หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ปิงโค้ง แดนดินแห่งความสุข
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวไทย
อีกฟากมุมหนึ่งของแผ่นดินไทย แผ่นมุมที่อยู่คนละขอบฟ้าทะเล มีกลุ่มชนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเขตภูเขาสูง มีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับป่าไม้และอยู่ใกล้ท้องฟ้ามากกว่าผู้คนในเมือง กลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า ล่าหู่ หรือ มูเซอ แม้คนส่วนใหญ่เรียกพวกเขาว่า ชาวเขา ชาวม้งก็ตาม ผมเคยไปเยือนพวกเขามาครั้งหนึ่งซึ่งถือเป็นเรื่องราวดีๆที่จะได้มาแบ่งปันกัน โดยวันนี้จะนำทุกคนหลีกความวุ่นวายในสังคมเมืองไปรู้จักกับพี่น้องชาวดอยที่อาศัยอยู่ในตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ชีวิตพอเพียงและเรียบง่ายอย่างมีความสุข ในแง่มุมเล็กๆที่น่าสนใจ พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร แตกต่างจากคนเมืองหรือไม่และอะไรเป็นบ่อเกิดของความสุข
ตำบลปิงโค้ง ชื่อนี้ได้มาจากแม่น้ำปิงที่ไหลคดเคี้ยวไปมาระหว่างหุบเขาผ่านหมู่บ้าน มีประชากรอาศัยอยู่หลายกลุ่มส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆหนึ่งในนั้น คือ ล่าหู่ หรือมูเซอ ผู้คนที่นี่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา และเลี้ยงสัตว์ตามลักษณะของภูมิประเทศโดยผู้ชายมีหน้าที่ไปไร่ทำงานส่วนผู้หญิงมีหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน ที่นี่มีภาษาถิ่นเป็นของตนเอง นับถือหลายศาสนารวมทั้งความเชื่อเรื่องผี และมีการแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ประจำเผ่าทั้งชายหญิง มีการทอผ้าใช้เองแล้วยังมีเครื่องประดับจากเงินเป็นของตนเองอีกด้วย การเดินทางขึ้นไปเยี่ยมผู้คนที่นี่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องขึ้นเขาหลายลูกและหนทางคดเคี้ยวแต่เมื่อได้ขึ้นไปแล้วคุ้มค่าเนื่องจากมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหลักจึงยังคงมีรากฐานชีวิตที่เรียบง่ายเหมาะแก่การเยี่ยมชมวิถีดั้งเดิม ถึงแม้น้ำไฟจะเข้าถึงแล้วก็ตาม
ปริชาติ จะแบ หญิงสาวท้องถิ่นผู้เป็นเหมือนล่ามและมัคคุเทศก์ แนะนำหมู่บ้าน เธอเป็นเจ้าบ้านผู้เป็นมิตรและเป็นพี่สาวที่ดีของผม
เธอกล่าวว่า ผู้คนที่นี่พึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และมีความสุข เป็นชุมชนเล็กๆที่เกื้อกูลกัน อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัว ชาวบ้านที่นี่น่ารัก มีรอยยิ้มเสมอและเป็นกันเอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ชาวบ้านจึงจัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ที่ลานประจำหมู่บ้านร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างรื่นเริงในช่วงงานประจำปี ผมเชื่อว่าบุคคลภายนอกที่มาเยี่ยมชมอาจเกิดคำถามและข้อข้องใจมากมายกับวิถีของคนที่นี่ แน่นอนว่าย่อมมีความแตกต่างกันตามแต่ละท้องที่ ประเด็นหนึ่งที่ส่วนตัวผมสนใจ คือเมื่อได้เห็นเด็กเล็กๆอายุไล่เลี่ยกันกลุ่มใหญ่วิ่งเล่นกันในหมู่บ้าน มีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนมีครอบครัวและอุ้มท้องลูกน้อยมาต้อนรับ พอมีโอกาสไปทำความคุ้นเคยและพูดคุยสารทุกข์สุกดิบเด็กสาวคนหนึ่ง เธออุ้มลูกน้อยที่เพิ่งคลอดมาไม่นานนี้ถึงเรื่องราวการใช้ชีวิต เธอกล่าวว่าตอนนี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ความสุขของเธอตอนนี้คือการมีลูกน้อยนั่นถือเป็นเสมือนของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ สามีของเธอไปทำไร่สับปะรด การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด ส่วนความทุกข์อาจเป็นเรื่องผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ค่อยได้ผลดีเท่าที่ควร เธอกล่าวว่าการมีลูกไม่ใช่ปัญหาสามารถดูแลสร้างชีวิตเธอให้มีคุณค่าได้หลังจากได้พูดคุยกับหญิงสาวในชุมชนทำให้มุมมองและทัศนคติของผมนั้นแปรเปลี่ยนไป เราไม่สามารถตีค่าหรือวัดค่าของความสุขชีวิตของผู้อื่นได้โดยเพียงแค่มองผ่านหากไม่รู้ว่าสิ่งสำคัญในชีวิตแต่ละคนนั้นคืออะไร ความสุขอยู่ที่ความคิดที่เป็นสุข สุขบ้างทุกข์บ้าง ก็เป็นชีวิต
