ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของ Roger Federer ?
โดย Peter Bodo บก.อาวุโส TENNIS.com และนิตยสาร TENNIS Magazine
credit source;espn.go.com
ถ้าคุณไม่รู้จักเขาดี คุณอาจจะถูกทำให้เชื่อว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของ Roger Federer ก็เป็นได้
วิธีที่เขาพูด : การได้แชมป์ 17 แสลมก็ดี แต่จะเทียบได้ยังไงกับความสนุกในการลองเปลี่ยนแร็กเก็ตเล่า ?
การเป็นผู้ชายที่เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำทางจุ๊ปากเพื่อที่จะเดินสะดุดโน้นชนนี่ไปทั่วห้อง มันคงเท่ดี
เพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่เดิมซึ่งเหมาะสมกับเขาอีกต่อไปแล้ว(มือวางอันดับตก)
–เป็น(เพียง)ไอ้งั่งคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ในหลายเกมการแข่งขันมากๆ เหมือนกับทุกๆคน(ทั่วไป)นั่นแหละ
และการทำลายสถิติ Grand Slam ทั้งหมดเหล่านั้นเล่า ? แน่นอนว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดี
ส่วนความท้าทายที่จะได้ถูกบันทึกเป็นสถิติก็เหมือนต่อสู้อยู่กับสิ่ที่มองไม่เห็น
ทำไมต้องกังวลด้วยล่ะในเมื่อคุณสามารถทำเพื่อตัวคุณเองและเพื่อคนที่คุณรักมันก็แค่นั้น ?
คุณรู้ ทำหน้าที่ของคุณ (เป็นดาวฤกษ์) อยู่ได้ด้วยแสงของตนเอง ดูซิทั้งโลกจะพูดว่ายังไง
เหล่าบรรดาสาวกผู้จงรักภักดีต่อ Federer ต้องทึ้งผมและเอาเล็บขูดหน้าเมื่อเห็นฮีโร่ของพวกเขา
ตกลงไปอยู่อันดับ 8 ของโลก ส่วนตัวไอคอนเองกลับรักที่มีชีวิตใหม่แบบที่ยังมีส่วนร่วมอยู่
และทำราวกับว่าเขาจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสะสมถ้วยรางวัลเพิ่ม
“ตอนนี้ สภาพของผมก็สุขสบายดีครับ”
Federer ได้บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ของการแข่งขันที่ดูไบ
“ผมสนุกกับการอยู่ในสนาม ไม่ตื่นตะหนกหรือกังวลจนเกินไปในแต่ละแมตช์ของการแข่งขัน
ท้องของผมก็ไม่เกร็งเหมือนสมัยที่ผมยังหนุ่มกว่านี้ ผมสนุกกับการแข่งขันมากขึ้นแล้วในตอนนี้”
ลองนึกดูว่า ถ้า Federer ได้มาถึงจุดๆ นี้ซะตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้ สิ่งหนึ่งที่คงเกิดขึ้นก็คือ
คอลัมน์นี้อาจจะกำลังพูดถึง Rafael Nadal ผู้ที่ได้แชมป์ Grand Slam เท่ากับ Pete Sampras แล้วก็ได้
ตอนนี้ พวกเรา(วงการเทนนิส)มีใครกันแน่ระหว่าง Federer ในศักราชใหม่หรือแค่ Federer ผู้มีอายุที่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน ดูเหมือน Federer จะไม่แคร์ว่าโลกจะคิดยังไง และสิ่งที่น่าเกรงกลัวจริงๆ อย่างหนึ่งก็คือ
ผู้ที่จะเข้ามาต่อสู้กับเขาในสัปดาห์หรือเดือนต่อๆ ไปที่จะถึง คงไม่แปลกที่จะมีใครบางคนออกมาบรรยายถึง
พลังแห่งการขับเคลื่อนที่หมุนวน (the death spiral) อยู่ในตัวเขานั้นมีอยู่จริง
เขาไม่ใช่ผู้ชายที่กลบเกลื่อนปัญหา หรือคนที่ค้นหาว่าจะออกมายอมรับกับอุปสรรคใหญ่ลำดับแรกซึ่ง
