หลังจากที่ต้องทานข้าวกลางวันแต่ย่านออฟฟิศตัวเองมาระยะหนึ่ง เนื่องจากงบร่อยหรอ แต่เมื่อสวรรค์ได้ประทานเงินประจำเดือนมาต่อชีวิต เราเลยได้ไปเตร็ดเตร่ทานข้าวกลางวัน ในใจกลางเมืองดูค่ะ
เราไปที่ร้าน Pomodoro ร้านอาหารอิตาเลียน พิกัดในซอยสุขุมวิท 11 ค่ะ เดินทางไม่ยากเลยสำหรับสาวออฟฟิศติดรถไฟฟ้า แนะนำให้นั่งไปลงสถานีนานาค่ะ ลงทางออกที่ 3 ก็จะพอดีกับทางเข้าซอยสุขุมวิท 11 เดินเข้าไปประมาณอืมมม ไม่ไกลค่ะ สัก 50 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือหน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ชั้นสองค่ะ ชั้นล่างเป็นโอบองแปง
ที่ร้านจะมีที่นั่ง สองโซนค่ะ เอ้าท์ดอ และ อินดอร์แอร์เย็นๆ อากาศดีดีแบบช่วงนี้เราก็เลยเลือกนั่ง อินดอร์ค่ะ (ปาดเหงื่อเบาๆ)
การตกแต่งก็น่ารักดีค่ะ เป็นโทนสี น้ำตาลอ่อน ดูอบอุ่นน่านั่ง มองไปตรงบาร์ก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ต่างๆ วางเรียงรายสวยงามค่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปทำงาน คงต้องจัดสัก 7-8 แก้วค่ะ ตามประสาคนคอแข็งอย่างเรา
มาสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าค่ะ มีตัวเลือกเยอะเลย
สรุปคือสั่งสมูทตี้ค่ะ ซึ่งดูขัดกับหน้าตามาก Dragon Zu และ Berries Smoothie สีสันน่าทาน ถูกใจมากสดชื่นค่ะ
พนักงานแนะนำว่าตอนนี้ที่ร้านมีเซทกลางวันด้วย หูผึ่งมากกกก รายละเอียดตามนี้ค่ะ
ดูแบบซูมค่ะ.....
เลือกสั่งเป็นเซทค่ะ แบบ 320++ Appetizer with pasta เลือก Minestrone soup คู่กับ Ravioli spinach pink ค่ะ
มาแว้ววววว ซุปปปปป
ซุปร้อนชุ่มคอมากค่ะ แต่ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นพริกเรกเก้ มันแรงไปนิดนึง (พริกสามสี) แต่โดยรวมชอบค่ะ ซดเพลินๆก็หายวับไปกับตา ห้าห้าห้า
เดี๋ยวค่ะมีอีกอย่างที่ลืมไป ขนมปังกับซัลซ่าค่ะ ต้องพูดถึงด้วยยย ก่อนที่อาหารจะมา พนักงานจะเสริฟขนมปังค่ะตามธรรมเนียม สองชิ้นกำลังดีค่ะ เดี๋ยวไม่มีแรงทานอาหาร ขนมปังมาพร้อมกับ fresh tomatoes และซอสที่เรียกว่าอะไรจำไม่ได้ค่ะ ฮี่ๆ อร่อยคะชอบทานกับซอสอย่างเดียวมากกว่า แต่เพื่อนชอบทานกับมะเขือเทศค่ะ ดีไม่แย่งกัน
เมนคอสเลือกเป็นพาสต้าค่ะ แต่ทางร้านมีเป็น เมนคอสเนื้อด้วยนะคะ เพื่อนสั่งค่ะ เดี๋ยวจะเอามาโชว์ต่อไปน้า
อันนี้เป็นราวิโอลี่ค่ะ ไส้ผักโขม เส้นไม่เละดีมากค่ะแต่ตรงขอบเนื่องจากมันจะหนากว่าตรงกลาง เลยยังไม่สุกเทาที่ควรค่ะ นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น ซอสไม่เลี่ยนเลยค่ะ ถูกปากคนไทยอย่างเรา อิอิ จานนี้ผ่านค่า แต่เสียดายลืมเก็บภาพผักโขมข้างในมาให้ดูกันน
เพื่อนเค้าสั่งเซทเหมือนกันค่ะ เลือก Appetizer เหมือนกัน แต่เพื่อนชอบพริกเร้กเก้ เลยสบายค่ะ ไม่เป็นปัญหาเรื่องกลิ่น
