมาเกมรับไม่ทัน
ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร เจ้าเก่ารายเดิม อิเกล็นของเรานั้นเอง ลูกที่รูนนีย์ได้ส่องจนมิโญเล่ห์ต้องออกแรงปัด ก็มาจากการลงมารับไม่ทันของอิเกล็น ปล่อยให้ราฟาเอลซึ่งมาจากตำแหน่งเดียวกันที่อิเกล็นขึ้นไปเติมเกมรุก เปิดบอลเข้ากลางมาได้ ถ้าดูจากภาพช้าจะเห็นได้ว่า ราฟาเอลมาก่อนอิเกล็นเป็นชาติ
2.แถวสองไม่คม เหมือนไม่เคยซ้อมยิงไกลกันมาเลย
ทั้งเกมส์มีโอกาสส่องหลายที แต่มีลูกเดียวที่ได้ลุ้น คือลูกที่เจิดยิงแฉลบกองหลังเฉี่ยวเสาออกไป นอกนั้น นกตายหลังโกลด์เพียบ
3.นักเตะบางคนยังเล่นเพื่อตัวเองมากกว่าเล่นเพื่อทีม
เกล็น จอร์นสัน พ่อเลี้ยงรายเดิม กับสเตอริดจอมงก ซึ่งมองสกอร์และผลที่ชนะ จะไปตำหนิก็ด่าได้ไม่เต็มปากเต็มคำ แต่จำเป็นที่ร็อดเจอร์ต้องปรับทัศนะคติโดยด่วน
โดยเฉพาะสเตอริด เพราะหากวันไหน ผลการแข่งขันไม่ได้ออกมารูปนี้ ศูนย์หน้าอารมณ์ศิลปินอีกคนคงเกิดอาการแน่ๆ เห็นสีหน้าซัวเรสออกอาการหลายๆครั้ง เวลาสเตอริดงกจนบอลเสีย ทั้งๆที่พี่เหยินอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าและจ่ายได้ และถ้าวันใดวันนึง ซัวเรสรู้สึกว่า หริดไม่ใช่คู่ขาที่น่าจะร่วมทางกันอีกต่อไป เกิดงอแงขอย้ายทีมขึ้นมาอีกรอบ สมดุลเกมรุกที่อุตส่าห์สร้างกันมาถึงตอนนี้ มิขาดหายไปหรือ..? ซัวเรสกับสเตอริดใครมีค่าในเกมรุกมากกว่ากัน ก็เห็นๆกันอยู่
4.การถ่ายบอลกันในแดนหลัง เยอะไปไหม
โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์ เคาะกันไปเคาะกันมา ไปไม่ได้ไม่ดี เคาะกลับมิโญ่เล่ห์ แล้วโกล์ดเราก็ตีนไม่มีเรด้าห์ซะด้วย ออกบอลด้วยเท้าทีไรหวังผลลำบากทุกที ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ คิดไม่ออกก็เคาะไปให้เจิดที่ถอยลงมาต่ำเพื่อเปิดบอล แต่ไม่ค่อยได้ดูเลยว่ากัปตันอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะเล่นไหม บางที่มีตัวประกบชิดๆก็ยังเคาะไปให้ เจิดความสามารถสูงก็จริง แต่ถ้าเจอเกมที่ฝ่ายตรงข้ามเพรสซิ่งสูง เข้ามาเร็วๆก็มีสิทธิพลาดได้
5.แดนหน้า ล้มง่ายไปไหม
แน่นอนว่าการทำเพื่อให้ทีมได้เปรียบจากการฟาว์ลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในจุดนี้ขอว่าศูนย์หน้าทั้งสองตัว พี่เหยินก็จัดเป็นนักบอลโอเวอร์แอ๊คติ้งอยู่แล้ว โดนนิดโดนหน่อย ทำอย่างกับโดนเท้าสอยเข้าที่ปลายคาง (เบาๆบ้างก็ได้พี่) แต่ก็ยังดีที่ซัวเรสยังแค่ชอบโอเวอร์แอ๊คติ้ง ที่เลวร้ายคือสเตอริดกับลูกจุดโทษที่สาม ซึ่งไม่จำเป็นเลยจริงๆ ชนะแฟร์ๆดีกว่าไหมแฟนบอลจะได้ภูมิใจด้วย
ที่ติก็เพื่อก่อ หวังให้ทีมรักปรับปรุงพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายที่ความเห็นของผมคงไปไม่ถึงอังกฤษแน่ๆ จึงได้แต่ภาวนาให้ร็อดเจอร์มองเห็นและแก้ไขปัญหาในทิศทางที่สมควรทำด้วยเถอะ
