คุณเชื่อเรื่องโชคมากแค่ไหน
เป็นกำลังใจสำหรับคนที่มุ่งมั่น อดทน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ปีนี้เป็นปีชงเต็มๆของผมครับ เมื่อต้นปีเลยไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ ส่วนตัวก็ไม่ได้เชื่ออะไรมากมาย
ตามเพื่อนไป ทำไปๆก็ไม่น่ามีไรเสียหาย ก็ไปซื้อของตามที่เค้าเตรียมให้และทำพีธีตามปกติ
จนกำลังจะกลับก็ลองไปเสี่ยงเซียมซี ในใจก็ขอให้ได้ไบดีดีด้วยเถิดด ผมออกมาก็ดีเกินคาดครับ
คำทำนายแบบ คนอะไรมันจะโชคดีขนาดนี้ ปีนี้ปีชงตรูนะ เลยหยิบกลับมาบ้าน แต่ก็ไม่คืดอะไร
จนมานั่งๆดูคำทำนาย พอดีช่วงนี้เบื่องานที่เดิมแล้ว กำลังอยากจะหาที่ใหม่ เราก็เอะใจ
เย้ยคำทำนายมันก็บอกว่าเราจะได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือย้ายงานในทิศทางที่ดีขึ้น เอาวะ ลองดูๆ
จากนั้นผมก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ในการเขียน Resume จนคิดว่าพอใจแล้ว พอดีกับช่วงนั้น
บริษัทที่ผมอยากย้ายไป ขอเรียกว่า บริษัท Bละกัน ซึ่งมันมี JOB Fari พอดีเลย ลองเอาใบสมัคร
ไปยื่น ในตอนนั้นเค้าก็ค่อนข้างจะสกรีนคนเหมือนกัน ผมโชคไม่ดีนักสัมภาษณืกับฝรั่ง เค้าก็ถามเข้าใจบ้าง
ไม่เข้าใจบ้าง หลักๆก็ถามเกี่ยวกับงาน เพราะผมประสบการณ์ตรง แล้วก็ถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าไหร่
ผมก็ใจชื้นเลย คิดว่าเข้าตาแน่ๆๆ อิอิ จนกำลังจะกลับผมเหลือ Resume อีก 1 ชุดที่ถ่ายมาเผื่อ
เลยคิดว่าถ้าคนนั้นเค้าไม่เรียกเราเราจะเสียโอกาสรึปล่าวเพราะคนที่ไปสมัครวันนั้นน่าจะเกือบ 100 คนได้
ผมก็เลยตัดสินใจลองเข้าไปคุยกับคนสัมภาษณ์คนอื่นดู ดีที่เป็นคนไทย เค้าดูประสบการณ์แล้วก็บอกเราว่า
เด๋วจะติดค่อกลับ อยากทำอะไร อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ในใจผมก็คิดว่าได้แน่ๆๆ ^_^
หลังจากวันไปสมัคร ผมก็กลับมาอ่านหนังสือเตรียมสัมภาษณ์เพราะเป็นบริษัทฝรั่ง
และเตรียมตัวในส่วนของประสบการณ์ที่เค้าน่าจะถาม อ่านได้ 3-4 วัน ก็เรื่ม
ท้อใจเพราะไม่มีวี่แววว่าเขาจะติดต่อกลับมาเลย ผมเลยตัดสินใจโทรไปถาม พี่ที่เป็น HR
คนที่ผมไปสมัภาษณ์คนที่สอง เค้าก็บอกว่ากำลังยื่นเรื่องให้รอแแปนึง ตอนนั้นคิดว่าเค้าคงไม่เรียกแล้ว
เพราะคนที่สมัครไปก็เยอะ มีแต่คนโปรไฟล์ดี อีกอย่างผมก็เรียกเงินไปค่อนข้างสูง
หลังจากวันนั้นผมก็เลยปล่อย ทำตัวตามปกติ ไม่อ่านหนังสือ ไม่เตรียมตัว แล้วก็ลองหาที่อื่นไปเรื่อยๆ
แถมส่งย้ำไปที่บริษัทเดิม เพื่อให้เขารู้ว่าเรายังอยากได้งานอยู่นะ
ต่อมาอีก 1 สัปดาห์ ก็มีสายโทรเข้าเป็นเบอร์ 02 ในใจก็เริ่มดีใจละ เพราะคิดว่าคงเป็นบริษัท
ที่เราสมัครมาแน่เป็นไปตามที่คิดครับ บริษัท B โทรมาจริงๆ บอกเรียกให้เราไปสัมภาษณ์วันจันทร์
ซึ่งวันนั้นเป็นวันอังคาร แสดงว่าผมมีเวลาเตรียมตัว 1 อาทิตย์ ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ
