มนุษย์เราเกิดมาแล้วก็มักจะมีวัฎจักรชีวิตที่วนเวียนไปเรื่อยๆ
ในโลกใบกลมๆนี้ เสมือนหนูถีบจักรย่ำอยู่ที่เดิม
เราถูกปลูกฝังความคิดที่มีมาสมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่ แต่ก่อน
ในการจำกัดความคิดที่ห้ามทำอะไรนอกกรอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกมอง
ว่าเป็นคนที่แปลกประหลาดหรือไม่ก็กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไปซะอย่างนั้น !!
เปรียบเสมือนแกะดำในฝูงหรือปลาทูเน่าตัวเดียวในเข่ง
ทั้งที่ความจริงการที่เรามีความคิดที่เป็นของตัวเอง
การทำอะไรนอกกรอบ ( โดยที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน)
ก็ควรจะเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนไม่ใช่หรือ ....
..ถ้าเป็นกบอยู่แต่ในกะลา ก็คงไม่มีวันรู้ว่า โลกภายนอกนั้นช่างกว้างใหญ่ และน่าค้นหามากเพียงไร......
ในตอนเด็กๆ เมื่อมีใครถามเราว่า " โตขึ้นมาอยากเป็นอะไร "
เราตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถึงสิ่งที่อยากเป็นในอนาคตอย่างมั่นใจ....
ในวัยเด็กจินตนาการและความคิดอยากรู้อยากเห็น กล้าลอง กล้าทำ มีอย่างเต็มเปี่ยม
เช่นว่า เรารู้ว่านั่นคือจักรยาน แต่ปัญหาคือปั่นไม่เป็น
เราก็รู้ว่าควรที่จะฝึกฝนพยายามปั่น ถึงแม้ครั้งแรก...ครั้งที่สอง...หรือครั้งต่อๆไป
เราจะหกล้ม ร้องไห้เพียงใด ยังไงซะ ด้วยความตั้งใจที่มีอย่างเหลือล้น
จนทำให้วันหนึ่ง....เราสามารถทำได้ !! การปั่นจักรยานกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานและไม่น่ากลัวอีกต่อไป ..
เมื่อโตขึ้น ..เราก็ดำเนินชีวิตตามวัฎจักรของการเรียน...และเข้าสู่ในช่วงวัยทำงาน..
หากแต่มีใครสักคนถามขึ้นว่า " ตอนนี้คุณอยากเป็นอะไร "
.....คุณคงชักจะลังเลและไม่แน่ใจว่า ในตอนนี้สิ่งที่คุณปรารถนาจริงๆแล้ว คืออะไรและ
คุณได้ทำมันหรือยัง ! ซึ่งสิ่งที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน คือ....
คุณกำลังสร้างความฝันให้กับเจ้านายหรือองค์กรที่ตอบแทนค่าแรงของคุณในรูปแบบของเงินเดือน
แน่นอนว่าเงินเป็นสิ่งที่ " ต้องมี " ในยุคปัจจุบันนี้ หรือว่าจะไม่เถียง..
เพราะแค่คุณก้าวขาออกจากบ้าน เงินคุณก็เริ่มหล่นหายไปจนคุณไม่รู้ตัว
แต่ทว่าการที่คุณจะสร้างความฝันของตัวเองให้เป็นจริง สิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับจิตใจของคุณเอง
คนเราเมื่อทำสิ่งใดแล้วมักอยากเห็นผลเร็ว เมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือเห็นผลช้า
มักจะม้วนเสื่อกลับบ้านยอมแพ้ไปแล้ว นั่นจึงเป็นแบบทดสอบอย่างนึง
สำหรับผู้ที่มีจิตใจแน่วแน่มั่นคงที่จะสามารถฝ่าพันอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาได้หรือไม่
เพราะเมื่อมีอุปสรรคต่างๆเข้ามาแล้ว มันจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น
และสามารถรู้เท่าทันเรื่องต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้
ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ.... แต่..อะไรที่ได้มายากๆแล้ว มักจะมีคุณค่าอย่างมาก
ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่า
" คุณคือผู้เดียวที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ คุณคือผู้ลิขิตชีวิตตนเอง "
ชีวิตคุณ...หรือชีวิตใคร....
