ความอึดอัดใจของความเป็นประชาชนคนไทยในบ้านนี้เมืองนี้นับวันเริ่มที่จะเสื่อมถอยลงจนถึงจุดที่คิดว่าวันนี้ต่ำสุดแล้ว
แต่มันก็ยังไม่ใช่ พอเริ่มวันใหม่มันยิ่งต่ำทรุดลงมากไปกว่าเดิมเรื่อยๆ อีกจนไม่รู้ว่ามันจะต่ำสุดจริงๆ วันใด
มีการดึงเอาถาบันทั้งหมดของคนไทยทั้งชาติลงมาแปดเปื้อนทางการเมือง มาใช้ประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้องของตน
เริ่มต้นจากการมีคนดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาโดยใช้สัญลักษณ์เสื้อสีเหลืองมาใช้ในการชุมนุมโจมตีกลุ่มบุคคลหนึ่งว่าไม่จงรักภักดีจ้องล้มสถาบัน
แล้วก็ได้ผลอย่างมหันต์เพราะมีใครบ้างที่จักไม่จงรักภักดี ยิ่งพวกผูกขาดความจงรักภักดีแล้วล่ะก็ย่อมทนไม่ได้ต้องหาทางกำจัดให้ออกจากเส้นทางในที่สุด
ผลนำมาซึ่งการรัฐประหารในปี 2549 กระบวนการต่างๆ ได้ถูกวางแผนอย่างมีขั้นตอนและลึกล้ำที่สุด
ถ้าหากขั้นตอนนี้ไม่สำเร็จแล้วจะเดินทางไปทางไหนต่อได้อีก แล้วจะใช้อะไรเป็นตัวช่วยได้บ้าง
แต่เป็นที่น่าแปลกประหลาดใจมากที่สุดว่า ทำไมมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าไม่เป็นความจริง
และเป็นต้นกำเนิดของคนเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่เขาสวมเสื้อเหลืองก่อนหน้านี้มาก่อนแล้วเปี่ยมไปด้วยวามจงรักภักดีแบบไม่ผูกขาดเสียอีกด้วย
แต่พวกเสื้อแดงก็ยังถูกตราหน้าเหมารวมว่าเป็นคนจ้องล้มสถาบันอยู่วันยังค่ำ
เสื้อแดงทำอะไรก็ผิดหมด เสื้อเหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด บ่งบอกและตอกย้ำถึงความเป็นสองมาตรฐาน
กระบวนการยุติธรรมของคนเสื้อแดงติดจรวด ของเสื้อเหลืองติดหลังเต่า แบบเห็นได้ชัดเจน
เหตุการณ์ปี 53 ผ่านพ้นไปโดยการนองเลือดของคนเสื้อแดงตายเกือบร้อย บาดเจ็บนับพัน มีพิกลพิการนับไม่ถ้วน
เพื่อให้ได้มาด้วยอำนาจแค่เป็นนายกรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
ตอกย้ำความเป็นทหารที่มาฝักใฝ่หรือข้องเกี่ยวกับการเมือง
คนเสื้อแดงถูกตามเช็ด ตามล่า ตามเก็บ เข้าคุกเข้าตารางกันเพียบ แต่พวกเสื้อเหลืองคดีความยังไม่ไปถึงไหน
ในข้อหา " ผู้ก่อการร้าย " ที่ไม่ใช่ " ผู้ก่อการดี " ของพันธมิตรซึ่งกลายร่างมาเป็น " ม็อบผู้ดี กปปส. " ในปัจจุบันแต่การกระทำนั้นชั่วร้ายสุดสุด
พกเราประชาชนอดทนต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ 2 ปี 8 เดือน เพราะเคารพในระบอบประชาธิไตยแบบไทยๆ แบบเจีมเนื้อเจียมตน
เพราะได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดแบบจดจำไปถึงชาติหน้าเลยทีเดียว
ใครไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำก็คงไม่สามารถหยั่งรู้ความเจ็บปวดอันนี้ได้ดีแน่
ร่ายมาเสียยาว เข้าเรื่องม็อบปัจจุบัน กปปส. ได้มีการนำสัญลักษณ์ธงชาติไทยมาตกแต่งเป็นเครื่องประดับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อ ผ้าพันคอ ฯลฯ
การดึงเอาสถาบันศาสนาโดยเอาพระพุทธอิสระเข้ามาร่วมชุมนุมเป็นแกนนำทางการเมือง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ครบเครื่องทั้ง 3 สถาบัน แล้วถ้ากองทัพร่วมวงไพบูลย์กับคำว่าแบ่งแยกประเทศนี้ด้วยอีกแล้วล่ะก็ อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้
นี่ยังไม่นับรวมกับคำตัดสินที่แสนจะยุติธรรมไปหมด ที่ประชาชนต้องยอมรับ (แต่บางคนไม่ยอมตัดสินเสียที)
ขอบ่นเบาๆ แค่นี้ก่อน สบายใจแล้วครับเช้านี้
กระทู้ระบายเบาๆ แต่อยากให้ได้ยินไปไกลถึงท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบทบ.
