แม่สามีปะทะลูกสะใภ้ & แม่ยายปะทะลูกเขย

เรียบเรียงก่อนนะค่ะ.  เราลูกสาวคนเดียว แฟนเรามีพี่น้องสามคน เค้าเป็นคนกลาง นอกนั้นผู้หญิงทั้งคู่ ก็มีบ้างที่ทะเลาะกันในฐานะเป็นแฟนกันเล็กๆน้อยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นลูกสาวคนเดียวพอมีอะไรก็เล่าให้แม่ฟังหมด(เพราะเราสนิทกับแม่มาก ปรึกษาทุกเรื่อง)  ในฐานะคนเป็นแม่พอลูกร้องไห้ฟูมฟายก็จะมีบ้างที่เรียกฝ่ายแฟนเรามานั่งคุยแต่มันไม่ใช่แค่นั่น แฟนเราเป็นคนเก็บกดค่ะ เค้าไม่ชอบให้ใครมาสอน (แต่มันก็อาจจะจริง เพราะม่ายช่ายแม่เค้า) จนเกิดเรื่อง แฟนเราไม่ชอบแม่เรา เพราะเค้าคิดว่ามีอะไรเราก็ไปบอกแม่หมด แต่จะทำไงได้ละค่ะ เพราะเราพูดกับเค้าไม่ได้ มันเหมือนพูดแล้วความคิดไม่ตรงกัน สุดท้ายก็ทะเลาะกันอีก คบมาได้ 7 ปี เราได้แต่งานกัน อยู่กินกันมาได้เกือบสองปี ก็มีลูก 1 คน ตอนนี้ 8 เดือนค่ะ แต่มันมีเรื่องที่หนักกว่านั้น ช่วงตอนที่เราจะคลอดเราก็จะให้แม่มาเป็นคนเลี้ยงลูก อันนี้แฟนก็ตกลงกับเราแล้ว แต่วันที่เราเอาลูกกลับมาบ้านวันแรก มีเรื่องเลยค่ะ เพราะบ้านเราเลี้ยงแมว 1 ตัว ไอเจ้าแมวก็ดันเดินเสนอหน้าออกมามอง เค้าเห็นและไม่พอใจเป็นอย่างมาก ด้วยอารมณ์ของแฟนเราที่ไม่ค่อยจะถูกกับแม่เราอยู่แล้ว เรื่องมันเลยใหญ่ขึ้น และทุกๆวันแฟนเราก็คอยจะจ้องมองว่าแมวอยู่ไหน แม่เราทำอะไร คือพูดง่ายๆว่าแม่เราทำอะไรก็จะมองว่าผิดไปหมด (คือที่บ้านจะขังแมวไว้ข้างนอกบ้างในครัวบ้าง แต่ตอนนอนจะขึ้นไปนอนกับแม่ นิสัยแมวก็ชอบกระโดดไปสำรวจของเป็นเรื่องธรรมชาติของมัน เราห้ามไม่ได้) มันได้กระโดดมานอนใกล้ๆที่นึ่งขวดนมลูกเรา ซึ่งแฟนเอาไปตั้งไว้ในครัว คราวนี้แหละบ้านแทบแตก เราก็เลยย้ายมาไว้ในห้องให้พ้นแมว แฟนเราก็มาพูดว่า "มันอยู่ตรงนั้นก็ดีอยู่แล้ว จะย้ายเข้ามาทำไม" ด้วยความที่เราไม่อยากให้มีเรื่อง เราก็บอกไปว่าตั้งตรงนั้นเดี๋ยวแมวก็โดดขึ้นมาอีก แล้วอีกอย่างฝุ่นก็เยอะด้วย และแล้วเรื่องนี้ก็ผ่านไปแบบไม่พอใจ แต่เราก็สัญญากับเค้านะค่ะว่าเราจะให้แมวเราออกไปเล่นข้างนอกบ้านไม่ให้เข้ามาในครัว แต่ในความจริงมันก็ทำไม่ได้ เพราะมันก็เข้ามานอน กินข้าว ในครัวอยู่ดี จนสุดท้ายแฟนเราคงหมดความอดทน แล้วหันมาถามเราว่าเมื่อไหร่แมวจะออกไปข้างนอก