ส่วนเมนคอสเป็นจานนี้ค่ะ มินิทีโบนแกะ ความจริงมีประสบการณ์เลวร้ายกับแกะมานับไม่ถ้วน ฮ่าๆๆๆ เนื่องจากทานยากค่ะ ถ้าใครไม่ทนต่อกลิ่นของเนื้อแกะนี่ อาจจะลำบากนิดนึง แต่จานนี้เครื่องเคียงดับกลิ่นได้ดีเลยค่ะ แกะเสริฟพร้อม mashed potatoe และ หอมใหญ่คลุกกับบัลซามิกและไวน์แดงค่ะ รสดี แทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นแกะเลยค่ะ ทานพร้อมกันลงตัวค่ะ
แต่ด้วยความวู่วามของพวกเรา เลยพลั้งสั่งพิซซ่า ไปอีกที่นึงค่ะ รู้สึกผิดต่อพุงน้อยๆ ไม่เป็นไรออกกำลังที่หลังได้ค่ะ (เมื่อไรหรอ)
สั่งเป็นหน้าพาม่าแฮมกับซีฟู้ด อย่างละครึ่งค่ะ จานนี้แป้งแอบเหนียวนิดนึงค่ะ คิดว่ามัวแต่ถ่ายรูปไม่กินซักทีนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ ชอบหน้าพาม่าแฮมนะคะ ซีฟู้ดก็เฉยๆค่ะรสมันธรรมดา กลืนๆกัน พาม่าจะเค็มตัดกับแป้งและมาสคาโปนชีสดีค่ะ กินเพลินจนลืมว่ามีพาสต้าอยู่ตรงหน้า
ปิดท้ายด้วย New York Cheese Cake ค่ะ อันนี้เป็น A la carte ค่ะ มาถึงตรงนี้ชุดแน่นมากแล้วค่ะ เค้กอร่อยค่ะได้มาตรฐานชีสเค้ก แต่ซอสเบอรี่ แอบเปรี้ยวไปนิดนึงค่ะ แล้วก็วิปครีมละลายเร็วมากกก โดยรวมเนื้อเค้กอร่อยค่ะ
ไปดูบรรยากาศอื่นๆของร้านกันค่ะ เหมือนครัวเย็นจะสามารถทำข้างนอกได้ค่ะ ก็จะเห็นกันตรงเค้าท์เตอร์แบบนี้
ค่าเสียหายลืมถ่ายมาให้ดูอ้ะ ประมาณ 1,300++ ฉลองเงินเดือนออก โดยรวมให้ 7.5/10 ค่ะ มีโอกาสจะมาลองมื้อเย็นอีกแน่นอน เพราะแสงสีในซอยนี้ หึหึหึ เหมาะกับยามเย็นมากๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมค่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนนะคะ
ท่านไหนไปลองทานเหมือนกันก็มาแชร์รีวิวกันน้า
[CR] Pomodoro ร้านอาหารอิตาเลียน ชิวๆ สบายๆ ใจกลางเมือง
เราไปที่ร้าน Pomodoro ร้านอาหารอิตาเลียน พิกัดในซอยสุขุมวิท 11 ค่ะ เดินทางไม่ยากเลยสำหรับสาวออฟฟิศติดรถไฟฟ้า แนะนำให้นั่งไปลงสถานีนานาค่ะ ลงทางออกที่ 3 ก็จะพอดีกับทางเข้าซอยสุขุมวิท 11 เดินเข้าไปประมาณอืมมม ไม่ไกลค่ะ สัก 50 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือหน้าโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ชั้นสองค่ะ ชั้นล่างเป็นโอบองแปง
ที่ร้านจะมีที่นั่ง สองโซนค่ะ เอ้าท์ดอ และ อินดอร์แอร์เย็นๆ อากาศดีดีแบบช่วงนี้เราก็เลยเลือกนั่ง อินดอร์ค่ะ (ปาดเหงื่อเบาๆ)
การตกแต่งก็น่ารักดีค่ะ เป็นโทนสี น้ำตาลอ่อน ดูอบอุ่นน่านั่ง มองไปตรงบาร์ก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ต่างๆ วางเรียงรายสวยงามค่ะ ถ้าไม่ติดว่าต้องกลับไปทำงาน คงต้องจัดสัก 7-8 แก้วค่ะ ตามประสาคนคอแข็งอย่างเรา
มาสั่งเครื่องดื่มกันดีกว่าค่ะ มีตัวเลือกเยอะเลย
สรุปคือสั่งสมูทตี้ค่ะ ซึ่งดูขัดกับหน้าตามาก Dragon Zu และ Berries Smoothie สีสันน่าทาน ถูกใจมากสดชื่นค่ะ
พนักงานแนะนำว่าตอนนี้ที่ร้านมีเซทกลางวันด้วย หูผึ่งมากกกก รายละเอียดตามนี้ค่ะ
ดูแบบซูมค่ะ.....
