มาช่วยกันคิด .. ทำไม FROZEN ถึงดังได้ขนาดที่มันกำลังดัง ณ ขณะนี้

ดังยังไงเหรอ

1. หนังใช้เวลา 11 สัปดาห์ติดๆกันในท๊อป 5 (ไม่นับสัปดาห์แรกที่ฉายพรีวิว 1 โรง) โดยไม่หลุดไปจากท๊อป 5 เลย ไม่ธรรมดายังไงเหรอ ก็คิดดูแล้วกัน ครั้งสุดท้ายที่มีหนังที่สามารถอยู่ในชาร์ตบ็อกซ์ ออฟฟิศ โดยไม่หลุดจากท๊อป 5 เป็นเวลามากกว่า 10 สัปดาห์ ก็คือ Avatar .. ย้อนไปก่อนหน้านั้นก็ There's Something About Mary ในปี 1998 และ Titanic ในปี 1997

2. รายได้ล่าสุดของวันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือวันที่ 90 ของการฉาย.. ทายสิ ว่าหนังเรื่องนี้ ยืนอยู่ที่อันดับที่เท่าไหร่..
เฉลย http://boxofficemojo.com/daily/chart/?sortdate=2014-02-19&p=.htm
(อันดับที่ 5!! ฉายมา 90 วันแล้ว -3 เดือน- ยังอยู่อันดับ 5!)

3. มาดูเปอร์เซ็นต์การลดลงของรายได้ สัปดาห์ต่อสัปดาห์กัน
สัปดาห์ที่ 2; -53.1%
3rd week; -28.6%
4th week; -13.0%
5th week; +45.6%
6th week; -31.5%
7th week; -24.8%
8th week; -20.1%
9th week; -22.5%
10th week; -2.0%
11th week; -23.1%
12th week; -9.4%
หรือเฉลี่ยแล้ว รายได้เปลี่ยนแปลงต่อสัปดาห์อยู่ที่ -16.6%

4. ถ้าหนังเรื่องนี้ ทำรายได้ถึง 400 ล้าน (ตอนนี้ทำไปแล้ว 379 ล้าน) จะเป็น 1 ในสามของประวัติศาสตร์บ็อกซ์ ออฟฟิศ ที่สามารถทำรายได้ผ่านหลัก 400 ล้าน โดยที่ไม่ต้องอาศัยการฉายรอบสอง (re-release) ทั้งๆที่เปิดตัว ไม่ถึง 100 ล้าน.. อีกสองเรื่องที่สามารถทำอย่างนี้ได้นั่นเหรอ ก็ Titanic กับ Avatar ไง

5. ทางด้านตลาดนอกอเมริกา ก็.. เช่นเดียวกัน แม้ว่าในหลายๆประเทศ จะทำรายได้อยู่ในระดับ "ดี" ไม่ถึงขั้น "ปรากฏการณ์" แต่ในอีกหลายๆประเทศก็ไม่เป็นเช่นนั้น ตอนนี้ รายได้จากประเทศต่างๆนอกอเมริกา อยู่ที่ 580 ล้าน (ย้ำอีกครั้ง ว่าตัวเลขนี้ ไม่ได้รวม 379 ของอเมริกา เพราะถ้ารวมทั่วโลก ตอนนี้ ก็อยู่ที่ 959 ล้านเหรียญ) มิหนำซ้ำ นี่ยังไม่รวมถึงตลาดใหญ่ยักษ์อย่าง "ญี่ปุ่น" อีกนะ ซึ่งก็เป็นที่รู้ๆกันว่า เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของดิสนีย์ เพราะฉะนั้น หลักพันล้านทั่วโลก แน่นอนยิ่งกว่าหลัก 400 ล้านในอเมริกาเสียอีก

