300 ภาคต่อแรง ถล่มบ็อกซ์ ออฟฟิศ อเมริกา แอนิเมชัน Peabody เปิดตัวส่อแววไม่ดี

US BOX OFFICE March 7-9, 2014

แปล/ เรียบเรียงจาก www.boxofficemojo.com

แม้จะทำรายได้ทาบหนังภาคแรกไม่ติด แต่ 300: Rise of An Empire ก็ยังแกร่งพอที่จะครองอันดับ 1 ในอันดับหนังทำเงินสัปดาห์นี้ ด้วยรายได้เปิดตัว 45 ล้านเหรียญ ขณะที่ Mr. Peabody & Sherman ซึ่งเปิดตัวในสัปดาห์นี้เช่นกัน กลายเป็นความน่าผิดหวังอีกเรื่องของ ดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชัน

ด้วยโรงฉาย 3,470 โรง 300: Rise of an Empire ทำรายได้เปิดตัว 45.03 ล้านเหรียญซึ่งน้อยกว่าหนังภาคแรกทำเอาไว้ในสัปดาห์เดียวกันนี้เมื่อปี 2007 36% และเมื่อปรับเรื่องค่าเงิน รวมไปถึงเคลียร์ส่วนต่างของบัตรหนังสามมิติ หนังขายตั๋วได้แค่ราวๆ ครึ่งหนึ่งของหนังภาคแรก แต่ก็มากกว่าหนังอย่าง G.I. Joe: Retaliation (40.5 ล้านเหรียญ), 10,000 B.C. (35.9 ล้านเหรียญ), Wrath of the Titans (33.5 ล้านเหรียญ) และ Immortals (32.2 ล้านเหรียญ) แล้วกับการคาดหวัง ก็ไม่มีใครคิดว่าหนังจะทำรายได้ทาบ 300 ได้อยู่แล้ว ขณะที่ทางการตลาดพยายามวางตำแหน่งหนัง เป็นเรื่องราวของการแก้แค้น ซึ่งดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่ในช่วงนี้ ขณะที่งานด้านภาพก็กลับสู่งานแบบเดียวกับต้นฉบับ ที่สำคัญทางวอร์เนอร์ บราเธอร์สทำการตลาดอย่างหนัก ราวกับเป็นหนังบล็อคบัสเตอร์ในช่วงซัมเมอร์ ขณะที่งานโปรโมทช่วงแรกๆ ดูจะสะเปะสะปะ งานในช่วงหลังดูจะเข้าที่เข้าทางมากกว่า อย่างการใช้เพลง War Pigs ที่ดูแข็งแรงมากๆ และช่วยให้หนังมีความน่าสนใจ รวมทั้งนำเสนอองค์ประกอบใหม่ๆ อย่างการรบในทะเล และบทตัวร้ายของ เอวา กรีน

คนดูหนังส่วนใหญ่เป็นผู้ชายตามคาด 62% แต่ไม่มีเรื่องอายุรายงานมา หนังได้คะแนนแค่ B จากซีนีมาสกอร์ ซึ่งแสดงว่ารายได้น่าจะตกอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ต่อๆ ไป แต่ถ้าทำได้แบบหนังภาคแรก หนังน่าจะปิดตัวราวๆ 130 ล้านเหรียญ ที่สำคัญ Rise of an Empire ได้แรงหนุนจากตัวราคาพิเศษแบบสุดๆ ทำให้รายได้จากโรง 3 มิติมากถึง 63% ซึ่งสูงผิดปกติ ขณะที่หนังอย่าง Thor: The Dark World รายได้จาก 3 มิติยังแค่ 39% ของทั้งหมด สำหรับรายได้ในโรงไอแมกซ์ก็ไปได้สวย เมื่อกวาดเงินมาได้ถึง 6.8 ล้านเหรียญ

เปิดตัว 3,934 โรง Mr. Peabody & Sherman ทำรายได้ 32.2 ล้านเหรียญ เมื่อเทียบกับหนังดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชันที่ออกฉายในเดือนมีนาคม 2 เรื่องหลัง The Croods กับ How to Train Your Dragon หนังทั้งสองเรื่องเปิดตัวมากกว่า 40 ล้านทั้งคู่ แต่ก็ยังดีกว่า Turbo และ Rise of the Guardians เล็กน้อย และอย่าลืมว่าหนังทั้งสองเรื่องที่เปิดตัวในวันพุธ ต่างก็หมดคนดูตั้งแต่วันแรกแล้ว คนดูของ Peabody 56% เป็นผู้หญิง และ 52% อายุเกิน 25 ปี หนังได้คะแนน A จากซีนีมาสกอร์ หมายความว่า ปากต่อปากจะเป็นบวก หากไม่มีคู่แข่งตรงๆ แรงๆ มาชนในช่วง 5 สัปดาห์ต่อจากนี้ หนังก็พอมีหวังทำเงินเกิน 100 ล้านเหรียญ

ในสัปดาห์ที่สองของการฉาย Non-Stop รายได้ตก 45% ทำเงินไปอีก 15.8 ล้าน มาถึงวันนี้รายได้รวมของหนังอยู่ที่ 52.6 ล้านเหรียญ

