KP Warriors ตอนที่ 11 : สมบัติที่ถูกช่วงชิง

กระทู้สนทนา
ในยามดึกของคืนวันหนึ่งที่แสนจะดูครึกครื้นเมื่อมองไปยังร้านเหล้าต่างๆริมถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่แน่นขนัดในยามราตรี รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดเรียงรายหลายร้อยคันกันอย่างเป็นระเบียบหน้าบาร์ปิดที่บนป้ายไฟหน้าร้านขนาดใหญ่หลากสีเขียนเอาไว้ว่า After 6

         เหล่าวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ๆยืนคุยกันโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นชายคนหนึ่งในชุดเสื้อยาวๆสีขาวที่กำลังค่อยๆเดินผ่านพวกเขาไปอย่างช้าๆ ประตูกระจกใสถูกเปิดออกและเมื่อเขาได้เขามายังภายในบาร์ที่ดูมืดมิดนั้น เสียงดนตรีที่ค่อนข้างจะดังจนหนวกถูกคนที่เข้ามาใหม่ก็ไปกระทบส่วนประสาดการรับฟังของเขา แต่ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นผลอะไรมากนัก เขาเหลียวมองไปยังรอบๆเพื่อกำลังหาใครสักคนที่ทำให้เขาถ่อสังขารมาถึงที่นี่ได้

         และแล้วสายตาที่เอาแต่เหลียวมองไปยังรอบๆของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่โต๊ะวงกลมตรงหน้า ที่ตอนนี้มีใครบางคนมานั่งจับจองที่นั่งเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว สายตาที่เขากำลังมองเห็นอยู่นั้นคือชายคนหนึ่งที่ใส่ผ้าคลุมสีดำทั้งตัวพร้อมกับนำฮูตขึ้นมาคลุมหัวเพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น เมื่อแสงไฟสลัวๆกระทบกับใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้น ทำให้คนที่กำลังยืนอยู่เห็นว่าสายตาของคนตรงหน้ามองมาที่เขาแล้วก็พยักหน้าเบาๆเป็นเชิงชี้ชวน ทำให้เขาไม่รีรอรีบตรงไปหาเขาคนนั้นทันที

         "เดี๋ยวนี้รสนิยมในการหาที่นัดเจอเพื่อนเก่าเนี่ยเปลี่ยนไปมากเลยนะ" เขากล่าวขึ้นมาหลังจากที่ได้ทิ้งตัวลงนั่งไปที่โซฟาเบาๆ

         "...มีเรื่องอะไรถึงทำให้ แมงป่องทองคำแห่งบริททาเนีย ถ่อสังขารมาจนถึงที่แบบนี้ได้เนี่ย"

         "ฮ่าๆ นายเองก็ไม่เปลี่ยนไปเลยนะเอวิน ท่าทางการพูดแบบว่าทุกเรื่องในโลกจะไม่มีเรื่องที่น่าซีเรียสอะไรน่ะ"

         "...ว่าแต่ คนที่จริงจังชอบแอบซ่อนตัวออกมาเพ่นพ่านในเมืองแบบนี้ ต้องมีเรื่องใหญ่มากแน่ๆ... เรื่องอะไรเหรอ"

         "นายนี่น๊า มาถึงก็เข้าเรื่องซีเรียสเลย ฉันพึ่งจะชมนายไปอยู่หยกๆเมื่อกี้เอง"

         ชายตรงของเอวินพูดพลางหยิบขวดเหล้าบนโต๊ะที่ถูกพวกเขาทั้งสองเมินอยู่ตั้งนานขึ้นมา แล้วรินใส่แก้วใสๆขนาดไม่ใหญ่มาก เมื่อเขารินได้ครบทั้งสองแก้วแล้วก็ยื่นแก้วหนึ่งให้กับเพื่อนของเขาที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ

         "ดื่มนี่ก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า ของดีนะ" เขาพูดเชิงเป็นโฆษณาชักชวนให้คนที่ทำท่าไม่ค่อยอยากกินของเหลวที่อยู่ในแก้วเมื่อกี้นี้

         สายตาของเอวินมองไปที่นิ้วมือที่ขยับไปมาเป็นจังหวะตามเสียงเพลงในบาร์ แสงสว่างจากแสงไฟส่งกระทบกับแหวนสีทองรูปแมงป่องสะท้อนไปตามการเคลื่อนไหวของนิ้วนั้น และในที่สุดเอวินก็ต้องดื่มน้ำสีน้ำตาลเข้มกลิ่นแรงๆในแก้วนั่นเข้าไปเมื่อเห็นว่าสหายของเขากำลังยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่ม

         "อือหื้อ! นุ่มมากเลย ไม่สากลิ้นเลยด้วย" เมื่อปลายลิ้นของเขาได้สัมผัสกับรสชาตินุ่มๆของเหล่าในแก้วนั้น ตาของเขาก็เบิกพลาขึ้นมาประหนึ่งเหมือนกับว่าเขาไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติแบบนี้มาก่อน

         "เหล้าชั้นดีจากบริททาเนีย ว่ายังไงล่ะ จะดื่มต่อไหม หรือ.."

