ในสมัยพระนเรศวร พระเอกาทศรถทรงเป็นวังหน้าหรือกษัตริย์เหมือนกันครับ

เพราะเท่าที่อ่านมาจากหลายแหล่ง เวลากล่าวถึงจะใช้คำว่า สองกษัตริย์ อะครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
อันที่จริงไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าพระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราชครับ พระองค์เหมือนจะเป็นพระเจ้าอยู่หัวเสมอสมเด็จพระนเรศวรแต่แรกมากกว่า อันที่จริงพระนาม "เอกาทศรถ" น่าจะได้มาทีหลังด้วย เพราะมีหลักฐานคือสังคีติยวงศ์กับจดหมายเหตุวันวลิตระบุว่าพระนามเดิมของพระองค์คือ "ราเมศวร" หรือภาษาบาลีว่า "ราเมส์สโร"

ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยาที่ชำระในสมัยรัตนโกสินทร์ฉบับเก่าๆ หน่อย จะแทบไม่ออกพระนามสมเด็จพระเอกาทศรถก่อนสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์เลย จะเรียกว่า "สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้า" เป็นส่วนใหญ่  เมื่อสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์ถึงปรากฏเรียกว่า "พระบาทสมเด็จเอกาทศรถอิศวร บรมนาถบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว"  แต่บางครั้งสมัยพระนเรศวรก่อนครองราชย์ก็เรียกแล้ว ดูจากพระนามนี้ก็น่าจะบอกได้แล้วว่าพระองค์เป็นพระเจ้าอยู่หัว มีอยู่น้อยครั้งที่เรียกโดยย่อว่า "สมเด็จพระเอกาทศรถ" ซึ่งตัดคำว่า อิศวร ออกไป

ส่วนตัวแล้วคิดว่า "เอกาทศรถอิศวร" เป็นนามที่สูงส่งเกินไปสำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน รากศัพท์จริงๆของพระนามนี้มาจาก "เอกาทศรุทรอิศวร" (การสะกดอาจแตกต่างไปตามยุคสมัย) หมายถึงเทพฮินดู ๑๑ องค์คือ พระพรหม พระวิษณุ พระอิศวร พระพายุ พระพิรุณ พระเพลิง พระยม พระไพสพ พระอินทร์ พระจันทร์ พระอาทิตย์ บวกพระอิศวรซ้ำอีกหนึ่ง  ใช้เป็นคำยกย่องพระมหากษัตริย์ ดังปรากฏมีในยวนพ่ายโคลงดั้นที่ยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถว่า   "เอกาทสเทพแส้ง  เอาองค์ มาฤๅ"  

พระนามนี้ปรากฏที่กษัตริย์อยุทธยาหลังจากสมเด็จพระเอกาทศรถลงมานิยมใช้กันมากทั้งสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี รัชกาลที่ ๑ และ ๒ (น่าจะมีมากกว่านี้แต่ยังไม่พบหลักฐาน) ส่วนตัวผมจึงคิดว่าเดิมสมเด็จพระเอกาทศรถมีพระนามเดิมว่า "พระราเมศวร" เมื่อสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์จึงสถาปนาพระราเมศวรเป็นพระเจ้าอยู่หัวเสมอพระองค์ในพระนามว่า "พระบาทสมเด็จเอกาทศรุทรอิศวร บรมนาถบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัว"


พระนามพระเจ้าท้ายสระในจารึกวัดป่าโมกข์


ในรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรปปรากฏหลักฐานว่า พระบาทสมเด็จพระเอกาทศรุทรอิศวรทรงมีพระราชอำนาจในการออกพระราชกำหนดกฎหมายต่างๆ โดยพระองค์เอง เช่น ใน พ.ศ.๒๑๓๖ ทรงออกประกาศว่าด้วยบำเหน็จและการยกหนี้สินของผู้ที่ได้ตามสมเด็จพระนเรศวรรบในสงครามยุทธหัตถีกับโปรดให้แต่งพระราชกฤษฎีกาพิกัดค่าคน โดยผู้กราบทูลปัญหาจนทำให้ทรงออกพระราชกฤษฎีกาคือพระยายมราชเสนาบดีนครบาล ซึ่งเป็นเสนาบดีวังหลวง แสดงว่าทรงมีพระราชอำนาจสังการวังหลวงได้ด้วย การที่เสนาบดีจตุสดมภ์มากราบทูลราชการกับพระองค์เองน่าจะพอแสดงพระราชอำนาจในฐานะ "พระเจ้าอยู่หัว" ได้ระดับหนึ่งครับ   นอกจากนี้เอกสารต่างๆ ก็เรียกคำสั่งของพระองค์ว่า "พระราชโองการ" เสมือนพระเจ้าแผ่นดิน  หากเป็นเพียงวังหน้าจะใช้คำว่า "พระราชบัณฑูร"

อย่างไรก็ตาม โดยพฤตินัยอาจจะใกล้เคียงกับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว คือทรงเป็นวังหน้าแต่ได้รับการยกสถานะเป็นกษัตริย์อย่างพิเศษ ทั้งนี้ปรากฏในพงศาวดารว่าเมื่อเสด็จไปไกลเกลี่ยจลาจลในล้านนาทรงสั่งการขุนนางที่มีหลักฐานว่าสังกัดวังหน้า เช่น หมื่นอินทรรักษา ซึ่งเป็นตำรวจวังหน้า


ภายหลังสมเด็จพระนเรศวรน่าจะตั้งพระมหาอุปราชในสมัยนั้น ปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐสมัยอยุทธยาว่าใน พ.ศ.๒๑๔๖ ว่า "ทัพพระเจ้าฝ่ายหน้า เสดจไปเอาเมืองขอมได้"   คำว่า "ฝ่ายหน้า" ในที่นี้ก็คือพระมหาอุปราช

เดิมเข้าใจกันว่าหมายถึงสมเด็จพระเอกาทศรถ แต่เมื่อตรวจสอบกับพงศาวดารที่ชำระสมัยรัตนโกสินทร์พบว่าตรงกับ "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา"  ซึ่งเป็นแม่ทัพไปตีเขมร โดยพงศาวดารฉบับเดียวกันเรียกสมเด็จพระนเรศวรกับสมเด็จพระเอกาทศรถว่า "พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์" หมายความว่าในตอนนั้นสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระเจ้าอยู่หัว  ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชาเป็นพระมหาอุปราชครับ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระมหาธรรมราชา  สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นโอรสของสมเด็จพระนเรศวร  และมีความเป็นไปได้ว่าทรงครองเมืองพิษณุโลกอยู่ในเวลานั้นครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่