ไม่จำเป็นเร่งด่วน? สมิงสามผลัด ข่าวสดออนไลน์
"อุปสรรค ต่างๆ จะทำให้เราเข้ม แข็งขึ้น" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมโพสต์ในเฟซบุ๊ก
หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีตกพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านทั้งฉบับ
นอกจากนี้ยังยืนยันว่าทั้ง 53 โครงการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังอยู่ เพียงแต่
กระทรวงคมนาคมต้องหาแหล่งเงินลงทุนใหม่ ซึ่งก็คงต้องใช้พ.ร.บ.หนี้สาธารณะเป็นหลัก เสนอ
ครม.ชุดใหม่ในอนาคต
จะ มีกระทบบ้างก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของต่างชาติ ความต่อเนื่องของโครงการ และกรอบ
เวลาทำโครงการ ที่อาจไม่อยู่ใน 7 ปีตามที่กำหนด
นี่เป็นความเห็นของนักการเมือง รุ่นใหม่ที่มองข้ามความขัดแย้งทางการเมืองไปไกลโพ้นจริงๆ
จะว่าไปแล้วทุกภาคส่วนล้วนยอมรับ คำวินิจฉัยของศาลรธน.ที่ตีตกพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้าน
แต่ ก็มีคนตั้งข้อสังเกตคำวินิจฉัยในประเด็นที่เห็นว่าการตราพ.ร.บ.ขัดมาตรา 169 วรรคหนึ่ง
ที่บัญญัติให้การจ่าย "เงินแผ่นดิน" จะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย
งบประมาณรายจ่าย
เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน!?
ประเด็น แรก รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังก็ชี้แจงว่าพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านเป็นเงินนอกงบประมาณ
แต่ศาลรธน.ท่านก็วินิจฉัยว่าเป็นเงินแผ่นดิน ขัดมาตรา 169 วรรคหนึ่ง
ประเด็นที่ 2 มีคนตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในยุคที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน
โครงการไทยเข้มแข็งนั้น พรรคเพื่อไทยก็เคยร้องคัดค้านในประเด็นขัดมาตรา 169 เช่นกัน
แต่ตอนนั้นศาลรธน.เห็นว่าทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน !?
หากไปย้อนดูโครงการไทยเข้มแข็งในยุคก่อน ก็มีทั้ง โครงการแจกเช็คช่วยชาติ 2 พันบาท
โครงการสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ถนนไร้ฝุ่น ฯลฯ
ถ้า วัดกันที่ความจำเป็นเร่งด่วน ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็งสูง
รถไฟฟ้าหลายสายในกทม. ถนนทางหลวง-ทางหลวงชนบท ท่าเรือ สถานีขนส่งสินค้า
ด่านศุลกากร ฯลฯ
ทั้งหมด 53 โครงการนี้ยังไม่จำเป็น เร่งด่วนจริงหรือ ?
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EZ3hNakV6TWc9PQ==§ionid=
"ตุลาการ 9 คนอาจเชี่ยวชาญกฎหมาย แต่ไม่ใช่ผู้ที่จะพิพากษาอนาคตประเทศว่า การก่อสร้างรถไฟรางคู่
รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ท่าเรือน้ำลึก มอเตอร์เวย์ ฯลฯ มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่
นี่เป็นเรื่องที่รัฐบาล ฝ่ายค้าน รัฐสภา นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจก็อาจรู้ดีกว่า
ผู้พิพากษา พูดง่ายๆ ว่าเป็นเรื่องที่สาธารณชนจะตัดสิน และแนวโน้มที่เป็นอยู่ คือสาธารณชน ภาครัฐ
ภาคเอกชน คนธรรมดา ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าจำเป็น เร่งด่วน เพียงต้องป้องกันทุจริต และศึกษารายละเอียด
ศาลกำลังก้าวออกมาตัดสินประเด็นที่ไม่ใช่กฎหมาย ศาลตัดสินในประเด็นที่สาธารณชนควรเป็นผู้ตัดสิน
ศาลกำลังล่วงล้ำ อำนาจตัดสินใจ ของสาธารณชนนะครับ"
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EY3lOakk1TVE9PQ==§ionid=
เพราะบังอาจไปพิพากษาเศรษฐกิจ มันก็เลยสับสน ให้ปชช.จับได้ว่า จริงๆ งานนี้ว่ากัน
ไปตามผู้ร้อง คำตัดสินจะเป็นเช่นไร ...
