สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวพันทิพทุกท่านค่ะ นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกเลย ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ
เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ คือเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา ดิฉันกับเพื่อนๆซึ่งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยตัวน้อยๆได้จ้างรถแถวๆมหาวิทยาลัยมาขนของย้ายหอ
ซึ่งปกติแล้วแถวมหาวิทยาลัยจะมีรถคอยรับจ้างขนของหรือรับพาไปเที่ยวไปนู่นนี่ที่ไกลจากมหาวิทยาลัยอยู่แล้วค่ะ พวกเราก็ได้จ้างคนขับรถมาในราคา 150บาท เนื่องจากหอเดิมกับหอใหม่อยู่ไม่ไกลกัน ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดีค่ะ จนกระทั่ง
เมื่อเรามาถึงหอแห่งใหม่ ซึ่งหอพักแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเป็นแถวเรียงกัน มีชั้นเดียว ก็คล้ายๆบ้านเดี่ยวชั้นเดียวน่ะค่ะ ทีนี้ห้องของพวกเราก็อยู่เข้าไปในซอกเล็กๆสักหน่อย พวกเราก็กะกันแล้วว่ารถคงเข้าไม่ถึงแน่ คงเหนื่อยเดินขนของกันไกลหน่อยล่ะ ทีนี้เพื่อนเราก็บอกให้คนขับรถขับมาจ่อใกล้ๆปากทางซอกที่เราจะขนของกันหน่อยได้มั้ย แต่แล้ว คนขับรถก็ขับถอยเข้าไปในซอกจนถึงหน้าห้องพวกเราเลย ก็ไม่มีอะไรค่ะ ช่วยกันขนของตามปกติ
แต่ตอนขับออกไปก็เกิดเรื่องค่ะ เนื่องจากคนขับรถได้ขับไปเหยียบกล่องเซ็นเซอร์ประตูเข้าจนกล่องด้านนอกแตก คือซอกที่จะเข้าไปห้องของพวกเรามันติดประตูใหญ่ที่มีตัวเซ็นเซอร์ที่ใช้รีโมทกดเปิดปิดน่ะค่ะ ทีนี้ก็หน้าเสียกันเลย แพงแน่ๆ เจ้าของหอเค้าก็มาดู บอกว่าไฟช็อตแล้ว แล้วเค้าก็เอาผ้าแห้งมาจับแล้วเปิดประตูใหญ่ด้วยมือ เค้าก็คุยกับคนขับรถว่าเครื่องเซ็นเซอร์เนี่ยราคาสองหมื่นนะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าพังจริงรึเปล่าเพราะเท่าที่ดูสภาพภายในไม่มีอะไรแตกหักเลยค่ะ ไฟสีแดงข้างในก็ยังทำงานตามปกติ ดูยังไงเราก็ว่าไม่น่าพัง บอกให้ลองกดรีโมทดูว่ายังทำงานมั้ยเค้าก็อ้างว่าไม่กล้าทำอะไรกับมัน =__= เราก็เลยยังไม่รู้ว่าพังจริงไม่จริง
เจ้าของหอก็เลยตกลงกับคนขับรถว่าจะไปซื้อตัวเซ็นเซอร์นั่นมาใหม่ แล้วเดี๋ยวจะเอาบิลมาให้คนขับรถแล้วคนขับรถจะได้ไปเอาจากประกัน พวกเราก็โล่งอกกันว่าโอเคตกลงกันได้แล้ว แต่มันก็เกิดเรื่องอีกเพราะเจ้าของหอโทรมาหาพวกเรา บอกให้พวกเราโทรหาคนขับรถให้คนขับรถเอาเงินมาจ่ายด้วยจะได้ไปซื้อตัวเซ็นต์เซอร์ซะที ไม่งั้นพวกเราต้องจ่ายแทน ห๊ะ?? ไหนตอนแรกบอกจะไปซื้อก่อนแล้วรอบิลไปยื่นให้คนขับรถ ทำไมพูดจากลับกรอกไปมาล่ะ เท่าที่ทราบ เวลาเกิดอุบัติเหตุเราต้องเอาบิลค่าใช้จ่ายไปยื่นที่ประกันใช่มั้ยคะ จะว่าเจ้าของหอไม่มีเงินก็ไม่น่าเป็นไปได้นะคะ ทำหอได้ขนาดนี้ก็ไม่จนแล้วค่ะ อีกอย่างพูดตอนแรกแล้วว่าจะซื้อแล้วเอาบิลมาให้คนขับแต่ไหงตอนนี้มาบอกให้คนขับจ่ายก่อน