The LEGO Movie เจอผลกระทบจังๆ จาก Mr. Peabody ในสุดสัปดาห์นี้ รายได้หล่น 48% ถือเป็นรายได้ที่ตกมากที่สุดของหนังเรื่องนี้ แต่ก็ทำเงินเพิ่มอีก 10.9 ล้านเหรียญ รายได้รวมเป็น 224.9 ล้านเหรียญ

Son of God ยังไม่หลุดจากท็อปไฟว์ ทำรายได้มาอีก 10.4 ล้านเหรียญ ตกจากสัปดาห์ก่อน 60% หนังสารคดีจากช่องฮิสตอรี่ แชนเนล ฉบับจอใหญ่ทำเงินไปแล้ว 41.9 ล้านเหรียญ

หลังคว้ารางวัลหนังเยี่ยมบทเวทีออสการ์ 12 Years a Slave เพิ่มโรงเป็น 1,065 โรงและทำเงินมาได้ 2.11 ล้านเหรียญ และกลับมาติดท็อปเทนได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ตอนนี้หนังได้เงินไปแล้วทั้งหมด 53 ล้านเหรียญ

กับการฉายแค่ 4 โรงในนิว ยอร์ค และแอลเอ หนัง The Grand Budapest Hotel ของพอล เวส แอนเดอร์สัน ทำรายได้ถึง 811,166 เหรียญ คิดเป็น 202,792 ต่อโรง รั้งอันดับ 9 หนังรายได้เฉลี่ยต่อโรงสูงสุดตลอดกาล ในกลุ่มหนังที่เปิดฉายคล้ายๆ กัน หนังทำได้ดีกว่า The Master (147,262 เหรียญ) และหนังอีกเรื่องของแอนเดอร์สัน Moonrise Kingdom (130,749 เหรียญ) และจากที่ The Master กับ Inside Llewyn Davis แสดงให้เห็น การเปิดตัวที่เยี่ยมยอดในนิว ยอร์คและแอลเอ ไม่ได้การันตีความสำเร็จอะไรเลย แต่หนัง The Grand Budapest Hotel ก็มีดีตรงที่เป็นงานเบาสมองที่น่าจะได้ใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าจะไปได้สวยเมื่อออกฉายในวงกว้าง สัปดาห์หน้าหนังจะเพิ่มโรงเป็น 65 โรง ซึ่งน่าจะส่งให้เข้าท็อปเทนได้

ในตลาดนอกอเมริกา 300: Rise of an Empire ครองอันดับ 1 เช่นกัน ด้วยรายได้ 88.8 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากที่ภาคแรกทำไว้ 11% ในตลาดเดียวกันรวม 58 ตลาด แถมยังไม่ได้ฉายในญี่ปุ่น (มิถุนายน) และ จีน (ยังไม่กำหนดวัน) ตลาดหลักๆ ของหนังในสัปดาห์นี้คือ รัสเซีย (9.2 ล้านเหรียญ), ฝรั่งเศส (7.2 ล้านเหรียญ), เกาหลี (6.5 ล้านเหรียญ), บราซิล (5.8 ล้านเหรียญ) และเม็กซิโก (5.5 ล้านเหรียญ) กับอินเดีย (3 ล้านเหรียญ) ที่น่าสนใจก็คือ ในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษหนังจะคล้ายๆ ในอเมริกา คือคอหนังให้ความสนใจน้อยลง เห็นได้ชัดจากรายได้ในอังกฤษ และออสเตรเลียที่เปิดตัวด้วย 4.8 และ 2.8 ล้านเหรียญตามลำดับ แต่หนังภาคแรกทำได้ 9.3 ล้านเหรียญ และ 4.3 ล้านเหรียญ

Mr. Peabody & Sherman ได้เงินมาอีก 21 ล้านเหรียญ ถือเป็นรายได้ประจำสัปดาห์ที่ดีที่สุด หนังเปิดตัวในตลาดรัสเซียด้วยรายได้ 4.5 ล้านเหรียญ ขณะที่สเปนทำได้ 2.1 ล้านเหรียญ ตอนนี้รายได้นอกอเมริกาของหนังเป็น 65.8 ล้านเหรียญ ส่วน RoboCop ทำรายได้ 14.8 ล้านเหรียญสัปดาห์นี้ ส่วนใหญ่มาจากจีน (10.5 ล้านเหรียญ) ตอนนี้หนังทำเงินไปแล้วที่นี่ 40 ล้านเหรียญ นั่นหมายความว่า RoboCop เป็นหนึ่งในกลุ่มหนังที่ทำรายได้ในจีน มากกว่าอเมริกา เหมือนๆ กับ Pacific Rim และ Escape Plan สำหรับรายได้รวมนอกอเมริกา RoboCop ทำรายได้ไปแล้ว 165.3 ล้านเหรียญ

อ่านแล้วชอบคลิกไลค์ให้กำลังใจได้ที่ www.facebook.com/Sadaos
ติดตามข่าวสาร และบทวิจารณ์ หนัง-เพลงได้ที่ www.sadaos.com
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่