สมัยก่อนคนในวงการเมืองไทยมีความเชื่อกันว่า รัฐบาลไหนมือเปื้อนเลือด จะอยู่ไม่ได้ แต่แล้วก็มีเอกบุรุษผู้มาสยบทุกความเชื่อ

กระทู้คำถาม
สมัยก่อน  วงการนักการเมือง หรือ คอการเมือง ต่างก็รับรู้กันเป็นการทั่วไปว่า หากมีรัฐบาลที่ สั่งสลายการชุมนุม แล้วมีประชาชนบาดเจ็บล้มตาย ไม่ว่าจะฝ่ายไหน  รัฐบาลนั้นยากที่จะอยู่ต่อได้ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการยุบสภา หรือ ไม่ก็ลาออกเป็นเหมือนธรรมเนียมทางการเมืองอย่างหนึ่ง ประชาชนโดยทั่วไปก็รับรู้และเข้าใจว่าการทำให้มีการบาดเจ็บล้มตายของประชาชนเป็นเรื่องร้ายแรง และ ต้องมีการรับผิดชอบ  จนกระทั่งง....

ปี 53  หลังการสลายการชุมนุมที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 บาดเจ็บร่วมสองพัน  ในตอนเกิดเหตุการณ์นั้น นักการเมืองรุ่น เก๋าลายครามที่ยังยึดถือธรรมเนียมเดิม ไม่ว่าจะเป็น คุณชวน หลีกภัย คุณบรรหาร ศิลปะอาชา คุณชวลิต ยงใจยุทธ ฯลฯ ต่างเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐบาลคงอยู่ไม่ได้  คงต้องแสดงความรับผิดชอบ ยุบสภา หรือ ไม่ก็ลาออก ตามธรรมเนียมที่ปฎิบัติกันมาช้านาน  ทว่า เหรือฟ้ายังมีฟ้า  เอกบุรุษผู้หนึ่งได้พลิกตำนานแห่งความรับผิดชอบต่อชีวิตเลือดเนื้อของคนไทยไปตลอดกาล  ด้วยการสร้างบรรทัดฐานใหม่ นั่งต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปแบบสบายเฉิบๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พร้อมกับสร้างมาตรฐานการรับรู้โดยทั่วไปใหม่ให้กับคนไทยไว้ว่า ถ้ามีคนตายจากเหตการทางการเมืองไม่เกิน 100 ถือว่าเหตุการณ์อยู่ในปกติวัสัยตาม
ธรรมเนียมปฎิบัติ

จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมข่าวคนเสียชีวิตรายวันในวันนี้เพียงไม่กี่ศพ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแตกตื่นตกใจสำหรับคนไทยอีกต่อไป คนไทยต่างรับรู้ข่าวพวกนี้ด้วยความรู้สึกเฉยเมยไม่แปลกใจ คนไทยจะแปลกใจ และ  รู้สึกว่านี่คือเรื่องใหม่อีกทีก็ต้องโน้น เลย ร้อยศพไปแล้วโน่นแหละ

ขอบคุณท่านเอกบุรุษหนึ่งเดียวผู้นั้นที่ยืนหยัดสร้างบรรทัดฐานแสนเลวไว้ให้กับนายกรัฐมนตรีรุ่นหลังสืบไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่