ผมคงไม่ปล่อยให็โอกาสนี้หลุดมือไปแน่นอน ผมก็เริ่มอ่านหนังสือใหม่ เตรียมคำตอยสำหรับการสัมภาษณ์
เตรียมเนื้อหาต่างจากประสบการณ์การทำงานเกือบ 5 ปี ท่องทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็จัดตารางเลย เพราะเราก็หวังกับงานนี้จิงๆ
พอถึงวันสัมภาษณ์เค้านัดบ่ายโมงครับ ผมเข้าไปกรอกใบสมัคร หลังจากนั้นก็ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ
ความยากประมาณ TOEIC พอเสร็จแล้ว ก็มีพี่ทีเป็น Leader มาสัมภาษณ์ เราก็เตรียมตัวมาใน
ระดับที่ดีพอสมควร แต่ก็ตื่นเต้นมากเหมือนกันเวลาเค้าถาม เค้าให้อธิบายงานที่ทำมาอย่างละเอียด
ผมก็พูดในส่วนที่เตรียมมา บางที่เค้าก็ถามจี้จนเราเสียความมั่นใจ ผ่านไปซักพักเค้าก็คงพอใจในสิ่งที่เค้าต้องการวัด
พี่เค้าเลยถามคำถามทั่วไปของการสัมภาษณ์ ยังไม่จบแค่นั้นครับ ตอนนั้นแกเสนอมาว่าเราอยาก
เข้าไปทำในส่วนไหนของโพรเซส พอดีทีมที่เราอยากไปอยู่พี่เค้าไม่ได้ดูแลโดยตรง เค้าเลยจัดพี่ Team Lead
อีกคนมาสัมภาษณ์ผมต่อ พร้อมข้อสอบในเรื่องนั้นๆ อีก 1 ชุด พระเจ้า !!! แต่พี่เค้าก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย ส่วนใหญ่
จะเป็นการคุยให้ฟังซะมากกว่าว่างานที่ทำเป็นลักษณะไหน ใช้เวลาในการสัมภาษณ์ ทั้ง 2 คน รวมทำข้อสอบ ก็ 4 ชม พอดี
นานมากกก นึกว่าจะสัมภาษณ์เอานายก 555555
สุดท้ายพี่ที่เป็น HR เค้าก็เข้ามาตกลง บอกว่าเงินเดือนตามนี้นะ ซึ่งเป็นเป็นตัวเลขที่ผมเขียนซึ่งค่อนข้างสูงนิดนึง
(เพิ่มขึ้นประมาณ 50 % ได้)แต่ก็คงไม่เว่อร์ เพราะผมก็มีประสบการณ์ตรงประมาณ 5 ปี ซึ่งค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เค้าต้องการ
เค้าก็บอกว่ายอมรับตามนี้เด๋วทางเราติดต่อกลับไป เราก็กลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ใจนึงก็โล่งหลังจากการสัมภาษณ์ผ่านไป
มันเหมือนยกภูเขามั้งลูกออกไป อีกใจก็กลัวว่าที่จะไม่ได้เพราะการสัมภาษณ์เราก็ทำได้ไม่ดีนักจากที่เตรียมไป
วันรุ่งขึ้นทางบริษัท B โทรมา บอกว่าคุณผ่านการสัมภาษณืแล้ว เงินเดือนก็ได้ตามนั้นเลย เข้ามาเซ็นสัญญาได้เลย
เท่านั้นแหละครับ ความอัดอั้น ดีใจ โล่ง ทุกอย่างมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆๆ ที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานละ
สุดท้ายเราก็สามารภสร้างโอกาสด้วยตัวเราเอง คำทำนายมันจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ
คำทำนายมันก็เหมือนแสงไฟที่ชี้นำทางเรา แค่เราจะเดินไปหรือไม่ก็เท่านั้น ตอนนี้ผมเชื่อแล้วแหละว่าโชคดีมันเกิดขึ้ขนได้กับทุกคน
ขึ้นอยู่กับว่าใครที่เตรียมตัวและเตรียมสภาพแวดล้อมให้โชคดีนั้นเข้ามาถึง เพราะถึงคำทำนายจะทำนายไว้ว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้
แต่ถ้าเราไม่ลงมือ ทำผมก็คงไม่มีวันนี้ จบแล้วครับ นี่แหละโชคดีที่ผมสร้างขึ้นมาเอง ^___^
คุณเชื่อเรื่องโชคดีมากแค่ไหน ???