You'll Never Walk Alone
ปากดีวิจารณ์หงส์ หลังเกม “แดงเดือด”
ข้อดีในเกมนี้
1.สปีดในแนวรุก
บอลของBR คือทิ่มแล้วทะลุ จ่ายให้วิ่ง กับสไตล์ส่วนตัวของ 3 ประสานแดนหน้าคือลากจี้ (สเตอริด) เลื้อยหลบ (ซัวเรส) กระชากหนี (สเตอริ่ง) ไม่ว่าตัวไหนก็อันตรายสำหรับกองหลังสปีดต่ำอยู่แล้ว เห็นได้จากจังหวะได้จบสกอร์จากแนวรุกของหงส์(ไม่นับรวมจุดโทษ) กองหลังแมนยูไม่อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการประกบเลย เพียงแต่แปรเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้เพียงลูกเดียวจากซัวเรส และที่ได้น้อยก็เพราะว่า แนวรุกของเราทำปืนลั่น ยิงพลาดกันเองทั้งนั้น ยกตัวอย่าง ช่วงต้นเกมที่เฮนโด้จ่ายทะลุช่องให้หริดก็ดันเข้าเท้าขวาที่ไม่ถนัด ฝืนยิงไปก็ไม่เข้ากรอบ หรือตอนที่พี่เหยินให้บอลแล้วหริดล็อคจนวิดิชหัวทิ่ม แต่ทะลึ่งยิงแป๊กไปเข้ามือ เคเดอา พี่เหยินเองโอกาสงามๆก็หลายครั้ง แต่รองเท้าใหม่ไม่เป็นใจ ไม่งั้นคงได้เพิ่มมากกว่านี้แน่ (เห็นซัวเรสล้มเองเพราะลื่นไม่ต่ำกว่า 2-3 ครั้ง)
และจุดโทษที่ได้มา 3 ครั้งก็เพราะแนวรับหลังฝั่งโน้นตามสปีดกองหน้าของเราไม่ทัน ลูกแรกราฟาเอลใช้มือปัดบอลที่พี่เหยินแตะหลบ ลูกสองฟิล โจมตามสปีดอัลเลนไม่ทันจนกระแทกจากด้านหลัง ลูกสามวิดิชเข้าช้ามาก แม้หริดจะพุ่งล้มก็ตาม ซึ่งมองว่าเป็นความผิดของกรรมการฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะกรรมการไม่มีภาพช้าให้ดู และอีกจังหวะที่คาริคเข้าช้าและน่าจะฟาว์ลหริดในเขตโทษแบบจริงๆ แต่กรรมการเฉยเพราะเป่าให้หงส์เยอะแล้ว
2.การเพรสซิ่งเร็ว
เป็นอีกนัดที่ BR จัดตัวและเปลี่ยนตัวถูกใจมาก เริ่มเกมส์ใช้เฮนโด้ อัลเลน เป็นมดงานในเกมรับ เฮนโด้วิ่งได้อย่างไม่มีหมดจริงๆ ส่วนอัลเลนวิ่งไล่ตามศักยภาพ ให้เจิดตัดบอลค่อยกันไม่ให้ฟูมีส่วนร่วมกับเกมเชื่อมบอลจากกลางสู่หน้าของผี ฟานาแกนกับเกล็นก็กดดันจน ยานูไซกับมาร์ต้าทำเกมจากด้านข้างได้ลำบากในช่วงแรก (ช่วงหลังไว้ด่าอีกที) สเตอริ่งกับซัวเรสก็ไล่บอลตั้งแต่แดนหน้า ส่วนหริดก็นิสัยเก่า หน้าเป้าอย่างเดียวจริงๆไล่เพรชชิ่งน้อยมาก แต่ผลโดยรวมทำให้ผีทำเกมรุกไม่ขึ้นแทบจะตลอดทั้งเกม
3.คิลเลอร์พาสจากกลางสู่หน้า
มีให้เห็นอยู่หลายลูก จังหวะต้นเกมส์ เฮนโด้ก็แทงให้หริดได้ส่องตะหัววันแต่แปกไปเองเพราะยิงด้วยชวา นำลูกแรกสเตอริดข้ามฝากตักมาให้พี่เหยินงามๆแตะอ้อม จนราฟาเอลต้องใช้มือปัด ลูกสองเฮนโด้หยอดบอลงามๆให้อัลเลนเป็นที่มาของจุดโทษที่สอง
4.เปลี่ยนตัวแก้เกมได้ดี
การเปลี่ยนคูตี้ลงมาเติมความสดและเก็บบอลในแดนหน้าแทนสเตอริ่ง ที่วิ่งสปีดบ่อยในช่วงท้าย ทำให้กลางแมนยูไม่กล้าดันขึ้นสูง
ข้อเสีย
1.เติมเกมรุกแล้วกลับลงมาเกมรับไม่ทัน
ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร เจ้าเก่ารายเดิม อิเกล็นของเรานั้นเอง ลูกที่รูนนีย์ได้ส่องจนมิโญเล่ห์ต้องออกแรงปัด ก็มาจากการลงมารับไม่ทันของอิเกล็น ปล่อยให้ราฟาเอลซึ่งมาจากตำแหน่งเดียวกันที่อิเกล็นขึ้นไปเติมเกมรุก เปิดบอลเข้ากลางมาได้ ถ้าดูจากภาพช้าจะเห็นได้ว่า ราฟาเอลมาก่อนอิเกล็นเป็นชาติ
2.แถวสองไม่คม เหมือนไม่เคยซ้อมยิงไกลกันมาเลย
ทั้งเกมส์มีโอกาสส่องหลายที แต่มีลูกเดียวที่ได้ลุ้น คือลูกที่เจิดยิงแฉลบกองหลังเฉี่ยวเสาออกไป นอกนั้น นกตายหลังโกลด์เพียบ
3.นักเตะบางคนยังเล่นเพื่อตัวเองมากกว่าเล่นเพื่อทีม
เกล็น จอร์นสัน พ่อเลี้ยงรายเดิม กับสเตอริดจอมงก ซึ่งมองสกอร์และผลที่ชนะ จะไปตำหนิก็ด่าได้ไม่เต็มปากเต็มคำ แต่จำเป็นที่ร็อดเจอร์ต้องปรับทัศนะคติโดยด่วน โดยเฉพาะสเตอริด เพราะหากวันไหน ผลการแข่งขันไม่ได้ออกมารูปนี้ ศูนย์หน้าอารมณ์ศิลปินอีกคนคงเกิดอาการแน่ๆ เห็นสีหน้าซัวเรสออกอาการหลายๆครั้ง เวลาสเตอริดงกจนบอลเสีย ทั้งๆที่พี่เหยินอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าและจ่ายได้ และถ้าวันใดวันนึง ซัวเรสรู้สึกว่า หริดไม่ใช่คู่ขาที่น่าจะร่วมทางกันอีกต่อไป เกิดงอแงขอย้ายทีมขึ้นมาอีกรอบ สมดุลเกมรุกที่อุตส่าห์สร้างกันมาถึงตอนนี้ มิขาดหายไปหรือ..? ซัวเรสกับสเตอริดใครมีค่าในเกมรุกมากกว่ากัน ก็เห็นๆกันอยู่
4.การถ่ายบอลกันในแดนหลัง เยอะไปไหม
โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์ เคาะกันไปเคาะกันมา ไปไม่ได้ไม่ดี เคาะกลับมิโญ่เล่ห์ แล้วโกล์ดเราก็ตีนไม่มีเรด้าห์ซะด้วย ออกบอลด้วยเท้าทีไรหวังผลลำบากทุกที ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ คิดไม่ออกก็เคาะไปให้เจิดที่ถอยลงมาต่ำเพื่อเปิดบอล แต่ไม่ค่อยได้ดูเลยว่ากัปตันอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะเล่นไหม บางที่มีตัวประกบชิดๆก็ยังเคาะไปให้ เจิดความสามารถสูงก็จริง แต่ถ้าเจอเกมที่ฝ่ายตรงข้ามเพรสซิ่งสูง เข้ามาเร็วๆก็มีสิทธิพลาดได้
5.แดนหน้า ล้มง่ายไปไหม
แน่นอนว่าการทำเพื่อให้ทีมได้เปรียบจากการฟาว์ลของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในจุดนี้ขอว่าศูนย์หน้าทั้งสองตัว พี่เหยินก็จัดเป็นนักบอลโอเวอร์แอ๊คติ้งอยู่แล้ว โดนนิดโดนหน่อย ทำอย่างกับโดนเท้าสอยเข้าที่ปลายคาง (เบาๆบ้างก็ได้พี่) แต่ก็ยังดีที่ซัวเรสยังแค่ชอบโอเวอร์แอ๊คติ้ง ที่เลวร้ายคือสเตอริดกับลูกจุดโทษที่สาม ซึ่งไม่จำเป็นเลยจริงๆ ชนะแฟร์ๆดีกว่าไหมแฟนบอลจะได้ภูมิใจด้วย
ที่ติก็เพื่อก่อ หวังให้ทีมรักปรับปรุงพัฒนาก้าวหน้าขึ้นไปอีก แต่น่าเสียดายที่ความเห็นของผมคงไปไม่ถึงอังกฤษแน่ๆ จึงได้แต่ภาวนาให้ร็อดเจอร์มองเห็นและแก้ไขปัญหาในทิศทางที่สมควรทำด้วยเถอะ
You'll Never Walk Alone