ทำให้ขายหน้าไปทั่วโลก ... แต่ก็เพราะอาจจะละอายแก่ใจ เลยไม่กล้าชี้แจงว่า เพราะเหตุใด
คำตัดสินจึงออกมาเป็นเช่นนี้ ... หรือว่า ชี้แจงไม่ได้จริงๆ .... หากเหตุผลมาแสดงไม่ได้
ศาลรัฐธรรมนูญ "พิพากษาเศรษฐกิจ" .... "ความจำเป็นเร่งด่วน"
"อุปสรรค ต่างๆ จะทำให้เราเข้ม แข็งขึ้น" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมโพสต์ในเฟซบุ๊ก
หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีตกพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านทั้งฉบับ
นอกจากนี้ยังยืนยันว่าทั้ง 53 โครงการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศยังอยู่ เพียงแต่
กระทรวงคมนาคมต้องหาแหล่งเงินลงทุนใหม่ ซึ่งก็คงต้องใช้พ.ร.บ.หนี้สาธารณะเป็นหลัก เสนอ
ครม.ชุดใหม่ในอนาคต
จะ มีกระทบบ้างก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นของต่างชาติ ความต่อเนื่องของโครงการ และกรอบ
เวลาทำโครงการ ที่อาจไม่อยู่ใน 7 ปีตามที่กำหนด
นี่เป็นความเห็นของนักการเมือง รุ่นใหม่ที่มองข้ามความขัดแย้งทางการเมืองไปไกลโพ้นจริงๆ
จะว่าไปแล้วทุกภาคส่วนล้วนยอมรับ คำวินิจฉัยของศาลรธน.ที่ตีตกพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้าน
แต่ ก็มีคนตั้งข้อสังเกตคำวินิจฉัยในประเด็นที่เห็นว่าการตราพ.ร.บ.ขัดมาตรา 169 วรรคหนึ่ง
ที่บัญญัติให้การจ่าย "เงินแผ่นดิน" จะกระทำได้ก็เฉพาะที่ได้อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย
งบประมาณรายจ่าย
เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วน!?
ประเด็น แรก รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังก็ชี้แจงว่าพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล้านเป็นเงินนอกงบประมาณ
แต่ศาลรธน.ท่านก็วินิจฉัยว่าเป็นเงินแผ่นดิน ขัดมาตรา 169 วรรคหนึ่ง
ประเด็นที่ 2 มีคนตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในยุคที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ออกพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน
โครงการไทยเข้มแข็งนั้น พรรคเพื่อไทยก็เคยร้องคัดค้านในประเด็นขัดมาตรา 169 เช่นกัน
แต่ตอนนั้นศาลรธน.เห็นว่าทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน !?
หากไปย้อนดูโครงการไทยเข้มแข็งในยุคก่อน ก็มีทั้ง โครงการแจกเช็คช่วยชาติ 2 พันบาท
โครงการสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ถนนไร้ฝุ่น ฯลฯ
ถ้า วัดกันที่ความจำเป็นเร่งด่วน ก็เกิดคำถามตามมาอีกว่า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็งสูง
รถไฟฟ้าหลายสายในกทม. ถนนทางหลวง-ทางหลวงชนบท ท่าเรือ สถานีขนส่งสินค้า
ด่านศุลกากร ฯลฯ
ทั้งหมด 53 โครงการนี้ยังไม่จำเป็น เร่งด่วนจริงหรือ ?
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EZ3hNakV6TWc9PQ==§ionid=
"ตุลาการ 9 คนอาจเชี่ยวชาญกฎหมาย แต่ไม่ใช่ผู้ที่จะพิพากษาอนาคตประเทศว่า การก่อสร้างรถไฟรางคู่
รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ท่าเรือน้ำลึก มอเตอร์เวย์ ฯลฯ มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่
นี่เป็นเรื่องที่รัฐบาล ฝ่ายค้าน รัฐสภา นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ หรือแม้แต่นักธุรกิจก็อาจรู้ดีกว่า
ผู้พิพากษา พูดง่ายๆ ว่าเป็นเรื่องที่สาธารณชนจะตัดสิน และแนวโน้มที่เป็นอยู่ คือสาธารณชน ภาครัฐ
ภาคเอกชน คนธรรมดา ส่วนใหญ่ก็เห็นว่าจำเป็น เร่งด่วน เพียงต้องป้องกันทุจริต และศึกษารายละเอียด
ศาลกำลังก้าวออกมาตัดสินประเด็นที่ไม่ใช่กฎหมาย ศาลตัดสินในประเด็นที่สาธารณชนควรเป็นผู้ตัดสิน
ศาลกำลังล่วงล้ำ อำนาจตัดสินใจ ของสาธารณชนนะครับ"
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU5EY3lOakk1TVE9PQ==§ionid=
เพราะบังอาจไปพิพากษาเศรษฐกิจ มันก็เลยสับสน ให้ปชช.จับได้ว่า จริงๆ งานนี้ว่ากัน
ไปตามผู้ร้อง คำตัดสินจะเป็นเช่นไร ...
ทำให้ขายหน้าไปทั่วโลก ... แต่ก็เพราะอาจจะละอายแก่ใจ เลยไม่กล้าชี้แจงว่า เพราะเหตุใด
คำตัดสินจึงออกมาเป็นเช่นนี้ ... หรือว่า ชี้แจงไม่ได้จริงๆ .... หากเหตุผลมาแสดงไม่ได้