ก็เลยเกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ว่ากรณีนี้ พวกเราผิดมั้ยคะ แล้วถ้าไม่ผิด พวกเราควรทำอย่างไรกันต่อไปดี เจ้าของหอเค้าพูดว่าเค้าเป็นฝ่ายเสียหาย เค้าต้องอยู่นิ่งๆเฉยๆไม่ต้องทำอะไรต้องให้คนผิดมารับผิดชอบเอง แล้วทำไมเค้าถึงได้พูดจากลับกรอกแบบนั้น หรือจริงๆแล้วเครื่องไม่ได้พังแต่เค้าแค่อยากได้เงินกันแน่ ตอนนี้เจ้าของหอเค้าไม่ยอมคุยกับคนขับรถเองค่ะ เค้าจะโทรมาจิกให้พวกเราเป็นคนกลางโทรไปติดต่อ แล้วเค้าก็ขู่ว่าถ้าคนขับไม่จ่ายพวกเราต้องจ่ายเอง จะหาไหนมาจ่ายล่ะคะเป็นแค่นักศึกษายังหาเงินเองไม่ได้ บ้านแต่ละคนก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อ้อ เค้าพูดตั้งแต่วันเกิดเรื่องแล้วนะคะว่าพรุ่งนี้จะให้คนไปซื้อเครื่องมาเปลี่ยนแล้วจะเอาบิลมาให้คนขับ คนขับเค้าก็รอบิลไงคะ เพื่อจะไปเบิกกับประกัน แต่เจ้าของหอก็ไม่ซื้อ แล้วก็ไม่คุยกันเองซะที ไม่รู้จะทำไงแล้วค่ะ รบกวนผู้ใหญ่ใจดีมีความรู้มาตอบหน่อยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าในคำตอบค่ะ
จ้างคนมาขับรถขนของแล้วเกิดอุบัติเหตุ เรามีความผิดไหม
เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ คือเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา ดิฉันกับเพื่อนๆซึ่งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยตัวน้อยๆได้จ้างรถแถวๆมหาวิทยาลัยมาขนของย้ายหอ
ซึ่งปกติแล้วแถวมหาวิทยาลัยจะมีรถคอยรับจ้างขนของหรือรับพาไปเที่ยวไปนู่นนี่ที่ไกลจากมหาวิทยาลัยอยู่แล้วค่ะ พวกเราก็ได้จ้างคนขับรถมาในราคา 150บาท เนื่องจากหอเดิมกับหอใหม่อยู่ไม่ไกลกัน ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะผ่านไปด้วยดีค่ะ จนกระทั่ง
เมื่อเรามาถึงหอแห่งใหม่ ซึ่งหอพักแห่งนี้จะมีลักษณะเป็นเหมือนบ้านเป็นแถวเรียงกัน มีชั้นเดียว ก็คล้ายๆบ้านเดี่ยวชั้นเดียวน่ะค่ะ ทีนี้ห้องของพวกเราก็อยู่เข้าไปในซอกเล็กๆสักหน่อย พวกเราก็กะกันแล้วว่ารถคงเข้าไม่ถึงแน่ คงเหนื่อยเดินขนของกันไกลหน่อยล่ะ ทีนี้เพื่อนเราก็บอกให้คนขับรถขับมาจ่อใกล้ๆปากทางซอกที่เราจะขนของกันหน่อยได้มั้ย แต่แล้ว คนขับรถก็ขับถอยเข้าไปในซอกจนถึงหน้าห้องพวกเราเลย ก็ไม่มีอะไรค่ะ ช่วยกันขนของตามปกติ
