ว่าด้วยเรื่องนิสิตนักศึกษาจบใหม่ที่จบปุ๊บรีบหางานปั๊บ
ว่าเหตุใดจึงต้องรีบ ทั้งที่เรียนมาสี่ปีมันก็หนักหนาแล้ว พักสักนิดผิดตรงไหน? เอ่อเราก็ว่ามันผิดตรงไหนนะ?
คำตอบจากมุมมองของเราก็คือ แรกเลยเราก็คิดหาเรื่องพัก ออกเที่ยวบ้าง นอนอยู่บ้านบ้าง ใช้เวลาดูแลคนในครอบครัวชดเชยเวลาที่ห่างกันไป
จนมันเริ่มมีคำถามจากคนโน่นคนนี้ ว่าทำงานรึยัง จะทำงานมั๊ย หนักเข้ามันกลายเป็นคำแนะนำที่มีอาการเอาลูกตน ลูกเธอ ลูกเค้า มาเม้าส์มอยคล้ายอ้างสรรคุณ ประชันขันแข่ง สรรเสริญกันให้แซดว่าเรียนจบมาแล้วยังมาขอตังค์พ่อแม่อีก เกิดการตราหน้า สร้างความรู้สึกผิด อับอายให้กับนิสิตนักศึกษาจบใหม่เหล่านั้น
ซึ่งเรามองว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ครั้งหนึ่งเรายังเคยบอกแม่ว่าไม่ต้องชวนเราไปไหน เราไม่อยากตอบคำถาม เราพูดทั้งน้ำตา บอกถึงเหตุผลก่อนหน้าที่เราตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่กับแม่หลังเรียนจบและแม่ก็ปิดเทอมพอดี จะได้พาแม่ไปหาหมอด้วย ซึ่งเราขอให้แม่ช่วยปกป้องเราจากคำถามคล้ายการถากถางนั้นได้มั๊ย ไม่ใช่การหัวเราะ แม้จะรู้ดีว่าแม่เองก็ยินดีให้เรานอนอยู่บ้านเฉยก็ตาม
- แรงบันดาลใจของกระทู้นี้ก็เพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนๆน้องๆนิสิตนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังตามหาฝัน ลองใช้ชีวิต ทุกคนต่างมีทางในแบบของตน และฝากบอกไปถึงผู้ที่คอยบันทอน ว่าคุณกำลังทำลายมนุษย์ที่กำลังทำตามฝัน บีบให้เขาต้องเร่งหางานอะไรก็ได้ให้เขารู้สึกผิดน้อยลง เข้าสู่วังวนมนุษย์ที่ทำงาน เย็นกลับ สิ้นเดือนรับเงิน จนลืมความสุข รอยยิ้ม และความคิดสร้างสรรค์ ที่จะทำให้สังคมมันน่าอยู่มากขึ้น
ปล. 1 ทุกวันนี้เราได้ทำงานที่เรารู้สึกชอบ ทำแล้วมีความสุข จัดสรรเวลาให้ชีวิตไม่ยากเย็น แต่เรายังไม่หยุดที่จะเดินหน้าตามฝันของเรานะ
ปล. 2 สำหรับน้องๆที่จบใหม่อย่าไปท้อ บางคนอาจนอยด์ว่าเรียนมาเกรดอย่างสวยไม่ช่วยอะไร หรือบางเรียนกลางๆก็หางานได้ เราเลือกงานและงานก็เลือกเรา กว่าจะได้งานมันต้องมีทั้งความสามารถ ความเหมาะสม โอกาส จังหวะของชีวิต ขอให้อดทนค่ะ
คำถามยอดฮิตของนิสิตนักศึกษาจบใหม่ "ได้งานรึยัง" >>> รู้มั๊ยบางครั้งคำถามนี้ มันก็ทำให้เจ็บ ทำให้นอยด์
ว่าเหตุใดจึงต้องรีบ ทั้งที่เรียนมาสี่ปีมันก็หนักหนาแล้ว พักสักนิดผิดตรงไหน? เอ่อเราก็ว่ามันผิดตรงไหนนะ?
คำตอบจากมุมมองของเราก็คือ แรกเลยเราก็คิดหาเรื่องพัก ออกเที่ยวบ้าง นอนอยู่บ้านบ้าง ใช้เวลาดูแลคนในครอบครัวชดเชยเวลาที่ห่างกันไป
จนมันเริ่มมีคำถามจากคนโน่นคนนี้ ว่าทำงานรึยัง จะทำงานมั๊ย หนักเข้ามันกลายเป็นคำแนะนำที่มีอาการเอาลูกตน ลูกเธอ ลูกเค้า มาเม้าส์มอยคล้ายอ้างสรรคุณ ประชันขันแข่ง สรรเสริญกันให้แซดว่าเรียนจบมาแล้วยังมาขอตังค์พ่อแม่อีก เกิดการตราหน้า สร้างความรู้สึกผิด อับอายให้กับนิสิตนักศึกษาจบใหม่เหล่านั้น
ซึ่งเรามองว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ครั้งหนึ่งเรายังเคยบอกแม่ว่าไม่ต้องชวนเราไปไหน เราไม่อยากตอบคำถาม เราพูดทั้งน้ำตา บอกถึงเหตุผลก่อนหน้าที่เราตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่กับแม่หลังเรียนจบและแม่ก็ปิดเทอมพอดี จะได้พาแม่ไปหาหมอด้วย ซึ่งเราขอให้แม่ช่วยปกป้องเราจากคำถามคล้ายการถากถางนั้นได้มั๊ย ไม่ใช่การหัวเราะ แม้จะรู้ดีว่าแม่เองก็ยินดีให้เรานอนอยู่บ้านเฉยก็ตาม
- แรงบันดาลใจของกระทู้นี้ก็เพื่อให้กำลังใจกับเพื่อนๆน้องๆนิสิตนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังตามหาฝัน ลองใช้ชีวิต ทุกคนต่างมีทางในแบบของตน และฝากบอกไปถึงผู้ที่คอยบันทอน ว่าคุณกำลังทำลายมนุษย์ที่กำลังทำตามฝัน บีบให้เขาต้องเร่งหางานอะไรก็ได้ให้เขารู้สึกผิดน้อยลง เข้าสู่วังวนมนุษย์ที่ทำงาน เย็นกลับ สิ้นเดือนรับเงิน จนลืมความสุข รอยยิ้ม และความคิดสร้างสรรค์ ที่จะทำให้สังคมมันน่าอยู่มากขึ้น
ปล. 1 ทุกวันนี้เราได้ทำงานที่เรารู้สึกชอบ ทำแล้วมีความสุข จัดสรรเวลาให้ชีวิตไม่ยากเย็น แต่เรายังไม่หยุดที่จะเดินหน้าตามฝันของเรานะ
ปล. 2 สำหรับน้องๆที่จบใหม่อย่าไปท้อ บางคนอาจนอยด์ว่าเรียนมาเกรดอย่างสวยไม่ช่วยอะไร หรือบางเรียนกลางๆก็หางานได้ เราเลือกงานและงานก็เลือกเรา กว่าจะได้งานมันต้องมีทั้งความสามารถ ความเหมาะสม โอกาส จังหวะของชีวิต ขอให้อดทนค่ะ