เรื่องมันมีอยู่ว่า ไม่อยากปฏิเสธพี่สาวเรื่องออกรถให้หลานชาย (ลูกพี่สาว) ทั้งที่หลานคนนี้เคยมีประวัติเบี้ยวค่างวดรถมอเตอร์คันเก่าที่ย่า(น้องสาวของแม่ของพ่อเค้า) ออกให้ แต่ชื่อเป็นชื่อของย่า
หลานคนนี้ก็คล้ายๆ กับวัยรุ่นทั่วไปที่บ้านแตก พ่อแม่แยกทางกัน เค้าอยู่กับแฟนของเค้า ทำงานที่ร้านอาหาร เที่ยวเล่น ไปวันๆ แต่ด้วยว่าคนที่เป็นย่าเอ็นดูและสงสาร เลยออกรถให้จะได้มีรถขี่ไปทำงาน โดยให้หลานผ่อนเอง แต่สรุปก็ค้างค่างวด 6 เดือน ซึ่งตอนนั้นเรากับพ่อเราก็เห็นใจเลยช่วยจ่ายค่างวดให้ 1 งวด รอให้บริษัทมายืดรถไป จากนั้นด้วยความจำเป็นต้องไปรับไปส่งน้องชายไปโรงเรียน ต้องมีรถ พี่สาวเลยขอแกมเหมือนจะบังคับ(ใช้คำพูดประมาณว่าไม่มีใครแล้ว+เศร้า หงุดหงิด โมโห หลากอารมณ์) เราก็จำเป็นต้องออกรถมอ'ไซค์ เป็นชื่อเรา และต้องหาคนค้ำให้อีกซึ่งเป็นหัวหน้าเก่าที่เราเคยทำงานด้วย คนค้ำคนนี้เค้ารู้จักเราพอสมควรว่าครอบครัวเราเป็นยังไง เค้าบอกว่าถ้ารถไม่ใช่ชื่อเราเค้าก็ไม่ค้ำให้หรอกนะ
หลังจากได้มอ'ไซค์สมใจ ก็ลุ้นกันทุกเดือนว่าไปจ่ายค่างวดมั้ย มีบางงวดจ่ายช้าเพราะหลานเอาเงินไปใช้อย่างอื่นฯ ก็ต้องโทรไปบอกพี่สาวให้ส่งเงินมา
เป็นแบบนี้ประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดครั้งที่ 3
บริษัทไฟแนนรถโทรมาทวง ก่อนหน้านี้เราให้เบอร์โทรหลานและพี่สาวไป แต่เค้าบอกว่าติดต่อไม่ได้ นัดวันจ่ายแต่เบี้ยวไม่ไปจ่าย
เราก็เลยติดต่อพี่สาวเรา บอกว่าเป็นแบบนี้อีกแล้วนะ พี่สาวก็บอกว่าเดี๋ยวโทรหาลูกชายก่อน แต่ติดต่อไม่ได้
เราก็บ่นไปเยอะเหมือนกัน เค้าคงจะรำคาญ พูดกลับมาว่าไม่ต้องกลัวจะไม่จ่าย แค่งวดเดียวเองมันหนักขนาดนั้นเลย??!! เราไม่พอใจกับคำพูดของเค้าทั้งที่เราช่วยพวกเค้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเค้าควรรับผิดชอบจ่ายค่างวดทุกเดือน
ตอนนี้ก็เครียดเหมือนกัน ไม่รู้จะพูดยังไงดี พูดมาก บ่นเยอะ เค้าก็พาลมาโกรธไม่พอใจเรา
เห็นว่าเป็นพี่เป็นน้องกันแท้ๆ
ออกรถมอเตอร์ไซค์ให้หลานแท้ๆ แต่เกิดปัญหา!!
หลานคนนี้ก็คล้ายๆ กับวัยรุ่นทั่วไปที่บ้านแตก พ่อแม่แยกทางกัน เค้าอยู่กับแฟนของเค้า ทำงานที่ร้านอาหาร เที่ยวเล่น ไปวันๆ แต่ด้วยว่าคนที่เป็นย่าเอ็นดูและสงสาร เลยออกรถให้จะได้มีรถขี่ไปทำงาน โดยให้หลานผ่อนเอง แต่สรุปก็ค้างค่างวด 6 เดือน ซึ่งตอนนั้นเรากับพ่อเราก็เห็นใจเลยช่วยจ่ายค่างวดให้ 1 งวด รอให้บริษัทมายืดรถไป จากนั้นด้วยความจำเป็นต้องไปรับไปส่งน้องชายไปโรงเรียน ต้องมีรถ พี่สาวเลยขอแกมเหมือนจะบังคับ(ใช้คำพูดประมาณว่าไม่มีใครแล้ว+เศร้า หงุดหงิด โมโห หลากอารมณ์) เราก็จำเป็นต้องออกรถมอ'ไซค์ เป็นชื่อเรา และต้องหาคนค้ำให้อีกซึ่งเป็นหัวหน้าเก่าที่เราเคยทำงานด้วย คนค้ำคนนี้เค้ารู้จักเราพอสมควรว่าครอบครัวเราเป็นยังไง เค้าบอกว่าถ้ารถไม่ใช่ชื่อเราเค้าก็ไม่ค้ำให้หรอกนะ
หลังจากได้มอ'ไซค์สมใจ ก็ลุ้นกันทุกเดือนว่าไปจ่ายค่างวดมั้ย มีบางงวดจ่ายช้าเพราะหลานเอาเงินไปใช้อย่างอื่นฯ ก็ต้องโทรไปบอกพี่สาวให้ส่งเงินมา
เป็นแบบนี้ประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งล่าสุดครั้งที่ 3
บริษัทไฟแนนรถโทรมาทวง ก่อนหน้านี้เราให้เบอร์โทรหลานและพี่สาวไป แต่เค้าบอกว่าติดต่อไม่ได้ นัดวันจ่ายแต่เบี้ยวไม่ไปจ่าย
เราก็เลยติดต่อพี่สาวเรา บอกว่าเป็นแบบนี้อีกแล้วนะ พี่สาวก็บอกว่าเดี๋ยวโทรหาลูกชายก่อน แต่ติดต่อไม่ได้
เราก็บ่นไปเยอะเหมือนกัน เค้าคงจะรำคาญ พูดกลับมาว่าไม่ต้องกลัวจะไม่จ่าย แค่งวดเดียวเองมันหนักขนาดนั้นเลย??!! เราไม่พอใจกับคำพูดของเค้าทั้งที่เราช่วยพวกเค้า แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเค้าควรรับผิดชอบจ่ายค่างวดทุกเดือน
ตอนนี้ก็เครียดเหมือนกัน ไม่รู้จะพูดยังไงดี พูดมาก บ่นเยอะ เค้าก็พาลมาโกรธไม่พอใจเรา
เห็นว่าเป็นพี่เป็นน้องกันแท้ๆ