เส้นทางชีวิต ที่คิดไม่ตก ขอคำปรึกษาด้วยครับ(เล่าละเอียดหมดเปลือก)

กระทู้คำถาม
ขออนุญาต สอบถาม เล่าเรื่อง และให้เป็นอุทาหรณ์นะครับ สำหรับเรื่องของผม ขอเล่าอย่างหมดเปลือก เพื่อจะได้ช่วยให้ความคิดเห็นว่าผมต้องทำอย่างไรดีนะครับ

เมื่อแปดปีก่อน  ผมเดินทางมาจากไทย มาทำธุรกิจร้านอาหารที่เมืองจีน จากร้านอาหารตามสั่ง ห้องเดียว กลายเป็นร้านอาหารขนาดย่อม ขายดีที่สุดในเขตนี้ รายได้หลังหักจากค่าใช้จ่าย เลขหกหลัก ทุกเดือน ชีวิต ก็สบายๆครับ

แต่ช่วงปีที่ห้า ร้านผมนิ่งๆ ลูกน้องทุกคน สามารถไว้วางใจได้ ด้วยแฟนผมเป็นคนขยัน และเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ อยากทำธุรกิจ ผมก็เลย ติดต่อร้านขายส่งไทย ให้เธอเป็นยี่ปั๊ว หาลูกค้า ในเมืองจีน ซึ่งกิจการก็ดี รายได้ดีกว่าผมอีก แต่ว่าเธอต้องเดินทางไปเมืองนั้นเมืองนี้ เดือนหนึ่ง จะเจอกันสี่วันห้าวัน แต่เรา ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง แต่ว่าพอทำได้สักครั้ง มันมีความนิ่งกับความเฉยชามาแทน

จนเมื่อ  เดือนตุลาปีที่แล้ว อยู่ๆเธอก็หายไป ไปกับน้องชายเธอ ซึงวันที่ไป ผมก็ยังคุยโทรศัพท์ไปถามเลยว่า ถืงเมืองนั้นหรือยัง ขอคุยกับลูกหน่อยเราก็คุยกันด้วยดี  แล้วก็ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่วันนั้น

ซึ่งผมวิเคราะห์อาจเป็นเพราะ ระยะหลังมีเงิน  เธอจะออกสังคมไฮโซมากหน่อย ส่วนผมอยู่แต่ร้าน บ้านเลี้ยงลูก เนื่องจากลูกสองคนอยู่กับผม (เป็นเด็กที่ผมรับอุปการะทั้งสองคน แต่คนที่สองเธอจะไม่ให้เอา แต่ผมสงสารเลยรับมาเลี้ยงไว้ และโชคดีที่รับไว้ เด็กทั้งสองน่ารักมาก)
พอเดือนสิบเอ็ดปลายเดือน ผมโมโห และใจร้อน เลยเซ้งร้านให้น้องแฟน( คนนี้มาอยู่ด้วย เธอได้แฟนคนพม่า เธอขับรถชนคนตาย มาถึง ชีวิตผมก็วุ่นวาย) ผมเซ้งไปให้ถูกมาก  ผมก็เลยมีเงินก้อนหนึ่ง กลับมาไทย มาเที่ยวอย่างเดียวเลย กับซื้อของแต่งบ้าน สองเดือนเงินหมดไปร่วมหกแสน (ไม่ได้กินเหล้าหรือเที่ยวไม่ดี ผมซื้อของแต่งบ้าน เพราะบ้านไม่มีอะไร และก็ซื้อรถ สปร์อตหนึ่งคันมือสอง กะว่าจะไม่กลับไปจีนแล้ว)

แต่ด้วยความคิดถึงลูก อยากเจอลูก คิดว่า ถ้าอยู่ที่ไทยคงไม่มีโอกาสได้เจออีก แฟนเอาลูกสาวคนโตไป ส่วนผมอยู่กับเจ้าตัวเล็ก
เงินผมเหลือสองแสน ผมก็เลยกลับมาเปิดร้านเล็กๆ ห้องเดียวในปัจจุบัน เริ่มต้นใหม่ แต่โชคดีว่า ได้ทำเลดี และก็ลูกค้าเก่า กลับมาเยอะ เพราะเค้าติดใจฝีมือผม(ส่วนร้านเก่า จากเดิม ผมขายได้วันละหมื่นกว่า ตอนนี้ได้ข่าวว่า บางวันก็สามพัน สี่พัน ลูกน้องมาอยู่ไม่เกินสามวันก็หนีไป ผมเสียดายร้านมาก)  แต่ภาระผมต้องส่งบ้าน อีกเดือนละสี่หมื่นกว่าทุกเดือนอีกสี่ปี (อย่าให้ขายเลยครับ ผมก็ต้องสู้เพื่อบ้านครับ ไม่มีสมบัติอะไรเหลือแล้ว)  

