ทำไมประเทศไทยถึงคิดแต่จะซื้อๆๆๆเทคโนโลยี

เรื่อง 2.2ล้านๆ ตกไป ทั้งดีใจและเสียใจ เคยฝันเรื่องรถไฟความเร็วสูงมา10กว่าปีตั้งแต่อ่านหนังสือสังคมม.ต้น พอเห็นโครงการก็ดีใจนะแต่พอมองย้อนไปย้อนมานับแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ว ก็เกิดคำถามว่า ความเจริญมันอยู่ที่ เรามีอะไรใช้ หรือ ความสามารถในการสร้างสิ่งนั้นกันแน่

แล้วก็ลองมองไปรอบกายอีกว่า เรามีเทคโนโลยีอะไรที่เป็นความภูมิใจของคนไทยบ้างในช่วงชีวิตที่ผมเกิดมา ไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที

คนไทยไม่เก่งหรือ แต่ทำไมถึงมีคนไทยค่าตัวแพงๆ ทำงานให้กับบริษัทต่างประเทศอยู่มากมายได้ล่ะ

เรามีสถาบันวิจัยต่างๆนาๆ แต่ทำไมกิจการบางอย่างที่กะทบกับคนไทยโดยตรง ใช้ทรัพยากรภายในประเทศ บางอย่าง ถึงจะต้องจ้างเอกชนตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน

เรามีวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่ถูกทิ้งให้ตายไปกับผู้ทรงภูมิปัญญานั้น ไม่เอามาปรับปรุง แต่กลับซื้อสิ่งของที่สามารถใช้แก้ปัญหาเดียวกันที่ภูมิปัญญาดั้งเดิมเคยแก้ปัญหาได้แล้ว จากต่างประเทศ

เรามีทรัพยากรสมบูรณ์ ไม่คิดวิธีจัดการ แต่ขยันซื้อเครื่องมือมาขุดขายให้ได้มากๆ เหมือนว่ามันไม่มีวันหมด

ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นบ้านที่อยู่ด้วยตัวเองได้อย่างยั่งยืน ไม่ต้องพึ่งพาใคร เพราะในความจริงเรามีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว มีคนมาเยี่ยมก็เหมือนผลพลอยได้

แต่ที่ผ่านมา เราพยายามปรับปรุงบ้านให้เป็นร้านค้า คิดแต่จะขายของในบ้าน ซื้อแต่เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการขุดของในบ้านขาย ตกแต่งบ้านให้ดูหรูเป็นสากล โอ่อ่า

สักวันขายของในบ้านหมด รึไม่มีลูกค้า จะทำยังงัย

คงได้แต่นั่งทะเลาะกัน โทษกันเอง

ปล.ถ้าภารกิจเกี่ยวกับระบบรถไฟความเร็วสูง ถูกโยนให้เป็นเรื่องของเน็คเทค ร่วมกับการรถไฟ กับมหาวิทยาลัยสายเทคโนทั้งหลายโดยไม่เกี่ยวกับการเมืองจะดีมากเลย

ไม่รู้จะเป็นไปได้ไหม ผมมันแค่ชาวบ้านช่างฝันธรรมดา เฮ้ออ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่