เราก็บอกว่าคงจะทำไม่ได้ นั่นแหละค่ะ เรื่องเกิดเลย แม่เรานั่งดูทีวีอยู่ แฟนเรากะเรานั่งกินข้าว เค้าก็พูดลอยๆขึ้นมาว่า "สัญญาไม่เป็นสัญญา ไหนบอกจะเอาแมวออกไปไว้ข้างนอก แล้วทำไมมันมาอยู่ในบ้านอีก" แม่กะเราเงียบ แม่เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวแม่ไปเองเพราะคงทำไม่ได้ แฟนเราโมโหสุดขีด คือคนไม่ถูกกันพูดอะไรไปก็เหมือนของขึ้น เค้าวางช้อนแล้วขับรถอย่างเร็วออกนอกบ้านไป เหลือเรากะแม่แล้วก็ลูกนั่งมองตากัน จนสุดท้ายเค้าก็ยีงไม่ยอมกลับบ้าน เราขนของย้ายออกจากบ้านไปอยู่กะแม่ทันที (เท้าความนิดนึงค่ะ คือแม่เราอยู่คยเดียว พ่อมีบ้านใหม่ พอเราแต่งงานก็เลยย้ายออกมาอยู่กับแฟน แม่อยู่กับแมว เราจะได้เจอแม่แค่วันอาทิตย์ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง) ออกจากบ้านไปอยู่กับแม่ได้แค่สามวัน เค้าโทรมาคุยกับเรา แต่คุยแบบทะเลาะกัน และประโยคสุดท้ายจากปากแฟนเรา "ยิ้มเอาของที่กรูรักไป กรูก็จะไปเอาของที่ยิ้มรักบ้าง" แค่คำนั้นค่ะ เราบอกแม่ว่าจะกลับบ้าน เพราะกลัวแม่เป็นอันตราย แม่ก็ยังคงมาเลี้ยงลูกเราได้ไม่กี่วัน เราสงสารแม่มาก ทั้งสายตา สีหน้า คำพูด ที่แฟนเราทำใส่ จนสุดท้าย เราบอกแม่ว่า ให้แม่กลับบ้านไปเราขอเลี้ยงลูกเอง ทั้งๆที่คิดไม่ออกเลยว่าจะทำได้ไหม เราร้องไห้เสียใจมากที่แม่เรากะแฟนเราเข้ากันไม่ได้ จนเราตัดสินใจลาออกจากงานค่ะ เพราะเราไม่อยากให้แม่เราปะทะกับแหนเราอีกเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ไดีดีขึ้นเลย แถมมีประโยคถามว่าจะเลี้ยงลูกไหวไหมถ้าไม่ไหว เค้าจะให้แม่เค้าไปเลี้ยง เราตอบทันทีค่ะ เราเลี้ยงไหว (คำพูดนี้รู้สึกเค้าเห็นแก่ตัวมาก ทีแม่เรานิอะไรก็ไม่ได้ แต่บ้านเค้าเลี้ยงหมาเป็นสิบ เนี่ยนะจะให้ลูกไปอยู่ด้วย) กลุ้มค่ะ จนมาเมื่อวันเสาร์แม่แฟนมาบ้านเรา เราก็ยกมือไหว้พูดคุยปกติ แต่มันอาจจะเฉยชาไปบ้สงเพราะสิางที่เค้าทำกับแม่เรานั้นหนักมาก แต่เราก็เก็บค่ะ เก็บไว้ในใจ จนแม่เค้ากลับบ้านไป แฟนหันมาถามเราว่า ทำไมเราทำเหมือนไม่อยากให้แม่เค้ามาบ้าน เราก็ถามเค้าว่า ไหนลองยกตัวอย่างสิว่าเราทำอะไรที่ไม่อยากให้เค้ามาบ้านเรา เค้าก็เงียบพักนึง แล้วก็พูดว่าเราทำหน้าตาเฉยเมยใส่เค้า (เราคิดในใจว่างกันเนอะ กรูเหนื่อยแทบตายเลี้ยงลูก