คือป้าสัมผัสถึงทัศนคติ และ วิจารณญาณ ของคณะกรรมการจากเวทีนี้ได้ว่า...ช่วง 1-3 ปี มานี้กรรมการเขาเน้นให้รางวัลกับนักแสดงที่เล่นจากอินเนอร์จริงๆ เล่นให้เป็นธรรมชาติ โดยไม่คำนึงถึงฟอร์มของหนัง ไม่คำนึงถึงกระแสของหนัง ไม่คำนึงของชื่อเสียงบารมีของนักแสดงและคนทำหนัง หรือไม่คำนึงถึงอิทธิพลแอบแฝง...แต่กรรมการเขาเน้นที่คุณภาพของฝีมือและการแสดงล้วนๆ...หนังบางเรื่อง โดยเฉพาะหนังนอกกระแส หนังอินดี้ นักแสดงบางคนโดยเฉพาะหน้าใหม่ๆ ป้าไม่เคยได้ดู ไม่เคยได้ยินชื่อ ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นฝีมือและผลงานมาก่อน แต่พอประกาศชื่อออกมาแล้ว ต้องรีบไปหาคำตอบว่า ทำไมกรรมการจึงตัดสินเช่นนั้น...และคำตอบก็ได้รับหลังจากดูหนังเรื่องนั้นจบลง
ยกตัวอย่างปีที่ ตัดสินรางวัลนำหญิง ซึ่งปีนั้นมีพลอย (ชั่วฟ้าดินสลาย) และ หนูนา (กวนมึนโฮ) เข้าชิงเชือดเฉือนกัน...ในปีนั้นป้ายังไม่ได้ดูหนังทั้ง 2 เรื่อง ในใจครั้งแรกแอบเชียร์ พลอย เพราะชื่อเสียง บารมี และกระแสความดังของเธอ เหนือกว่า หนูนา...แต่พอผลประกาศออกมาว่าเป็นหนูนา ได้รางวัล ป้าเลยต้องซื้อแผ่นมาดูทั้ง 2 เรื่อง...แล้วจึงได้คำตอบให้กับตนเอง
ตามความคิดเห็นและประสบการณ์ในการดูหนังดูละครมาช้านานของป้า...กรณีของ พลอย ที่พลาดรางวัลในปีนั้น เพราะ บทของ พลอย จากชั่วฟ้าดินสลาย พลอยถือว่าเล่นได้ดี แต่จะเล่นไปในแนวประดิษฐ์ ปรุงแต่งจริตและอารมณ์จนดูเกินความเป้นธรรมชาติ ซึ่งสไตล์ของหม่อมน้อย แอคติ้งจะออกมาแนวนี้แทบจะทุกเรื่อง
ในขณะที่ หนูนา จาก กวนมึนโฮ มีความหลากหลายของอารมณ์ มิติ อินเนอร์ และที่สำคัญการแสดงของหนูนามันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติที่ปุถุชนคนหนึ่งๆ พึงมี พึงได้ พึงแสดงอารมณ์ต่างๆออกมาได้ชัดเจน ตามแบบฉบับของความเป็นมนุษย์
ระหว่างเล่นดี กับ เล่นเป็นธรรมชาติ...น้อยนักสำหรับเวทีของไทย จะมอบรางวัลให้กับการเล่นเป็นธรรมชาติ ...แต่ปีนั้นผลการตัดสินรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำอยู่เหนือความคาดหมายของป้า...(เพราะส่วนมากการตัดสินรางวัลแนวนี้นี้ ถ้าพูดถึงเวทีมาตรฐานเฉพาะในเอเชีย เรามักจะเห็นนักแสดงญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ที่เขาเน้นคุณภาพของงานแนวนี้มาตลอด ส่วนเวทีของไทยจะเน้นตัดสินแบบกลับขั้วกับเวทีนานาชาติมาตลอด)
และในปีก่อนหน้านี้ ที่รางวัลนำชาย ก็มีชื่อ เดวิด อัศวนนท์ จาก เคาท์ดาวน์ ได้รางวัลนำชาย...ซึ่งป้าก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียง กิตติศัพท์ของนักแสดงคนนี้มากก่อนเลย พอรู้ว่าเขาได้รับเกียรตินั้น ป้าก็รีบหาหนังเรื่องนี้มาดู...มันก็ได้คำตอบ และมองเห้นมุมมองและทัศนะของกรรมการเวทีนี้ชัดเจนขึ้น....อารมณ์และความศัทธาที่ป้าบุญรอดมีต่อกรรมการและเวทีรางวัลสุพรรณหงส์มันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ห่างหายไปนานร่วม 30 กว่าปี อารมณ์ประมาณว่าเราได้ดูคุณภาพเวทีประกาศผลรางวัลพอๆกับของญี่ปุ่น หรือ ฮ่องกง ประมาณนั้น