ในโลกใบกลมๆนี้ เสมือนหนูถีบจักรย่ำอยู่ที่เดิม
เราถูกปลูกฝังความคิดที่มีมาสมัยรุ่นพ่อ รุ่นแม่ แต่ก่อน
ในการจำกัดความคิดที่ห้ามทำอะไรนอกกรอบ ไม่เช่นนั้นจะถูกมอง
ว่าเป็นคนที่แปลกประหลาดหรือไม่ก็กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไปซะอย่างนั้น !!
เปรียบเสมือนแกะดำในฝูงหรือปลาทูเน่าตัวเดียวในเข่ง
ทั้งที่ความจริงการที่เรามีความคิดที่เป็นของตัวเอง
การทำอะไรนอกกรอบ ( โดยที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน)
ก็ควรจะเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนไม่ใช่หรือ ....
..ถ้าเป็นกบอยู่แต่ในกะลา ก็คงไม่มีวันรู้ว่า โลกภายนอกนั้นช่างกว้างใหญ่ และน่าค้นหามากเพียงไร......
ในตอนเด็กๆ เมื่อมีใครถามเราว่า " โตขึ้นมาอยากเป็นอะไร "
เราตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถึงสิ่งที่อยากเป็นในอนาคตอย่างมั่นใจ....
ในวัยเด็กจินตนาการและความคิดอยากรู้อยากเห็น กล้าลอง กล้าทำ มีอย่างเต็มเปี่ยม
เช่นว่า เรารู้ว่านั่นคือจักรยาน แต่ปัญหาคือปั่นไม่เป็น
เราก็รู้ว่าควรที่จะฝึกฝนพยายามปั่น ถึงแม้ครั้งแรก...ครั้งที่สอง...หรือครั้งต่อๆไป
เราจะหกล้ม ร้องไห้เพียงใด ยังไงซะ ด้วยความตั้งใจที่มีอย่างเหลือล้น
จนทำให้วันหนึ่ง....เราสามารถทำได้ !! การปั่นจักรยานกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกสนานและไม่น่ากลัวอีกต่อไป ..
เมื่อโตขึ้น ..เราก็ดำเนินชีวิตตามวัฎจักรของการเรียน...และเข้าสู่ในช่วงวัยทำงาน..
หากแต่มีใครสักคนถามขึ้นว่า " ตอนนี้คุณอยากเป็นอะไร "
.....คุณคงชักจะลังเลและไม่แน่ใจว่า ในตอนนี้สิ่งที่คุณปรารถนาจริงๆแล้ว คืออะไรและ
คุณได้ทำมันหรือยัง ! ซึ่งสิ่งที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน คือ....
คุณกำลังสร้างความฝันให้กับเจ้านายหรือองค์กรที่ตอบแทนค่าแรงของคุณในรูปแบบของเงินเดือน
แน่นอนว่าเงินเป็นสิ่งที่ " ต้องมี " ในยุคปัจจุบันนี้ หรือว่าจะไม่เถียง..
เพราะแค่คุณก้าวขาออกจากบ้าน เงินคุณก็เริ่มหล่นหายไปจนคุณไม่รู้ตัว
แต่ทว่าการที่คุณจะสร้างความฝันของตัวเองให้เป็นจริง สิ่งใดก็ไม่สำคัญเท่ากับจิตใจของคุณเอง
คนเราเมื่อทำสิ่งใดแล้วมักอยากเห็นผลเร็ว เมื่อไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือเห็นผลช้า
มักจะม้วนเสื่อกลับบ้านยอมแพ้ไปแล้ว นั่นจึงเป็นแบบทดสอบอย่างนึง
สำหรับผู้ที่มีจิตใจแน่วแน่มั่นคงที่จะสามารถฝ่าพันอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาได้หรือไม่
เพราะเมื่อมีอุปสรรคต่างๆเข้ามาแล้ว มันจะทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น
และสามารถรู้เท่าทันเรื่องต่างๆ จนประสบความสำเร็จได้
ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ.... แต่..อะไรที่ได้มายากๆแล้ว มักจะมีคุณค่าอย่างมาก
ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่า
" คุณคือผู้เดียวที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ คุณคือผู้ลิขิตชีวิตตนเอง "