ทำงานบ้าน) เค้าเองแทบไม่เคยช่วย เรานิคิดไม่ออกเลยว่าเค้าคิดกันได้งัย เหนื่อยค่ะทุกวันนี้ ในใจเราบอบช้ำมาก ทำกับแม่เราขนาดนี้ แต่เราไม่เคยคิดร้ายกับที่บ้านเค้าเลย แต่มันก็มีบ้างแหละค่ะยอมรับว่าเราเองเฉยขึ้นเพราะแฟนเราทำกับแม่เราไว้ ทำไมเราจะไม่คิด ตอนนี้อยากรึกษาค่ะว่าจะหาทางออกอย่างงัย เพราะเราคุยกับแฟนเราไม่ได้ เค้าไม่ยอมรับฟังเรา ตอนนี้มันกลายเป็นว่าแฟนเราเค้าเอาเรื่องในบ้างไปปรึกษาแม่เค้า เราก็ปรึกษาแม่เรา แต่ในใจเราอยากเลิกค่ะ อยากทำงานเลี้ยงลูกเอง กลับไปอยู่กับแม่ค่ะ ทุกวันนี้เราได้เงินเดือนจากแฟนเราแค่เดือนละ 3000 บาท หม่พอค่ะพูดตรงๆ แต่ก็เข้าใจนะค่ะ เค้ามีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อยากจะปรึกษาว่าเราจดทะเบียนกันค่ะ
-เรื่องลูกถ้าจะขอหย่าจะออกไปในรูปแบบไหน
-สินทรัพย์ที่ได้จากแต่งงานนี่เป็นของฝ่ายหญิงหมดเลยใช่ไหมค่ะ พอดีอยู่ที่บ้านฝ่ายชายหมดเลย เคยขอมาเก็บไว้ที่บ้านแฟนไม่ยอมค่ะ เค้ากลัวเราดูแลไม่ได้ แต่ไปอยู่ที่บ้านเค้าเราก็กลัวค่ะอันนี้ถ้าเราจะขอคืนมาเก็บไว้ที่บ้านเราไม่ผิดช่ายไหมค่ะ
-บ้าน เงินดาวน์เป็นเงินสินสอดจำนวน 1,000,000 บาท อันนี้เราทำอะไรได้บ้างไหม เพราะจดทะเบียนก่อนซื้อบ้านค่ะ
-มีมาตรากฎหมายตรงไหนบ้างค่ะ ที่ดูหมิ่นบุพพการีฝ่ายตรงข้ามสามารถฟ้องหย่าได้
ขอบคุณมากค่ะ ที่เราเล่ามาต้องยาว มีอะไรที่เราผิด ก็แนะนำได้นะค่ะ ไม่โกรธค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เรื่องครอบครัว อย่าให้มีมือที่ 3 4 5 เด็ดขาด ถึงแม้จะเป็นแม่
เป็นน้อง เป็นพี่ เป็นคนที่รักหรือเกรงใจที่สุดก็ตาม บรรลัยทุกราย
ผัวเมียนอนด้วยกัน ต้องคุยกันเอง ถ้าคุยไม่รู้เรื่อง ก็จบเห่ แต่ถ้าผัวเมียคุยกันรู้เรื่อง เข้าใจกัน
ถึงแม่ผัว แม่เมีย จะร้ายแค่ใหน ญาติพี่น้องจะเยอะแค่ใหน ก็จะไม่มีปัญหาเลย ถ้าผัวเมียเข้าใจกัน
เราเจอมากับตัว แม่สามี น้องสามีร้ายสุดๆ แต่เราไม่สนใจหรือ ต่อความยาวสาวความยืด
คุยกับสามีรู้เรื่อง ว่า เรื่องอะไรเป็นยังไง เรานิสัยยังไง เขา เป็นยังไง จนสุดท้าย เราก็ผ่านจุดนั้นมาได้
เรื่องของเรื่อง คุณสองคนผัวเมีย ต้องคุย และเข้าใจกันให้ได้ก่อน
ความคิดเห็นที่ 11
ใจเย็นๆกันก่อนดีไหม เหมือนต่างฝ่ายจะเอาชนะกันยังไงไม่รู้