ทุกๆวันนี้ชาวล่าหู่ที่นี่ก็ยังคงมีวิถีชีวิตตามแบบแผนที่สืบต่อกันมาผสมผสานกับความเจริญที่มาพร้อมกับสื่อเทคโนโลยียุคใหม่ แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ยังคงยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจจะขึ้นไปสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างจากสังคมเมืองไปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตความคิดเห็นและความสุขที่จะหยิบยื่นให้แก่กัน พวกเขาก็เป็นอีกหนึ่งสังคมที่อาศัยร่วมแผ่นดินไทย คนไทยอยู่ที่ไหนก็มีความสุขเพราะถือเป็นบ้านของเราทุกคน
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ปิงโค้ง แดนดินแห่งความสุข
ตำบลปิงโค้ง ชื่อนี้ได้มาจากแม่น้ำปิงที่ไหลคดเคี้ยวไปมาระหว่างหุบเขาผ่านหมู่บ้าน มีประชากรอาศัยอยู่หลายกลุ่มส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆหนึ่งในนั้น คือ ล่าหู่ หรือมูเซอ ผู้คนที่นี่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา และเลี้ยงสัตว์ตามลักษณะของภูมิประเทศโดยผู้ชายมีหน้าที่ไปไร่ทำงานส่วนผู้หญิงมีหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน ที่นี่มีภาษาถิ่นเป็นของตนเอง นับถือหลายศาสนารวมทั้งความเชื่อเรื่องผี และมีการแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ประจำเผ่าทั้งชายหญิง มีการทอผ้าใช้เองแล้วยังมีเครื่องประดับจากเงินเป็นของตนเองอีกด้วย การเดินทางขึ้นไปเยี่ยมผู้คนที่นี่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องขึ้นเขาหลายลูกและหนทางคดเคี้ยวแต่เมื่อได้ขึ้นไปแล้วคุ้มค่าเนื่องจากมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศสดชื่นบริสุทธิ์ ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหลักจึงยังคงมีรากฐานชีวิตที่เรียบง่ายเหมาะแก่การเยี่ยมชมวิถีดั้งเดิม ถึงแม้น้ำไฟจะเข้าถึงแล้วก็ตาม
ปริชาติ จะแบ หญิงสาวท้องถิ่นผู้เป็นเหมือนล่ามและมัคคุเทศก์ แนะนำหมู่บ้าน เธอเป็นเจ้าบ้านผู้เป็นมิตรและเป็นพี่สาวที่ดีของผม
เธอกล่าวว่า ผู้คนที่นี่พึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก และมีความสุข เป็นชุมชนเล็กๆที่เกื้อกูลกัน อาศัยอยู่รวมกันเป็นครอบครัว ชาวบ้านที่นี่น่ารัก มีรอยยิ้มเสมอและเป็นกันเอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ชาวบ้านจึงจัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ที่ลานประจำหมู่บ้านร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างรื่นเริงในช่วงงานประจำปี ผมเชื่อว่าบุคคลภายนอกที่มาเยี่ยมชมอาจเกิดคำถามและข้อข้องใจมากมายกับวิถีของคนที่นี่ แน่นอนว่าย่อมมีความแตกต่างกันตามแต่ละท้องที่ ประเด็นหนึ่งที่ส่วนตัวผมสนใจ คือเมื่อได้เห็นเด็กเล็กๆอายุไล่เลี่ยกันกลุ่มใหญ่วิ่งเล่นกันในหมู่บ้าน มีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนมีครอบครัวและอุ้มท้องลูกน้อยมาต้อนรับ พอมีโอกาสไปทำความคุ้นเคยและพูดคุยสารทุกข์สุกดิบเด็กสาวคนหนึ่ง เธออุ้มลูกน้อยที่เพิ่งคลอดมาไม่นานนี้ถึงเรื่องราวการใช้ชีวิต เธอกล่าวว่าตอนนี้มีความสุขกับการใช้ชีวิตแบบนี้ ความสุขของเธอตอนนี้คือการมีลูกน้อยนั่นถือเป็นเสมือนของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ สามีของเธอไปทำไร่สับปะรด การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัวเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด ส่วนความทุกข์อาจเป็นเรื่องผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ค่อยได้ผลดีเท่าที่ควร เธอกล่าวว่าการมีลูกไม่ใช่ปัญหาสามารถดูแลสร้างชีวิตเธอให้มีคุณค่าได้หลังจากได้พูดคุยกับหญิงสาวในชุมชนทำให้มุมมองและทัศนคติของผมนั้นแปรเปลี่ยนไป เราไม่สามารถตีค่าหรือวัดค่าของความสุขชีวิตของผู้อื่นได้โดยเพียงแค่มองผ่านหากไม่รู้ว่าสิ่งสำคัญในชีวิตแต่ละคนนั้นคืออะไร ความสุขอยู่ที่ความคิดที่เป็นสุข สุขบ้างทุกข์บ้าง ก็เป็นชีวิต
ทุกๆวันนี้ชาวล่าหู่ที่นี่ก็ยังคงมีวิถีชีวิตตามแบบแผนที่สืบต่อกันมาผสมผสานกับความเจริญที่มาพร้อมกับสื่อเทคโนโลยียุคใหม่ แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ยังคงยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจจะขึ้นไปสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างจากสังคมเมืองไปเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวิถีชีวิตความคิดเห็นและความสุขที่จะหยิบยื่นให้แก่กัน พวกเขาก็เป็นอีกหนึ่งสังคมที่อาศัยร่วมแผ่นดินไทย คนไทยอยู่ที่ไหนก็มีความสุขเพราะถือเป็นบ้านของเราทุกคน