อยู่บนจุดสูงสุดในอาชีพของเขา หรือว่าเขาเป็นคนโกหกเก่งพอๆ กับเป็นนักเทนนิส
“ผมรู้ว่าถ้าผมมีสภาพร่างกายที่ดีอย่างที่ผมเป็นอยู่นี้ซัก 1 ปี มันคงเป็นอะไรที่ช่วยผมได้มาก
ผมรู้สึกได้เลยว่าผมจะตีเทนนิสได้ดีที่สุดในแบบของผม ผมรู้ว่าผมได้เคยพูดแบบนี้มาครั้งถึงสองครั้งแล้ว
แต่ในตอนนี้ ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ ครับ”
ขอผมขัดจังหวะหน่อยนะ Federer ถึงกับเคยยอมรับว่าเขาได้วิเคราะห์ถึงโอกาสต่างๆ ที่เขาได้(แต่พลาด)ในอดีต
ดูไปก็มีแต่จะทำลายความน่าเชื่อถือ แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึก OK กับมัน และเขาเหมือนจะคิดว่า
พวกเราควรที่จะ OK กับมันด้วยเช่นกัน เอ โลกนี้จะเป็นยังไงต่อไป ?
ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ Federer ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ผู้ชายคนนี้อายุ 32 ปี
และกำลังเขียนหนังสือที่ผ่านวันเวลาอันสวยงามในสนามเทนนิส มีครั้งหนึ่งที่เขาได้แชมป์รายการต่างๆ ใน 1 เดือน
มากกว่าแชมป์ทั้งหมดที่เขาทำได้ใน 2 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เขาก็ยังเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยกระดับจิตใจให้แข็งแกร่ง
ราวกับว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในระยะนี้เป็นสิ่งที่เพิ่มความสนุกให้กับชีวิต
Federer สร้างทัศนคติที่ดีด้วยยุทธศาสตร์แห่งความคิดที่ฉลาด ตอนนี้ Stanislas Wawrinka เพื่อนร่วมชาติของเขา
ได้ขึ้นอันดับ 3 ของโลกและเป็นแชมป์ Grand Slam ด้วย ผลงานอุ่นเครื่องใน Davis Cup ของ Federer ก็ยอดเยี่ยม
เขาอาจจะไม่สามารถคว้าแชมป์ Grand Slam ใดๆ ได้อีก แต่เขาอาจร่วมกันกับ Wawrinka วัย 28 ปีที่จะนำชัยชนะ
กลับ Switzerland อย่างทีมของแชมป์เปี้ยน มันจะยิ่งสร้างคุณค่าให้กับ Federer ในฐานะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ
เมื่อ Federer ถูกถามว่ามันสำคัญสำหรับเขาหรือเปล่าที่จะชนะ Wimbledon อีกซักครั้ง
ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสคนเดียวที่ได้แชมป์รายการนี้ถึง 8 ครั้ง (ซึ่งจะมากกว่า Pete Sampras )เขาตอบว่า
“นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังจะทำ ผมกำลังเล่นเทนนิสเพื่อตัวของผมเอง เพื่อทีมของผม
เพื่อประเทศของผม คุณว่ามา ทุกอย่างนั่นแหล่ะครับ”
เขารู้อย่างลึกซึ้งในใจว่าเขาเล่นเทนนิส(ต่อ)เพื่ออะไร มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่จับต้องไม่ได้
มันคือปัญญา ผู้ชายที่ฉลาดๆ ซักคนอาจเป็นคนที่แสนอันตรายก็ได้
และวันเวลาตอนนี้อาจเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของ Roger Federer ก็เป็นได้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของ Roger Federer ?
