
ทีโอทีหมดยุคเสือนอนกิน โชว์กำไรปี′56 แค่ 4.1 พันล้าน ลดฮวบ 62% แถมปีนี้คาดขาดทุน 5 พันล้าน ชี้เหตุรายได้สัมปทานมือถือเกลี้ยง เปิดแผนผนึก"เอไอเอส" เป็นหลัก หวังให้เช่าคลื่นทำ 3จี ออกตัวทำเองแล้วเจ๊ง ลงทุน 2 หมื่นล้าน ปีแรกได้เงินแค่ 300 ล้าน
นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2556 ว่า มีกำไรสุทธิ รวมรายได้จากสัญญาสัมปทาน 4,128 ล้านบาท ลดลง 62% เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10,874 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานเพิ่มขึ้น 87.9% คิดเป็นมูลค่า 14,728 ล้านบาท และกรณีที่ไม่รวมรายได้สัมปทานจะมีผลขาดทุน 13,993 ล้านบาท โดยขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนปี 2557 ทีโอทีคาดมีรายได้ 31,744 ล้านบาท จากปัจจัยให้บริการ 3จีเป็นหลัก แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ จะมีผลประกอบการขาดทุนราว 5 พันล้านบาท จากปัจจัยการขาดรายได้จากในส่วนของสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นปีแรก
"ส่วนในปี 2557 เบื้องต้นจะเน้นไปที่ช่องทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะสร้างรายได้มาทดแทนที่หายไป พร้อมกับการหาพันธมิตรทำธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)" นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธกล่าวว่า ทางทีโอทียังมีแผนธุรกิจใหม่ ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต ที่ทำร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส ซึ่งเดิมมีแผนในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ร่วมกัน เพื่อให้บริการ 3 จี โดยทั้งเอไอเอสและทีโอทีต่างมีอยู่รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ รวมไปถึงแผนให้อีกฝ่ายเช่าใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถานีฐานเพื่อให้บริการ ที่ในปี 2557 ทีโอทีมีสถานีฐานให้บริการอยู่ 5,320 สถานีฐาน และเอไอเอสมี 15,000 สถานีฐาน ซึ่งเบื้องต้นจะส่งผลให้ทีโอที มีรายได้จากค่าเช่าใช้อุปกรณ์ราว 4 พันล้านบาท โดยไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด ทั้งนี้แผนดังกล่าวต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่มีการยุบสภา จึงต้องชะลอแผนไปก่อนจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาเบื้องต้น ทางทีโอทีมีแผนสำรองในการให้เอไอเอส เช่าใช้คลื่นความย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ของทีโอที จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเบื้องต้นเจรจากับเอไอเอสเรียบร้อย โดยจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาความถูกต้องทางด้านกฎหมาย ความเห็นชอบของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และบอร์ดทีโอที ตามลำดับ ทั้งนี้ ทีโอทียังมีธุรกิจอื่นๆที่เตรียมทำร่วมกับเอไอเอส ประกอบด้วย ให้เอไอเอสเช่าใช้อุปกรณ์เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต ให้เอไอเอสใช้จุดบริการเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) และบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
"สาเหตุที่เราทำสัญญาร่วมกับเอไอเอส เนื่องจากการทำโครงการ 3จี ที่ผ่านมายอมรับว่าล้มเหลว มีการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท แต่รายได้ปีแรกกลับมีแค่ 300 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยสาเหตุข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งสถานีฐานที่ล่าช้า พื้นที่ครอบคลุมให้บริการ และการที่เราทำตลาดไม่เก่ง" นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ จากเดิมที่ทีโอที มีแผนจะดำเนินโครงการให้บริการ 3จี ทีโอที ในเฟส 2 แต่ล่าสุดตัดสินใจยกเลิกแล้ว เนื่องจากจะเน้นไปที่แผนธุรกิจผ่านการใช้พันธมิตรทางธุรกิจแทน ซึ่งทีโอทีเองไม่มีศักยภาพพอที่จะลงทุนด้วยตนเอง อีกทั้งหากต้องกู้เงิน ก็เชื่อว่าคงไม่มีสถาบันการเงินยอมปล่อยกู้ให้ เมื่อเทียบจากความล้มเหลวในเฟสแรก
ที่มา :
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1393298718
