คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
ไม่เป้นฟ้องซ้อน มีฎีกามานักต่อนักแล้ว
ดูจาก มาตรา 33 คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการและ ผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน
แสดงว่าตอนฟ้องแยกฟ้องได้ และถึงแม้ไม่มีการรวมพิจารณา จนศาลก็ได้มี คพ ออกมาแล้ว ก็ต้องดูว่าศาลไหนมี คพ.ก่อน คดีที่มี คพ.หลังเป็นฟ้องซ้ำ แต่เป็นฟ้องซ้ำในคดีอาญา ไม่เอาฟ้องซ้ำในคดีแพ่งมาใช้ เพราะ ป.วิอาญา บัญญัติเป็นการเฉพาะในมาตรา 39(4) คือเมื่อศาลได้มีคพ.เสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป สังเกตว่าไม่ต้องถึงที่สุดเพียงแค่ศาล มีคพ.เสร็จเด็ดขาดเท่านั้น
ดูจาก มาตรา 33 คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการและ ผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน
แสดงว่าตอนฟ้องแยกฟ้องได้ และถึงแม้ไม่มีการรวมพิจารณา จนศาลก็ได้มี คพ ออกมาแล้ว ก็ต้องดูว่าศาลไหนมี คพ.ก่อน คดีที่มี คพ.หลังเป็นฟ้องซ้ำ แต่เป็นฟ้องซ้ำในคดีอาญา ไม่เอาฟ้องซ้ำในคดีแพ่งมาใช้ เพราะ ป.วิอาญา บัญญัติเป็นการเฉพาะในมาตรา 39(4) คือเมื่อศาลได้มีคพ.เสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป สังเกตว่าไม่ต้องถึงที่สุดเพียงแค่ศาล มีคพ.เสร็จเด็ดขาดเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
คดีความผิดต่อส่วนตัวอัยการฟ้องแทนผู้เสียหาย แล้วผู้เสียหายมาฟ้องอีกคดีหนึ่งเป็นฟ้องซ้อนไหม