แต่มันก็ยังไม่ใช่ พอเริ่มวันใหม่มันยิ่งต่ำทรุดลงมากไปกว่าเดิมเรื่อยๆ อีกจนไม่รู้ว่ามันจะต่ำสุดจริงๆ วันใด
มีการดึงเอาถาบันทั้งหมดของคนไทยทั้งชาติลงมาแปดเปื้อนทางการเมือง มาใช้ประโยชน์ทางการเมืองและพวกพ้องของตน
เริ่มต้นจากการมีคนดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาโดยใช้สัญลักษณ์เสื้อสีเหลืองมาใช้ในการชุมนุมโจมตีกลุ่มบุคคลหนึ่งว่าไม่จงรักภักดีจ้องล้มสถาบัน
แล้วก็ได้ผลอย่างมหันต์เพราะมีใครบ้างที่จักไม่จงรักภักดี ยิ่งพวกผูกขาดความจงรักภักดีแล้วล่ะก็ย่อมทนไม่ได้ต้องหาทางกำจัดให้ออกจากเส้นทางในที่สุด
ผลนำมาซึ่งการรัฐประหารในปี 2549 กระบวนการต่างๆ ได้ถูกวางแผนอย่างมีขั้นตอนและลึกล้ำที่สุด
ถ้าหากขั้นตอนนี้ไม่สำเร็จแล้วจะเดินทางไปทางไหนต่อได้อีก แล้วจะใช้อะไรเป็นตัวช่วยได้บ้าง
แต่เป็นที่น่าแปลกประหลาดใจมากที่สุดว่า ทำไมมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเป็นจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าไม่เป็นความจริง
และเป็นต้นกำเนิดของคนเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่เขาสวมเสื้อเหลืองก่อนหน้านี้มาก่อนแล้วเปี่ยมไปด้วยวามจงรักภักดีแบบไม่ผูกขาดเสียอีกด้วย
แต่พวกเสื้อแดงก็ยังถูกตราหน้าเหมารวมว่าเป็นคนจ้องล้มสถาบันอยู่วันยังค่ำ
เสื้อแดงทำอะไรก็ผิดหมด เสื้อเหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด บ่งบอกและตอกย้ำถึงความเป็นสองมาตรฐาน
กระบวนการยุติธรรมของคนเสื้อแดงติดจรวด ของเสื้อเหลืองติดหลังเต่า แบบเห็นได้ชัดเจน
เหตุการณ์ปี 53 ผ่านพ้นไปโดยการนองเลือดของคนเสื้อแดงตายเกือบร้อย บาดเจ็บนับพัน มีพิกลพิการนับไม่ถ้วน
เพื่อให้ได้มาด้วยอำนาจแค่เป็นนายกรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
ตอกย้ำความเป็นทหารที่มาฝักใฝ่หรือข้องเกี่ยวกับการเมือง
คนเสื้อแดงถูกตามเช็ด ตามล่า ตามเก็บ เข้าคุกเข้าตารางกันเพียบ แต่พวกเสื้อเหลืองคดีความยังไม่ไปถึงไหน
ในข้อหา " ผู้ก่อการร้าย " ที่ไม่ใช่ " ผู้ก่อการดี " ของพันธมิตรซึ่งกลายร่างมาเป็น " ม็อบผู้ดี กปปส. " ในปัจจุบันแต่การกระทำนั้นชั่วร้ายสุดสุด
พกเราประชาชนอดทนต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ 2 ปี 8 เดือน เพราะเคารพในระบอบประชาธิไตยแบบไทยๆ แบบเจีมเนื้อเจียมตน
เพราะได้รับบทเรียนอันเจ็บปวดแบบจดจำไปถึงชาติหน้าเลยทีเดียว
ใครไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำก็คงไม่สามารถหยั่งรู้ความเจ็บปวดอันนี้ได้ดีแน่
ร่ายมาเสียยาว เข้าเรื่องม็อบปัจจุบัน กปปส. ได้มีการนำสัญลักษณ์ธงชาติไทยมาตกแต่งเป็นเครื่องประดับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหมวก เสื้อ ผ้าพันคอ ฯลฯ
การดึงเอาสถาบันศาสนาโดยเอาพระพุทธอิสระเข้ามาร่วมชุมนุมเป็นแกนนำทางการเมือง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ครบเครื่องทั้ง 3 สถาบัน แล้วถ้ากองทัพร่วมวงไพบูลย์กับคำว่าแบ่งแยกประเทศนี้ด้วยอีกแล้วล่ะก็ อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้
นี่ยังไม่นับรวมกับคำตัดสินที่แสนจะยุติธรรมไปหมด ที่ประชาชนต้องยอมรับ (แต่บางคนไม่ยอมตัดสินเสียที)
ขอบ่นเบาๆ แค่นี้ก่อน สบายใจแล้วครับเช้านี้