TOT 3G และแล้วก็มีวันนี้ ทีโอทีประกาศยุติโครงการ TOT 3G เตรียมปล่อยคลื่นและเสาให้ AWN เช่าต่อ
ทีโอทีหมดยุคเสือนอนกิน โชว์กำไรปี′56 แค่ 4.1 พันล้าน ลดฮวบ 62% แถมปีนี้คาดขาดทุน 5 พันล้าน ชี้เหตุรายได้สัมปทานมือถือเกลี้ยง เปิดแผนผนึก"เอไอเอส" เป็นหลัก หวังให้เช่าคลื่นทำ 3จี ออกตัวทำเองแล้วเจ๊ง ลงทุน 2 หมื่นล้าน ปีแรกได้เงินแค่ 300 ล้าน
นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2556 ว่า มีกำไรสุทธิ รวมรายได้จากสัญญาสัมปทาน 4,128 ล้านบาท ลดลง 62% เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10,874 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานเพิ่มขึ้น 87.9% คิดเป็นมูลค่า 14,728 ล้านบาท และกรณีที่ไม่รวมรายได้สัมปทานจะมีผลขาดทุน 13,993 ล้านบาท โดยขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.3% ส่วนปี 2557 ทีโอทีคาดมีรายได้ 31,744 ล้านบาท จากปัจจัยให้บริการ 3จีเป็นหลัก แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายส่วนต่างๆ จะมีผลประกอบการขาดทุนราว 5 พันล้านบาท จากปัจจัยการขาดรายได้จากในส่วนของสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นปีแรก
"ส่วนในปี 2557 เบื้องต้นจะเน้นไปที่ช่องทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะสร้างรายได้มาทดแทนที่หายไป พร้อมกับการหาพันธมิตรทำธุรกิจร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)" นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธกล่าวว่า ทางทีโอทียังมีแผนธุรกิจใหม่ ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต ที่ทำร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส ซึ่งเดิมมีแผนในการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ร่วมกัน เพื่อให้บริการ 3 จี โดยทั้งเอไอเอสและทีโอทีต่างมีอยู่รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ รวมไปถึงแผนให้อีกฝ่ายเช่าใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน หรือสถานีฐานเพื่อให้บริการ ที่ในปี 2557 ทีโอทีมีสถานีฐานให้บริการอยู่ 5,320 สถานีฐาน และเอไอเอสมี 15,000 สถานีฐาน ซึ่งเบื้องต้นจะส่งผลให้ทีโอที มีรายได้จากค่าเช่าใช้อุปกรณ์ราว 4 พันล้านบาท โดยไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใด ทั้งนี้แผนดังกล่าวต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่มีการยุบสภา จึงต้องชะลอแผนไปก่อนจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาเบื้องต้น ทางทีโอทีมีแผนสำรองในการให้เอไอเอส เช่าใช้คลื่นความย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ของทีโอที จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเบื้องต้นเจรจากับเอไอเอสเรียบร้อย โดยจากนี้จะเข้าสู่การพิจารณาความถูกต้องทางด้านกฎหมาย ความเห็นชอบของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) และบอร์ดทีโอที ตามลำดับ ทั้งนี้ ทีโอทียังมีธุรกิจอื่นๆที่เตรียมทำร่วมกับเอไอเอส ประกอบด้วย ให้เอไอเอสเช่าใช้อุปกรณ์เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต ให้เอไอเอสใช้จุดบริการเชื่อมต่อบริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) และบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
"สาเหตุที่เราทำสัญญาร่วมกับเอไอเอส เนื่องจากการทำโครงการ 3จี ที่ผ่านมายอมรับว่าล้มเหลว มีการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท แต่รายได้ปีแรกกลับมีแค่ 300 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยสาเหตุข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งสถานีฐานที่ล่าช้า พื้นที่ครอบคลุมให้บริการ และการที่เราทำตลาดไม่เก่ง" นายยงยุทธกล่าว
นายยงยุทธกล่าวว่า นอกจากนี้ จากเดิมที่ทีโอที มีแผนจะดำเนินโครงการให้บริการ 3จี ทีโอที ในเฟส 2 แต่ล่าสุดตัดสินใจยกเลิกแล้ว เนื่องจากจะเน้นไปที่แผนธุรกิจผ่านการใช้พันธมิตรทางธุรกิจแทน ซึ่งทีโอทีเองไม่มีศักยภาพพอที่จะลงทุนด้วยตนเอง อีกทั้งหากต้องกู้เงิน ก็เชื่อว่าคงไม่มีสถาบันการเงินยอมปล่อยกู้ให้ เมื่อเทียบจากความล้มเหลวในเฟสแรก
ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1393298718