ทีนี้อยากลองหันกลับมามอง ทัศนะคติและคุณภาพของการประกาศผลรางวัลทางโทรทัศน์ของไทยในยุคหลังๆบ้าง...ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันถึงจะเรียกศัทธาและความเชื่อถือในคุณภาพของทุกเวทีหลักๆของบ้านเราให้มันกลับมาเหมือนในอดีตเมื่อหลายสิบกว่าปี...ให้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้...อันนี้คนดูหนังดูละครอย่างเรา ทั้งคนในและนอกวงการคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คุณภาพที่ปราศจากอคติอื่นๆแทรกซึมเข้ามา ให้หมดสิ้นไป ไม่อย่างนั้นวงการละครบ้านเราอาจจะถดถอยไปยิ่งกว่านี้ได้นะคะ
1-3 ปี มานี้...เห็นผลการตัดสินรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ...แล้วขอชื่นชมนะคะ
ยกตัวอย่างปีที่ ตัดสินรางวัลนำหญิง ซึ่งปีนั้นมีพลอย (ชั่วฟ้าดินสลาย) และ หนูนา (กวนมึนโฮ) เข้าชิงเชือดเฉือนกัน...ในปีนั้นป้ายังไม่ได้ดูหนังทั้ง 2 เรื่อง ในใจครั้งแรกแอบเชียร์ พลอย เพราะชื่อเสียง บารมี และกระแสความดังของเธอ เหนือกว่า หนูนา...แต่พอผลประกาศออกมาว่าเป็นหนูนา ได้รางวัล ป้าเลยต้องซื้อแผ่นมาดูทั้ง 2 เรื่อง...แล้วจึงได้คำตอบให้กับตนเอง
ตามความคิดเห็นและประสบการณ์ในการดูหนังดูละครมาช้านานของป้า...กรณีของ พลอย ที่พลาดรางวัลในปีนั้น เพราะ บทของ พลอย จากชั่วฟ้าดินสลาย พลอยถือว่าเล่นได้ดี แต่จะเล่นไปในแนวประดิษฐ์ ปรุงแต่งจริตและอารมณ์จนดูเกินความเป้นธรรมชาติ ซึ่งสไตล์ของหม่อมน้อย แอคติ้งจะออกมาแนวนี้แทบจะทุกเรื่อง
ในขณะที่ หนูนา จาก กวนมึนโฮ มีความหลากหลายของอารมณ์ มิติ อินเนอร์ และที่สำคัญการแสดงของหนูนามันตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติที่ปุถุชนคนหนึ่งๆ พึงมี พึงได้ พึงแสดงอารมณ์ต่างๆออกมาได้ชัดเจน ตามแบบฉบับของความเป็นมนุษย์
ระหว่างเล่นดี กับ เล่นเป็นธรรมชาติ...น้อยนักสำหรับเวทีของไทย จะมอบรางวัลให้กับการเล่นเป็นธรรมชาติ ...แต่ปีนั้นผลการตัดสินรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำอยู่เหนือความคาดหมายของป้า...(เพราะส่วนมากการตัดสินรางวัลแนวนี้นี้ ถ้าพูดถึงเวทีมาตรฐานเฉพาะในเอเชีย เรามักจะเห็นนักแสดงญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลี ที่เขาเน้นคุณภาพของงานแนวนี้มาตลอด ส่วนเวทีของไทยจะเน้นตัดสินแบบกลับขั้วกับเวทีนานาชาติมาตลอด)
และในปีก่อนหน้านี้ ที่รางวัลนำชาย ก็มีชื่อ เดวิด อัศวนนท์ จาก เคาท์ดาวน์ ได้รางวัลนำชาย...ซึ่งป้าก็ไม่เคยได้ยินชื่อเสียง กิตติศัพท์ของนักแสดงคนนี้มากก่อนเลย พอรู้ว่าเขาได้รับเกียรตินั้น ป้าก็รีบหาหนังเรื่องนี้มาดู...มันก็ได้คำตอบ และมองเห้นมุมมองและทัศนะของกรรมการเวทีนี้ชัดเจนขึ้น....อารมณ์และความศัทธาที่ป้าบุญรอดมีต่อกรรมการและเวทีรางวัลสุพรรณหงส์มันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ห่างหายไปนานร่วม 30 กว่าปี อารมณ์ประมาณว่าเราได้ดูคุณภาพเวทีประกาศผลรางวัลพอๆกับของญี่ปุ่น หรือ ฮ่องกง ประมาณนั้น
ทีนี้อยากลองหันกลับมามอง ทัศนะคติและคุณภาพของการประกาศผลรางวัลทางโทรทัศน์ของไทยในยุคหลังๆบ้าง...ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันถึงจะเรียกศัทธาและความเชื่อถือในคุณภาพของทุกเวทีหลักๆของบ้านเราให้มันกลับมาเหมือนในอดีตเมื่อหลายสิบกว่าปี...ให้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้...อันนี้คนดูหนังดูละครอย่างเรา ทั้งคนในและนอกวงการคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คุณภาพที่ปราศจากอคติอื่นๆแทรกซึมเข้ามา ให้หมดสิ้นไป ไม่อย่างนั้นวงการละครบ้านเราอาจจะถดถอยไปยิ่งกว่านี้ได้นะคะ