มาถึงคำถาม
..ระหว่าง สู้เพื่อสร้างร้านใหม่ (มันก็ดีขึ้นทุกวัน แต่มันรู้สึกว่าอายุเยอะขึ้น)  กับ กลับไปทำ ธุรกิจออนไลน์ โดยผมรู้จักแหล่ง
สินค้าแปลกๆถูกๆ โดย เป็นธุรกิจขายส่งออนไลน์ แล้วให้มีเครือข่ายจะดีกว่ามั้ย พร้อมทั้งทำร้าน บะหมี่น้ำเงี้ยว ข้าวซอยน้ำเงี้ยว (รับรองไม่เหมือนใคร เพราะผมคิดเอง ขายเอง มาหลายปี เป็นการผสมกันระหว่าง รสชาติโบราณกับออฟชั่นสมัยใหม่) เป็นธุรกิจ แฟนไชน์ โดยผมเป็น ร้านหลัก แล้วขายแฟรนไชส์ไปทั่วประเทศ...โดยการส่งวัตถุดิบที่ผมทำเอง
ก็จะมีรายได้สองทาง คือ น้ำเงี้ยว กับขายส่งออนไลน์ สำหรับใครอยากเปิดร้าน แต่ไม่มีทุน สามารถขายสินค้า โดยผมสต๊อคของให้ และจัดส่งของให้

หรือ ลุยสร้างร้านใหม่ ทุกวันนี้ ยอดขายหักทุน ผมเหลือประมาณวันละพันห้า (เปิดมาได้เดือนเดียวเอง) แต่ว่ามันเหงา ที่นี่ไม่มีคนไทยอยู่เลย

ประวัติส่วนตัว
การทำงาน
อายุสิบเก้า สามารถเป็นหัวหน้าฝ่ายขายในบริษัทมหาชนได้  เป็นบริษัทใหญ่ มีสาขาทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งปกติ คนที่จะเป็นหัวหน้า จะต้องอายุสามสิบขึ้น และ ก็มีพาวเวอร์เยอะ แต่ด้วย เรื่องค้าขาย ผมกล้าพูดไม่อายว่า ผมขายของเก่ง เดือนเดียวผมขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายขายดูแลสายงานลูกน้องอายุมากกว่า จนถึงห้าสิบปี (เขี้ยวๆทั้งนั้น)ได้ปีกว่า และยอดขายในหน่วยก็ไม่เคยตกที่โหล่ ไม่ที่สองก็ที่สามตลอด  แต่สุดท้ายก็เสีย เรื่องผู้หญิง ทิ้งงานไปอยู่กับสาวโรงงาน

แล้วก็เป็นเซลล์มาตลอด  ขาย อุปกรณ์ก็สร้าง  เครื่องเสียงรถยนต์  เครื่องใช้ไฟฟ้า  (มียอดขายเป็นอันดับต้นๆตลอด ) เก็บเงินได้ก็มาอยู่จีน

..........คิดว่า ผมจะเดินทางต่อไปอย่างไรดีครับ   ...... กำลังตัดสินใจ อีกไม่กี่วันนี้ ว่าจะไปสร้างฐานให้ใหญ่ที่ไทยดี หรือว่า กำเงินแน่ๆที่จีน ไปเรื่อยๆครับ....
ผมเรียนไม่สูงครับ เพราะที่บ้านจน แต่เป็นคนฉลาด....เข้าโรงเรียนดังๆมาตลอด สอบอะไรยากๆสอบติด ไม่ว่า ดุริยางค์ทหารบก จ่าอากาศ จ่าทหารเรือ (ในสมัยนั้นนิยมสอบ แต่ว่าไม่ได้เข้าเรียนสักที่)
..........     จะอธิบายธุรกิจให้ทีบ้านฟังยังไงดีถ้ากลับไทยเพราะ พ่อแม่เป็นชาวนาครับ

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านนะครับ ยาวโพด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่