โดย Peter Bodo บก.อาวุโส TENNIS.com และนิตยสาร TENNIS Magazine
credit source;espn.go.com
ถ้าคุณไม่รู้จักเขาดี คุณอาจจะถูกทำให้เชื่อว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของ Roger Federer ก็เป็นได้
วิธีที่เขาพูด : การได้แชมป์ 17 แสลมก็ดี แต่จะเทียบได้ยังไงกับความสนุกในการลองเปลี่ยนแร็กเก็ตเล่า ?
การเป็นผู้ชายที่เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและทำทางจุ๊ปากเพื่อที่จะเดินสะดุดโน้นชนนี่ไปทั่วห้อง มันคงเท่ดี
เพราะที่นี่มันไม่ใช่ที่เดิมซึ่งเหมาะสมกับเขาอีกต่อไปแล้ว(มือวางอันดับตก)
–เป็น(เพียง)ไอ้งั่งคนหนึ่งที่พ่ายแพ้ในหลายเกมการแข่งขันมากๆ เหมือนกับทุกๆคน(ทั่วไป)นั่นแหละ
และการทำลายสถิติ Grand Slam ทั้งหมดเหล่านั้นเล่า ? แน่นอนว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดี
ส่วนความท้าทายที่จะได้ถูกบันทึกเป็นสถิติก็เหมือนต่อสู้อยู่กับสิ่ที่มองไม่เห็น
ทำไมต้องกังวลด้วยล่ะในเมื่อคุณสามารถทำเพื่อตัวคุณเองและเพื่อคนที่คุณรักมันก็แค่นั้น ?
คุณรู้ ทำหน้าที่ของคุณ (เป็นดาวฤกษ์) อยู่ได้ด้วยแสงของตนเอง ดูซิทั้งโลกจะพูดว่ายังไง
เหล่าบรรดาสาวกผู้จงรักภักดีต่อ Federer ต้องทึ้งผมและเอาเล็บขูดหน้าเมื่อเห็นฮีโร่ของพวกเขา
ตกลงไปอยู่อันดับ 8 ของโลก ส่วนตัวไอคอนเองกลับรักที่มีชีวิตใหม่แบบที่ยังมีส่วนร่วมอยู่
และทำราวกับว่าเขาจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการสะสมถ้วยรางวัลเพิ่ม
“ตอนนี้ สภาพของผมก็สุขสบายดีครับ”
Federer ได้บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์ของการแข่งขันที่ดูไบ
“ผมสนุกกับการอยู่ในสนาม ไม่ตื่นตะหนกหรือกังวลจนเกินไปในแต่ละแมตช์ของการแข่งขัน
ท้องของผมก็ไม่เกร็งเหมือนสมัยที่ผมยังหนุ่มกว่านี้ ผมสนุกกับการแข่งขันมากขึ้นแล้วในตอนนี้”
ลองนึกดูว่า ถ้า Federer ได้มาถึงจุดๆ นี้ซะตั้งแต่หลายปีก่อนหน้านี้ สิ่งหนึ่งที่คงเกิดขึ้นก็คือ
คอลัมน์นี้อาจจะกำลังพูดถึง Rafael Nadal ผู้ที่ได้แชมป์ Grand Slam เท่ากับ Pete Sampras แล้วก็ได้
ตอนนี้ พวกเรา(วงการเทนนิส)มีใครกันแน่ระหว่าง Federer ในศักราชใหม่หรือแค่ Federer ผู้มีอายุที่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน ดูเหมือน Federer จะไม่แคร์ว่าโลกจะคิดยังไง และสิ่งที่น่าเกรงกลัวจริงๆ อย่างหนึ่งก็คือ
ผู้ที่จะเข้ามาต่อสู้กับเขาในสัปดาห์หรือเดือนต่อๆ ไปที่จะถึง คงไม่แปลกที่จะมีใครบางคนออกมาบรรยายถึง
พลังแห่งการขับเคลื่อนที่หมุนวน (the death spiral) อยู่ในตัวเขานั้นมีอยู่จริง
เขาไม่ใช่ผู้ชายที่กลบเกลื่อนปัญหา หรือคนที่ค้นหาว่าจะออกมายอมรับกับอุปสรรคใหญ่ลำดับแรกซึ่ง
