สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
อ่านข้อความของคุณแล้ว ผมกลับคิดว่าคนที่คิดมากและมีปมด้อยคือคุณนะครับ
ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนดีไม่กลัวการติฉินนินทาครับ
ถ้าไม่ใช่ คุณจะไปสนใจสิ่งที่เขาพูดทำไมครับ
อีกอย่างทัศนะคติ แบบแบ่งชนชั้น กรรมมาชีพ กับ ปัญญาชน ผมว่ามันหมดสมัยไปนานแล้วครับ
คนเราก็เป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคุณจะแยกลักษณะนิสัยคนได้จากวิชาชีพที่เขาทำ
หรือการศึกษาของเขา
คุณยายผมจบแค่ ป สี่ ครับ ปากกัดตีนถีบ และประสบการณ์ชีวิต ของท่านมากมาย
หลายหนที่หลานๆ ระดับปริญญาสูงๆ ได้รู้ว่าบางครั้งประสบการณ์มันก็มีค่ามากกว่า กระดาษปริญญาครับ
อยากให้คุณลองปรับแนวคิดดูนะครับ แล้วก็ทำใจสบายๆ
คุณมีดีให้คนอื่นอิจฉาก็ดีแล้ว คนร้อนใจไม่สมควรที่จะเป็นคุณนี่ครับ
ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนดีไม่กลัวการติฉินนินทาครับ
ถ้าไม่ใช่ คุณจะไปสนใจสิ่งที่เขาพูดทำไมครับ
อีกอย่างทัศนะคติ แบบแบ่งชนชั้น กรรมมาชีพ กับ ปัญญาชน ผมว่ามันหมดสมัยไปนานแล้วครับ
คนเราก็เป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคุณจะแยกลักษณะนิสัยคนได้จากวิชาชีพที่เขาทำ
หรือการศึกษาของเขา
คุณยายผมจบแค่ ป สี่ ครับ ปากกัดตีนถีบ และประสบการณ์ชีวิต ของท่านมากมาย
หลายหนที่หลานๆ ระดับปริญญาสูงๆ ได้รู้ว่าบางครั้งประสบการณ์มันก็มีค่ามากกว่า กระดาษปริญญาครับ
อยากให้คุณลองปรับแนวคิดดูนะครับ แล้วก็ทำใจสบายๆ
คุณมีดีให้คนอื่นอิจฉาก็ดีแล้ว คนร้อนใจไม่สมควรที่จะเป็นคุณนี่ครับ
OBERON ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1238832 ถูกใจ, คนบ้านน้อย ถูกใจ, สายฝนกับลมหนาว ถูกใจ, hamzabahrain ถูกใจ, apsomm ถูกใจ, เก๊าชื่อ มู่ทู่ หลงรัก, napatn ถูกใจ, เสียงจากบ้านนา ถูกใจ, hey_yapyap ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ปัญหาชีวิต
ภาคอีสาน
กรรมกรอีสานนิสัยพาล ขี้อิจฉา ขี้นินทา ใส่ความทำให้คนอื่นเข้าใจผิด ผมควรทำอย่างไรดีครับ?
