′ยูเอ็น′ ห่วงความรุนแรงในไทย จี้เร่งหาข้อเท็จจริงและผู้รับผิดชอบเหตุปะทะ

กระทู้สนทนา
ยูเอ็นห่วงความรุนแรงในไทย แนะกลุ่มหนุน-ต้านรัฐบาล แยกตัวจากกองกำลังติดอาวุธ จี้เร่งหาข้อเท็จจริงและผู้รับผิดชอบเหตุปะทะ


เมื่อวันที่ 21 ก.พ. สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(โอเอชซีเอชอาร์) ออกแถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ http://bangkok.ohchr.org แสดงความกังวลอย่างมากต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในปฏิบัติการขอคืนพื้นที่เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย และผู้บาดเจ็บกว่า 70 คน โดยโอเอชซีเอชอาร์เรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งฝ่ายต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลแยกตัวออกจากกองกำลังติดอาวุธ ระงับใช้ความรุนแรง รวมทั้งให้ภาครัฐเร่งดำเนินการสอบสวนต่อกรณีดังกล่าว ตลอดจนให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แถลงการณ์ระบุว่า ในเช้าวันที่ 18 ก.พ. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อเคลียร์สิ่งกีดขวางในพื้นที่ชุมนุม การชุลมุนที่เกิดขึ้นได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปสู่การโยนระเบิดและยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แม้รายละเอียดทั้งหมดยังไม่มีความชัดเจน แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้ขยายความรุนแรงอย่างรวดเร็วด้วยการใช้กระสุนจริง นอกจากนี้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตอบโต้ด้วยกระสุนจริง ทั้งนี้มีรายงานแจ้งว่าความรุนแรงดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บกว่า 70 คน

แถลงการณ์ ระบุต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความตระหนกว่าการปะทะด้วยอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นในใจกลางกรุงเทพฯ และสร้างความไม่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นต่อผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างสงบและประชาชนทั่วไปในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้นโอเอชซีเอชอาร์ขอเรียกร้องให้กลุ่มต่อต้านและสนับสนุนรัฐบาลแยกตัวออกจากกลุ่มติดอาวุธและระงับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ อีกทั้งขอให้แกนนำของผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงรับประกันความปลอดภัยของประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบแท้จริง และรับรองว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที รอบด้าน และเป็นธรรม เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงและรับประกันให้มีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และเหตุการณ์ความรุนแรงอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในหลายเดือนที่ผ่านมา มาตรการดังนี้ต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงถึงขั้นชีวิตขึ้นอีกในอนาคต
    http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1392984067&grpid=03&catid=00&subcatid=0000    
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่