อยู่บนจุดสูงสุดในอาชีพของเขา หรือว่าเขาเป็นคนโกหกเก่งพอๆ กับเป็นนักเทนนิส
“ผมรู้ว่าถ้าผมมีสภาพร่างกายที่ดีอย่างที่ผมเป็นอยู่นี้ซัก 1 ปี มันคงเป็นอะไรที่ช่วยผมได้มาก
ผมรู้สึกได้เลยว่าผมจะตีเทนนิสได้ดีที่สุดในแบบของผม ผมรู้ว่าผมได้เคยพูดแบบนี้มาครั้งถึงสองครั้งแล้ว
แต่ในตอนนี้ ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ ครับ”
ขอผมขัดจังหวะหน่อยนะ Federer ถึงกับเคยยอมรับว่าเขาได้วิเคราะห์ถึงโอกาสต่างๆ ที่เขาได้(แต่พลาด)ในอดีต
ดูไปก็มีแต่จะทำลายความน่าเชื่อถือ แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึก OK กับมัน และเขาเหมือนจะคิดว่า
พวกเราควรที่จะ OK กับมันด้วยเช่นกัน เอ โลกนี้จะเป็นยังไงต่อไป ?
ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ Federer ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ แต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือ ผู้ชายคนนี้อายุ 32 ปี
และกำลังเขียนหนังสือที่ผ่านวันเวลาอันสวยงามในสนามเทนนิส มีครั้งหนึ่งที่เขาได้แชมป์รายการต่างๆ ใน 1 เดือน
มากกว่าแชมป์ทั้งหมดที่เขาทำได้ใน 2 ปีที่ผ่านมานี้ แต่เขาก็ยังเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยกระดับจิตใจให้แข็งแกร่ง
ราวกับว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ในระยะนี้เป็นสิ่งที่เพิ่มความสนุกให้กับชีวิต
Federer สร้างทัศนคติที่ดีด้วยยุทธศาสตร์แห่งความคิดที่ฉลาด ตอนนี้ Stanislas Wawrinka เพื่อนร่วมชาติของเขา
ได้ขึ้นอันดับ 3 ของโลกและเป็นแชมป์ Grand Slam ด้วย ผลงานอุ่นเครื่องใน Davis Cup ของ Federer ก็ยอดเยี่ยม
เขาอาจจะไม่สามารถคว้าแชมป์ Grand Slam ใดๆ ได้อีก แต่เขาอาจร่วมกันกับ Wawrinka วัย 28 ปีที่จะนำชัยชนะ
กลับ Switzerland อย่างทีมของแชมป์เปี้ยน มันจะยิ่งสร้างคุณค่าให้กับ Federer ในฐานะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ
เมื่อ Federer ถูกถามว่ามันสำคัญสำหรับเขาหรือเปล่าที่จะชนะ Wimbledon อีกซักครั้ง
ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนักเทนนิสคนเดียวที่ได้แชมป์รายการนี้ถึง 8 ครั้ง (ซึ่งจะมากกว่า Pete Sampras )เขาตอบว่า
“นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังจะทำ ผมกำลังเล่นเทนนิสเพื่อตัวของผมเอง เพื่อทีมของผม
เพื่อประเทศของผม คุณว่ามา ทุกอย่างนั่นแหล่ะครับ”
เขารู้อย่างลึกซึ้งในใจว่าเขาเล่นเทนนิส(ต่อ)เพื่ออะไร มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่จับต้องไม่ได้
มันคือปัญญา ผู้ชายที่ฉลาดๆ ซักคนอาจเป็นคนที่แสนอันตรายก็ได้
และวันเวลาตอนนี้อาจเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของ Roger Federer ก็เป็นได้