ล้วงลับ ! ไทยลงนามทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับจีน จริงหรือ ?

กระทู้ข่าว
ก่อนอื่นเลยเราต้องไปทำความรู้จักกับบริษัทเป่ยต้าฮวงกรุ๊ปก่อนว่ามีประวัติ หรือที่มาอย่างไรถึงมีสิทธิ์ลงนามร่วมกับไทยได้
จากข้อมูลพบว่าเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจของจีนอยู่ภายใต้สังกัดกรมการเกษตร ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายธัญพืชและปศุสัตว์ ซึ่งมีสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวสาลี มันฝรั่ง แป้งมันสำปะหลัง นมแพะ และนมวัว ดังนั้นหากบริษัทจะสนับสนุนการซื้อสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะข้าว และมันสำปะหลัง เพราะมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรไทยก็มีโอกาสเป็นไปได้ และจากภาพที่เห็นกันในโลกออนไลน์ รวมทั้งหนังสือพิมพ์อีกหลาย ๆ ฉบับที่ลงข่าวอย่างครึกโครมว่ามีการลงนามในสัญญาซื้อขายข้าวและมันสำปะหลังระหว่างรัฐบาลไทยไปเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 โดยนายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กับ ฝ่ายจีน โดย Mr. Meng Fanyou รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท Heilongjiang Beidahuang Rice Industry Group จำกัด

จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าการลงนามดังกล่าวมี Mr. Li Dianjun รองอธิบดีกรมการ เกษตรของมณฑลเฮยหลงเจียง (เทียบเท่ารองผู้ว่าการมณฑล) Mr. Li Hongshun นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานรัฐไทยและจีนร่วมเป็นสักขีพยาน ก็ยิ่งให้เรื่องนี้ดูน่าเชื่อถือมากเลยทีเดียว  



นอกจากนี้เรายังได้ภาพการเจรจาหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ไทยและฝ่ายจีนก่อนการลงนามสัญญาซื้อขายอีกด้วยทำให้หลายๆคนเชื่อว่าการค้าข้าวแบบรัฐต่อรัฐอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อดูภาพที่มีกระแสข่าวอยู่ในโซเชียลมีเดียขณะนี้ว่าผู้ที่มาลงนามฝ่ายจีนคือนายเฉินผู้น้อง ซึ่งมีนายเฉินผู้พี่เป็นเจ้าของบริษัทเม๋งไต๋ เจ้าของพบว่าน่าจะเป็นคนละคนกัน เมื่อดูข้อมูลหลายๆ ภาพประกอบกันแล้ว มั่นใจว่าไม่ใช่คนเดียวกัน เพราะผู้ที่มาลงนามในสัญญาดูภูมิฐานเหมาะสมกับเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ของจีนมากกว่านายเฉินผู้น้องมาก ซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับ Mr.Chen แต่ไม่ใช่ภาพของ Mr.Chen อย่างแน่นอน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่