ผู้ชายส่วนมาก ถ้าเป็นประเภทมีความคิดดี เป็นผู้นำ และก้าวหน้าในการงาน มักจะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ แต่ เขาก็มีเหตุผล คุยกันด้วยเหตุผล และ ทำให้เขาเห็นว่า ตัวคุณก็มีศักยภาพ และความสามารถพอ เขาถึงไว้ใจที่จะให้ทำอะไรได้หรือตัดสินใจได้ แต่ถ้าอะไรๆก็เอาแต่ใจ อ้างคนว่าคนนั้นเป็นแบบนี้คนนี้เป็นแบบนั้น ฉันก็ต้องได้เหมือนคนอื่น เรื่องจะยาวไม่จบ ถึงเขาหยวนผ่านๆแต่เขาจำไม่ลืม และที่สำคัญ ถ้าใครผิดอย่าหักหน้ากัน ไมงั้นรับรองโดนคืนหลายเท่าเวลาเราผิดบ้าง

แต่ถ้าเขาเป็นผู้ชายที่ห่วย และยังโง่ ก็ช่วยไม่ได้ เพราะจะไม่มีเหตุผลเกี่ยวข้อง มันจะอยู่ที่ว่า เขาถูกใจคือจบ ถ้าไม่ก็มีเรื่อง

มีข้อนึงอยากบอกคือ พ่อแม่ที่ดีจะไม่ยุ่งเรื่องระหว่างลูกตนเองและคู่ชีวิตเขา และจะไม่ชี้ผิดชี้ถูก แต่ทำได้แค่ ตำหนิลูกตัวเองถ้าทำอะไรไม่ถูกต้อง และสนับสนุนการกระทำที่ถูกต้องของเขย หรือสะใภ้ แต่จะไม่มีการตำหนิ เขย หรือ สะใภ้ เพราะมันมองได้ว่า ใครๆก็เข้าข้างลูกตัวเอง ถ้าพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเป็นแบบนี้ ชีวิตคู่และความสัมพันธ์ของ2ฝ่ายราบรื่น

การที่คุณ เอาเรื่องปัญหาไปปรึกษาแม่คุณ แค่ปรึกษาเฉยๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าให้แม่เป็นคนมาพูดตำหนิฝ่ายชาย มันก็เป็นเรื่องแน่ๆ
ลองคิดดู ถ้าเขาเอาเรื่องของคุณไปบ่นให้พ่อแม่พี่น้องเขาฟัง คุณจะพอใจไหม
แต่ทั้งนี้ มันก็อยู่ที่เรื่องปัญหามันเป็นอย่างไร ถ้าบางเรื่องใหญ่โต มีความสำคัญ ก็มีความจำเป็น ซึ่งขั้นตอนมีอยู่ว่า เริ่มจากตกลงกันเองก่อน ไม่ได้ ให้พ่อแม่ไกล่เกลี่ย โดตต้องคุยกับพ่อแม่ฝ่ายโน้นก่อน ถ้าไม่ได้ ค่อยพ่อแม่ฝ่ายเรา ถ้าไม่ได้ ก็ค่อยเลิกกัน เพราะปัญหาต่างๆ จะอะไรก็ตาม ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นกลาง มันควรจบได้ตั้งแต่คุยกับพ่อแม่ฝ่ายโน้นแล้ว

ปัญหาส่วนมากคือ พ่อแม่เข้าข้างลูกตัวเอง โดนไม่สนใจว่าอะไรควรไม่ควร อะไรถูกไม่ถูก เมื่อเรื่องมันลาม จนถึงพ่อแม่2ฝ่ายทะเลาะกัน เพราะฝ่ายผิดไม่ยอมรับ และฝ่ายถูกทนไม่ไหว ผลก็คือ ได้เลิกกัน

ใจเย็นๆ ลองมองปัญหาให้ดี ถูกผิดไม่รู้ แต่ผมคิดว่าแค่เรื่องแมวยังยอมกันไม่ได้ น่าจะเหมือนบาดหมางกันมานาน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่