6. ทางด้านเพลง ก็สามารถส่งเพลง Let it go ขึ้นชาร์ตบิลบอร์ดได้ สูงสุดที่อันดับที่ 18 ซึ่งถือว่า สูงมากๆ สำหรับเพลงจากภาพยนตร์ .. แถมเวอร์ชั่นที่ไต่สู่อันดับที่ 18 ก็คือ เวอร์ชั่นที่ร้องในภาพยนตร์ โดย Idina Menzel ไม่ใช่เว่อร์ชั่นที่ทำออกมาเพื่อขายตลาดของ Demi Lovato .. สมัย Lion King เพลง Can you feel the love tonight ที่สามารถไต่ขึ้นอันดับ 4 บนชาร์ตบิลบอร์ดได้ เป็นเว่อร์ชั่นของ Elton John นะจ้ะ ไม่ใช่ เวอร์ชั่นที่ร้องในหนัง.. และเชื่อว่า ทุกคนก็คงเคยผ่านตา คลิปรวม 28 ภาษาของเพลงนี้ไปแล้ว

7. ส่วนอัลบั้มน่ะเหรอ .. เป็นหนึ่งใน 10 ในประวัติศาสตร์อัลบั้มซาวน์แทรกภาพยนตร์แอนิเมชั่น ที่สามารถไต่สู่ท๊อป 10 หลังจากนั้น ก็สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 และครองตำแหน่งอันดับ 1 ได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ติดๆกัน .. เป็นซาวน์แทรกภาพยนตร์ที่สามารถครองอันดับ 1 เป็ฯเวลาสองสัปดาห์ติดๆกันเรื่องเดียว หลังจาก ดรีมเกิร์ล เมื่อปี 2007 .. ตอนนี้ ก็ยังยืนอยู่อันดับ 2 จ้า

8. ขอย้อนกลับไปที่ความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ ในตลาดนอกอเมริกา.. เท่าที่ติดตามมา สรุปได้ว่า หนังจะดังในยุโรปมากๆ อย่างฝรั่งเศส ก็เป็นอันดับ 1 ของหนังที่ทำรายได้สูงสุดของปีที่ผ่านมา ในประเทศเยอรมัน ที่เคยเป็นตลาดที่หนังการ์ตูนดิสนีย์ยุคใหม่ไม่เคยเข้าถึงได้ (Monster Uni - 13.7, Brave - 14.7, Wrek-It Ralph - 10.3, Toy Story 3 - 17.1) แต่ Frozen สามารถทำรายได้ถึง 47.3 ล้านเหรียญ หรือสามเท่าตัวของหนังการ์ตูนดิสนีย์อื่นๆ .. แต่สงสัยว่าคนเยอรมันเขาชอบอะไรที่เป็นเจ้าหญิงๆหรือเปล่า เพราะ Tangled ก็ทำรายได้ดีทีเดียว (44.4)

แต่ที่ต้องอึ้งที่สุด ก็คือ ตลาดเกาหลีใต้ ที่หนังเรื่องนี้ สามารถทำรายได้จนถึงขณะนี้ (และยังครองอันดับ 1 ของตารางหนังทำเงินของเกาหลีใต้อยู่) 70 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังฮอลลีวู้ดที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาลอันดับที่ ... 2!! รองจาก Avatar ย้ำอีกครั้ง "ตลอดกาล"

ปัญหาก็คือ ฉันเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้ .. ในขณะที่ .. โอเค ถามว่าชอบไหม ก็ชอบนะ..

แต่ยังนึกไม่ออก ว่า "ทำไม" มันถึงดังเป็นปรากฏการณ์ระดับที่มันเป็นอยู่ขนาดนี้..

ในความรู้สึกส่วนตัว Tangled เพลงเพราะ หนังลงตัวกว่ามากๆๆๆๆ แต่ทำไมถึงไม่ดังระดับที่ Frozen กำลังดังอยู่

หนังเรื่องนี้ ดีกว่าหนังการ์ตูนเรื่องอื่นตรงไหน ถึงสามารถตีตลาดยุโรปได้ (สักที)

แล้วกระแสในเกาหลีใต้อีก.. มันเกิดอะไรขึ้น?

ลองมาคิดคำตอบกัน

คำตอบส่วนตัวของฉันนะ .. "ดวง" ที่บังเอิญออกฉายในช่วงเวลาที่หนังเด็ก/ครอบครัว เข้าฉายไม่มาก (คู่แข่งที่จะมาแย่งคนดูไปก็น้อยลง) และกระแสของค่ายดิสนีย์ ที่สามารถกู้ตัวเองได้จากเรื่อง Tangled และ Wreck-It Ralph..

แต่ก็ยังฉงนอยู่ดี??
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่