เลือกสั่งเป็นเซทค่ะ แบบ 320++ Appetizer with pasta เลือก Minestrone soup คู่กับ Ravioli spinach pink ค่ะ
มาแว้ววววว ซุปปปปป
ซุปร้อนชุ่มคอมากค่ะ แต่ส่วนตัวคิดว่ากลิ่นพริกเรกเก้ มันแรงไปนิดนึง (พริกสามสี) แต่โดยรวมชอบค่ะ ซดเพลินๆก็หายวับไปกับตา ห้าห้าห้า
เดี๋ยวค่ะมีอีกอย่างที่ลืมไป ขนมปังกับซัลซ่าค่ะ ต้องพูดถึงด้วยยย ก่อนที่อาหารจะมา พนักงานจะเสริฟขนมปังค่ะตามธรรมเนียม สองชิ้นกำลังดีค่ะ เดี๋ยวไม่มีแรงทานอาหาร ขนมปังมาพร้อมกับ fresh tomatoes และซอสที่เรียกว่าอะไรจำไม่ได้ค่ะ ฮี่ๆ อร่อยคะชอบทานกับซอสอย่างเดียวมากกว่า แต่เพื่อนชอบทานกับมะเขือเทศค่ะ ดีไม่แย่งกัน
เมนคอสเลือกเป็นพาสต้าค่ะ แต่ทางร้านมีเป็น เมนคอสเนื้อด้วยนะคะ เพื่อนสั่งค่ะ เดี๋ยวจะเอามาโชว์ต่อไปน้า
อันนี้เป็นราวิโอลี่ค่ะ ไส้ผักโขม เส้นไม่เละดีมากค่ะแต่ตรงขอบเนื่องจากมันจะหนากว่าตรงกลาง เลยยังไม่สุกเทาที่ควรค่ะ นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น ซอสไม่เลี่ยนเลยค่ะ ถูกปากคนไทยอย่างเรา อิอิ จานนี้ผ่านค่า แต่เสียดายลืมเก็บภาพผักโขมข้างในมาให้ดูกันน
เพื่อนเค้าสั่งเซทเหมือนกันค่ะ เลือก Appetizer เหมือนกัน แต่เพื่อนชอบพริกเร้กเก้ เลยสบายค่ะ ไม่เป็นปัญหาเรื่องกลิ่น
ส่วนเมนคอสเป็นจานนี้ค่ะ มินิทีโบนแกะ ความจริงมีประสบการณ์เลวร้ายกับแกะมานับไม่ถ้วน ฮ่าๆๆๆ เนื่องจากทานยากค่ะ ถ้าใครไม่ทนต่อกลิ่นของเนื้อแกะนี่ อาจจะลำบากนิดนึง แต่จานนี้เครื่องเคียงดับกลิ่นได้ดีเลยค่ะ แกะเสริฟพร้อม mashed potatoe และ หอมใหญ่คลุกกับบัลซามิกและไวน์แดงค่ะ รสดี แทบไม่รู้สึกถึงกลิ่นแกะเลยค่ะ ทานพร้อมกันลงตัวค่ะ
แต่ด้วยความวู่วามของพวกเรา เลยพลั้งสั่งพิซซ่า ไปอีกที่นึงค่ะ รู้สึกผิดต่อพุงน้อยๆ ไม่เป็นไรออกกำลังที่หลังได้ค่ะ (เมื่อไรหรอ)
สั่งเป็นหน้าพาม่าแฮมกับซีฟู้ด อย่างละครึ่งค่ะ จานนี้แป้งแอบเหนียวนิดนึงค่ะ คิดว่ามัวแต่ถ่ายรูปไม่กินซักทีนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ ชอบหน้าพาม่าแฮมนะคะ ซีฟู้ดก็เฉยๆค่ะรสมันธรรมดา กลืนๆกัน พาม่าจะเค็มตัดกับแป้งและมาสคาโปนชีสดีค่ะ กินเพลินจนลืมว่ามีพาสต้าอยู่ตรงหน้า
ปิดท้ายด้วย New York Cheese Cake ค่ะ อันนี้เป็น A la carte ค่ะ มาถึงตรงนี้ชุดแน่นมากแล้วค่ะ เค้กอร่อยค่ะได้มาตรฐานชีสเค้ก แต่ซอสเบอรี่ แอบเปรี้ยวไปนิดนึงค่ะ แล้วก็วิปครีมละลายเร็วมากกก โดยรวมเนื้อเค้กอร่อยค่ะ
ไปดูบรรยากาศอื่นๆของร้านกันค่ะ เหมือนครัวเย็นจะสามารถทำข้างนอกได้ค่ะ ก็จะเห็นกันตรงเค้าท์เตอร์แบบนี้
ค่าเสียหายลืมถ่ายมาให้ดูอ้ะ ประมาณ 1,300++ ฉลองเงินเดือนออก โดยรวมให้ 7.5/10 ค่ะ มีโอกาสจะมาลองมื้อเย็นอีกแน่นอน เพราะแสงสีในซอยนี้ หึหึหึ เหมาะกับยามเย็นมากๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามชมค่า หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ทุกคนนะคะ
ท่านไหนไปลองทานเหมือนกันก็มาแชร์รีวิวกันน้า