เป็นกำลังใจสำหรับคนที่มุ่งมั่น อดทน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ปีนี้เป็นปีชงเต็มๆของผมครับ เมื่อต้นปีเลยไปแก้ชงที่วัดเล่งเน่ยยี่ ส่วนตัวก็ไม่ได้เชื่ออะไรมากมาย
ตามเพื่อนไป ทำไปๆก็ไม่น่ามีไรเสียหาย ก็ไปซื้อของตามที่เค้าเตรียมให้และทำพีธีตามปกติ
จนกำลังจะกลับก็ลองไปเสี่ยงเซียมซี ในใจก็ขอให้ได้ไบดีดีด้วยเถิดด ผมออกมาก็ดีเกินคาดครับ
คำทำนายแบบ คนอะไรมันจะโชคดีขนาดนี้ ปีนี้ปีชงตรูนะ เลยหยิบกลับมาบ้าน แต่ก็ไม่คืดอะไร
จนมานั่งๆดูคำทำนาย พอดีช่วงนี้เบื่องานที่เดิมแล้ว กำลังอยากจะหาที่ใหม่ เราก็เอะใจ
เย้ยคำทำนายมันก็บอกว่าเราจะได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือย้ายงานในทิศทางที่ดีขึ้น เอาวะ ลองดูๆ
จากนั้นผมก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ในการเขียน Resume จนคิดว่าพอใจแล้ว พอดีกับช่วงนั้น
บริษัทที่ผมอยากย้ายไป ขอเรียกว่า บริษัท Bละกัน ซึ่งมันมี JOB Fari พอดีเลย ลองเอาใบสมัคร
ไปยื่น ในตอนนั้นเค้าก็ค่อนข้างจะสกรีนคนเหมือนกัน ผมโชคไม่ดีนักสัมภาษณืกับฝรั่ง เค้าก็ถามเข้าใจบ้าง
ไม่เข้าใจบ้าง หลักๆก็ถามเกี่ยวกับงาน เพราะผมประสบการณ์ตรง แล้วก็ถามว่าต้องการเงินเดือนเท่าไหร่
ผมก็ใจชื้นเลย คิดว่าเข้าตาแน่ๆๆ อิอิ จนกำลังจะกลับผมเหลือ Resume อีก 1 ชุดที่ถ่ายมาเผื่อ
เลยคิดว่าถ้าคนนั้นเค้าไม่เรียกเราเราจะเสียโอกาสรึปล่าวเพราะคนที่ไปสมัครวันนั้นน่าจะเกือบ 100 คนได้
ผมก็เลยตัดสินใจลองเข้าไปคุยกับคนสัมภาษณ์คนอื่นดู ดีที่เป็นคนไทย เค้าดูประสบการณ์แล้วก็บอกเราว่า
เด๋วจะติดค่อกลับ อยากทำอะไร อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ ในใจผมก็คิดว่าได้แน่ๆๆ ^_^
หลังจากวันไปสมัคร ผมก็กลับมาอ่านหนังสือเตรียมสัมภาษณ์เพราะเป็นบริษัทฝรั่ง
และเตรียมตัวในส่วนของประสบการณ์ที่เค้าน่าจะถาม อ่านได้ 3-4 วัน ก็เรื่ม
ท้อใจเพราะไม่มีวี่แววว่าเขาจะติดต่อกลับมาเลย ผมเลยตัดสินใจโทรไปถาม พี่ที่เป็น HR
คนที่ผมไปสมัภาษณ์คนที่สอง เค้าก็บอกว่ากำลังยื่นเรื่องให้รอแแปนึง ตอนนั้นคิดว่าเค้าคงไม่เรียกแล้ว
เพราะคนที่สมัครไปก็เยอะ มีแต่คนโปรไฟล์ดี อีกอย่างผมก็เรียกเงินไปค่อนข้างสูง
หลังจากวันนั้นผมก็เลยปล่อย ทำตัวตามปกติ ไม่อ่านหนังสือ ไม่เตรียมตัว แล้วก็ลองหาที่อื่นไปเรื่อยๆ
แถมส่งย้ำไปที่บริษัทเดิม เพื่อให้เขารู้ว่าเรายังอยากได้งานอยู่นะ
ต่อมาอีก 1 สัปดาห์ ก็มีสายโทรเข้าเป็นเบอร์ 02 ในใจก็เริ่มดีใจละ เพราะคิดว่าคงเป็นบริษัท
ที่เราสมัครมาแน่เป็นไปตามที่คิดครับ บริษัท B โทรมาจริงๆ บอกเรียกให้เราไปสัมภาษณ์วันจันทร์
ซึ่งวันนั้นเป็นวันอังคาร แสดงว่าผมมีเวลาเตรียมตัว 1 อาทิตย์ ดีใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ
ผมคงไม่ปล่อยให็โอกาสนี้หลุดมือไปแน่นอน ผมก็เริ่มอ่านหนังสือใหม่ เตรียมคำตอยสำหรับการสัมภาษณ์
เตรียมเนื้อหาต่างจากประสบการณ์การทำงานเกือบ 5 ปี ท่องทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็จัดตารางเลย เพราะเราก็หวังกับงานนี้จิงๆ
พอถึงวันสัมภาษณ์เค้านัดบ่ายโมงครับ ผมเข้าไปกรอกใบสมัคร หลังจากนั้นก็ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ
ความยากประมาณ TOEIC พอเสร็จแล้ว ก็มีพี่ทีเป็น Leader มาสัมภาษณ์ เราก็เตรียมตัวมาใน
ระดับที่ดีพอสมควร แต่ก็ตื่นเต้นมากเหมือนกันเวลาเค้าถาม เค้าให้อธิบายงานที่ทำมาอย่างละเอียด
ผมก็พูดในส่วนที่เตรียมมา บางที่เค้าก็ถามจี้จนเราเสียความมั่นใจ ผ่านไปซักพักเค้าก็คงพอใจในสิ่งที่เค้าต้องการวัด
พี่เค้าเลยถามคำถามทั่วไปของการสัมภาษณ์ ยังไม่จบแค่นั้นครับ ตอนนั้นแกเสนอมาว่าเราอยาก
เข้าไปทำในส่วนไหนของโพรเซส พอดีทีมที่เราอยากไปอยู่พี่เค้าไม่ได้ดูแลโดยตรง เค้าเลยจัดพี่ Team Lead
อีกคนมาสัมภาษณ์ผมต่อ พร้อมข้อสอบในเรื่องนั้นๆ อีก 1 ชุด พระเจ้า !!! แต่พี่เค้าก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย ส่วนใหญ่
จะเป็นการคุยให้ฟังซะมากกว่าว่างานที่ทำเป็นลักษณะไหน ใช้เวลาในการสัมภาษณ์ ทั้ง 2 คน รวมทำข้อสอบ ก็ 4 ชม พอดี
นานมากกก นึกว่าจะสัมภาษณ์เอานายก 555555
สุดท้ายพี่ที่เป็น HR เค้าก็เข้ามาตกลง บอกว่าเงินเดือนตามนี้นะ ซึ่งเป็นเป็นตัวเลขที่ผมเขียนซึ่งค่อนข้างสูงนิดนึง
(เพิ่มขึ้นประมาณ 50 % ได้)แต่ก็คงไม่เว่อร์ เพราะผมก็มีประสบการณ์ตรงประมาณ 5 ปี ซึ่งค่อนข้างตรงกับสิ่งที่เค้าต้องการ
เค้าก็บอกว่ายอมรับตามนี้เด๋วทางเราติดต่อกลับไป เราก็กลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า ใจนึงก็โล่งหลังจากการสัมภาษณ์ผ่านไป
มันเหมือนยกภูเขามั้งลูกออกไป อีกใจก็กลัวว่าที่จะไม่ได้เพราะการสัมภาษณ์เราก็ทำได้ไม่ดีนักจากที่เตรียมไป
วันรุ่งขึ้นทางบริษัท B โทรมา บอกว่าคุณผ่านการสัมภาษณืแล้ว เงินเดือนก็ได้ตามนั้นเลย เข้ามาเซ็นสัญญาได้เลย
เท่านั้นแหละครับ ความอัดอั้น ดีใจ โล่ง ทุกอย่างมันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆๆ ที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานละ
สุดท้ายเราก็สามารภสร้างโอกาสด้วยตัวเราเอง คำทำนายมันจะไม่เกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ
คำทำนายมันก็เหมือนแสงไฟที่ชี้นำทางเรา แค่เราจะเดินไปหรือไม่ก็เท่านั้น ตอนนี้ผมเชื่อแล้วแหละว่าโชคดีมันเกิดขึ้ขนได้กับทุกคน
ขึ้นอยู่กับว่าใครที่เตรียมตัวและเตรียมสภาพแวดล้อมให้โชคดีนั้นเข้ามาถึง เพราะถึงคำทำนายจะทำนายไว้ว่าดีอย่างนั้นดีอย่างนี้
แต่ถ้าเราไม่ลงมือ ทำผมก็คงไม่มีวันนี้ จบแล้วครับ นี่แหละโชคดีที่ผมสร้างขึ้นมาเอง ^___^