เรื่องมันเริ่มมาจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วผม Admission ติดมหาลัยคณะหนึ่งในต่างจังหวัดแต่พ่อแม่ผมไม่สนับสนุนให้ไป ผมจึงตัดสินใจไม่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษา และหยุดอยู่บ้านอ่านหนังสือสอบมหาลัยอื่นๆแทน เนื่องจากว่าผมอาศัยอยู่บ้านญาติซึ่งเป็นโรงงานและมีแต่คนงานต่างจังหวัด(อีสาน) ทำงานเช้าถึงเย็น เมื่อพวกเขารู้หรือได้ยินข่าวมาว่าผมไม่ได้ไปโรงเรียนหรือไปเรียนแต่อย่างไร พวกเขาก็คุยกันเองว่า "ทำไมผมถึงไม่ไปเรียนสักที" ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกับพวกเขาเลย นานๆเข้าก็เริ่มด่าผมเสียๆหายๆว่า "หมดอนาคตแล้ว โง่..สอบไม่ติดมหาลัย กินหญ้า..!@#$%^&*()" ตอนนั้นผมโมโหมากและเก็บไปปรึกษาพ่อแม่จนทะเลาะกับพ่อแม่เพราะเรื่องนี้มาแล้ว พ่อแม่ได้แต่บอกผมว่า "อย่าไปสนใจ.." แต่ผมก็ยังโมโหอยู่ดี เมื่อพวกเขารู้ว่าผมรู้ภาษาและต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เริ่มมีเสียงเล่าอ้างต่อๆมา อีกทั้งตอนผมขอพ่อแม่ชื้อของใช้ในการเรียน หนังสือ ก็มีเสียงว่า "เด็กน้อย สู้พวกเราไม่ได้ ทำงานเก็บเงินใช้เอง" ทั้งที่ผมไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเมื่อปลายปีที่แล้วผมจึงไม่สนใจพวกเขาเหล่านั้นได้สำเร็จ เมื่อคนงานอีสานขี้นินทาเริ่มรู้สึกถึงความไม่สนใจพวกเขา ก็เริ่มมาแกล้งปิดน้ำบ่อยครั้งตอนผมอาบน้ำบ้างแล้วจนผมต้องโมโหอีกครั้งเพราะกำลังอาบน้ำมันๆ ดันทะลิ่งน้ำไม่ไหล ผมเลยระเบิดอารมณ์ไปหลายต่อหลายครั้ง พอมาถึงปีนี้ผมเลยหลับตาลงแล้วเริ่มคิดวิเคราะห์ ผมจึงลองเอาเครื่องอัดเสียงไปวางไว้ใกล้ที่ๆคนงานอีสานเหล่านั้นทำงาน เมื่อผ่านไปได้สัปหาด์ 2 สัปดาห์ ผมลองเอากลับมาฟังดูพบว่า จากการที่ผมไม่สนใจพวกเขา เดินไม่มองหน้าพวกเขา ไม่ใส่ใจทั้งสิ้น พบว่าพวกเขาเหล่านั้น ขี้อิจฉา ขี้นินทาและมีปมด้อย
อีกเรื่องที่ตลกคือมีช่วงหนึ่งพูดขึ้นว่า "น้องเขาหยิ่งเนอะ(เสียงสูง)" "อ่านหนังสือมากไป เลยหยิ่ง"
ตอนนี้พวกเขากำลังทำให้ญาติผมและเพื่อนบ้านรอบข้างเข้าใจผิดเรื่องที่ผมเดินไม่มองหน้าพวกเขา เข้าใจว่าไม่มองญาติและเพื่อนบ้านด้วย
ใจจริงผมทั้งสมเพชพวกเขาเหล่านั้นและสงสารไปด้วยในเวลาเดียวกัน
สมเพชที่ว่าชีวิตนี้เป็นได้แค่คนงาน ขี้อิจฉา ขี้นินทา นิสัยพาลสมแล้วที่ชีวิตนี้พวกเขาเหล่านั้นไม่มีค่าเสียเลย
น่าสงสารที่ว่าพวกเขาเหล่านั้นกระวนกระวานในใจที่ผมเดินไม่มองหน้าพวกเขา ทุกข์ใจเรื่องที่ผมตีค่าให้พวกเขาไร้ราคา
ผมยังรู้อีกว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการในตอนนี้คือต้องทำให้ผมสนใจพวกเขาให้ได้
ผมควรทำอย่างไรต่อครับ
ระหว่างเดินไม่มองหน้าและปล่อยผ่านให้พวกเขาเหล่านั้นนินทาไปและใส่ความผมข้างเดียว กับเอาไฟล์เสียงที่อัดไว้ไปเปิดให้ญาติฟังและปรึกษาเล่าความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ถ้ามีคำแนะนำอื่นๆ ผมยินดีครับ
update01 : ผมเปลี่ยนไปใช้คำว่า "คนงาน" แทน "กรรมกร" ให้ตามคห.16ครับ