แต่ตอนขับออกไปก็เกิดเรื่องค่ะ เนื่องจากคนขับรถได้ขับไปเหยียบกล่องเซ็นเซอร์ประตูเข้าจนกล่องด้านนอกแตก คือซอกที่จะเข้าไปห้องของพวกเรามันติดประตูใหญ่ที่มีตัวเซ็นเซอร์ที่ใช้รีโมทกดเปิดปิดน่ะค่ะ ทีนี้ก็หน้าเสียกันเลย แพงแน่ๆ เจ้าของหอเค้าก็มาดู บอกว่าไฟช็อตแล้ว แล้วเค้าก็เอาผ้าแห้งมาจับแล้วเปิดประตูใหญ่ด้วยมือ เค้าก็คุยกับคนขับรถว่าเครื่องเซ็นเซอร์เนี่ยราคาสองหมื่นนะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าพังจริงรึเปล่าเพราะเท่าที่ดูสภาพภายในไม่มีอะไรแตกหักเลยค่ะ ไฟสีแดงข้างในก็ยังทำงานตามปกติ ดูยังไงเราก็ว่าไม่น่าพัง บอกให้ลองกดรีโมทดูว่ายังทำงานมั้ยเค้าก็อ้างว่าไม่กล้าทำอะไรกับมัน =__= เราก็เลยยังไม่รู้ว่าพังจริงไม่จริง
เจ้าของหอก็เลยตกลงกับคนขับรถว่าจะไปซื้อตัวเซ็นเซอร์นั่นมาใหม่ แล้วเดี๋ยวจะเอาบิลมาให้คนขับรถแล้วคนขับรถจะได้ไปเอาจากประกัน พวกเราก็โล่งอกกันว่าโอเคตกลงกันได้แล้ว แต่มันก็เกิดเรื่องอีกเพราะเจ้าของหอโทรมาหาพวกเรา บอกให้พวกเราโทรหาคนขับรถให้คนขับรถเอาเงินมาจ่ายด้วยจะได้ไปซื้อตัวเซ็นต์เซอร์ซะที ไม่งั้นพวกเราต้องจ่ายแทน ห๊ะ?? ไหนตอนแรกบอกจะไปซื้อก่อนแล้วรอบิลไปยื่นให้คนขับรถ ทำไมพูดจากลับกรอกไปมาล่ะ เท่าที่ทราบ เวลาเกิดอุบัติเหตุเราต้องเอาบิลค่าใช้จ่ายไปยื่นที่ประกันใช่มั้ยคะ จะว่าเจ้าของหอไม่มีเงินก็ไม่น่าเป็นไปได้นะคะ ทำหอได้ขนาดนี้ก็ไม่จนแล้วค่ะ อีกอย่างพูดตอนแรกแล้วว่าจะซื้อแล้วเอาบิลมาให้คนขับแต่ไหงตอนนี้มาบอกให้คนขับจ่ายก่อน
ก็เลยเกิดความสงสัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ ว่ากรณีนี้ พวกเราผิดมั้ยคะ แล้วถ้าไม่ผิด พวกเราควรทำอย่างไรกันต่อไปดี เจ้าของหอเค้าพูดว่าเค้าเป็นฝ่ายเสียหาย เค้าต้องอยู่นิ่งๆเฉยๆไม่ต้องทำอะไรต้องให้คนผิดมารับผิดชอบเอง แล้วทำไมเค้าถึงได้พูดจากลับกรอกแบบนั้น หรือจริงๆแล้วเครื่องไม่ได้พังแต่เค้าแค่อยากได้เงินกันแน่ ตอนนี้เจ้าของหอเค้าไม่ยอมคุยกับคนขับรถเองค่ะ เค้าจะโทรมาจิกให้พวกเราเป็นคนกลางโทรไปติดต่อ แล้วเค้าก็ขู่ว่าถ้าคนขับไม่จ่ายพวกเราต้องจ่ายเอง จะหาไหนมาจ่ายล่ะคะเป็นแค่นักศึกษายังหาเงินเองไม่ได้ บ้านแต่ละคนก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อ้อ เค้าพูดตั้งแต่วันเกิดเรื่องแล้วนะคะว่าพรุ่งนี้จะให้คนไปซื้อเครื่องมาเปลี่ยนแล้วจะเอาบิลมาให้คนขับ คนขับเค้าก็รอบิลไงคะ เพื่อจะไปเบิกกับประกัน แต่เจ้าของหอก็ไม่ซื้อ แล้วก็ไม่คุยกันเองซะที ไม่รู้จะทำไงแล้วค่ะ รบกวนผู้ใหญ่ใจดีมีความรู้มาตอบหน่อยนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้าในคำตอบค่ะ