         "...ฉันขอฟังเรื่องที่นายจะเล่าดีกว่า" คนที่นั่งอยู่ข้างๆยังพูดไม่ทันจบประโยคของตัวเองดี เอวินก็พูดสวนขึ้นมาในทันทีประหนึ่งเหมือนกับว่าเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าคนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆเขานั้นจะพูดอะไรต่อไป

         "ฮ่าๆ โอเคๆ... งั้นนายตั้งใจฟังฉันให้ดี ฉันมีข่าวมาให้นายจากทางตะวันออก" เขาวางแก้วพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

         "ตะวันออกเหรอ?"

         "ใช่... สิ่งที่พวกเรากำลังกังวลกันอยู่ มันได้เกินขึ้นแล้วล่ะ..." จู่ๆน้ำเสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างๆก็เปลี่ยนไปจนแม้แต่เอวินก็ยังปรับอารมณ์แทบไม่ทัน ดวงตาสีน้ำตาลของเอวินค่อยๆเหลือบมามองคนตรงหน้าอย่างช้าๆแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

         "หรือว่า..." ชายตรงหน้าของเขาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่พยักหน้าช้าๆเป็นเชิงคำตอบเท่านั้น

         "...ศัตรูของเราน่ะพร้อมแล้ว"



***



- เปรี้ยง!!! -

          ณ ป่าแห่งหนึ่งในแถบตะวันออก ยามค่ำคืนในพื้นที่รอบๆห้อมล้อมไปด้วยเหล่าต้นไม้ขนาดใหญ่ เสียงใบไว้ไหวยามเมื่อลมพายุพักผ่านป่า แสงไฟจากสายฟ้าที่ปรากฏออกมาท่ามกลางหมู่เมฆดำในยามค่ำคืน บวกกับเสียงฟ้าคะนองทำให้ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้เป็นคืนที่สุดแสนจะน่ากลัว

         เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดบนถนนที่เต็มไปดินกรวดมากมาย และเมื่อแสงจากสายฟ้าที่คอยปรากฏออกมาเป็นระยะๆ เผยให้เห็นร่างของคนในชุดเกราะเก่าคล่ำเคละที่เต็มไปด้วยสนิมเกาะอยู่เต็มไปหมด กับผ้าคลุมสีเลือดยาวสยายที่ขาดๆ และม้าขนาดใหญ่ตัวสีดำทมึนน่ากลัวที่มีนัยน์ตาสีแดงดูดุร้าย เบื้องหลังของเขานั้นคือเหล่าทหารที่มีใบหน้าที่ดูโหดเหี้ยมและร่างกายสูงกำยำใหญ่โต พวกมันมาพร้อมกับชุดเกราะสีดำเงาจันทร์และอาวุธครบมือ ด้วยหน้าตาที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวและเขี้ยวใหญ่ๆที่งอกออกมาจากปาก ผู้คนทั่วไปที่เคยพบเห็นพวกมันจึงขนานนามพวกมันว่าพวก"ยักษ์"

         ในความมืดจากต้นไม้ที่สูงใหญ่ข้างทาง เงาจากร่างของคนที่ขนานนามว่า แมงป่องทองคำแห่งบริททาเนีย กระโดดลงมาจากต้นไม้ด้วยความเงียบสงัดที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เมื่อได้ลงสู่พื้นก็ไม่รีรอค่อยๆแอบย่องไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ข้างหน้าอย่างเร็วที่สุด ด้วยการลงฝีเท้าของตัวเองที่แสนเบาดั่งขนนกแม้แต่ใบไม้แห้งที่ร่วงอยู่ตามพื้นถูกเยี่ยมไปก็ไม่ได้ส่งเสียงออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาดึงผ้าคลุมลงมาปิดใบหน้าของเขาและรวมไปถึงปกปิดชุดเกราะสีทองที่เหลืองอร่ามที่แม้แต่จะถูกความมืดปกปิดเอาไว้ก็ยังเห็นได้ชัดอยู่ดี เขาสอดส่องสายตายไปยังกลุ่มยักษ์ที่กำลังเดินกันอยู่บนทางเดิน และดูเหมือนว่าภายใต้เงามืดและหมอกควันจางๆตรงหน้าของพวกมันกำลังจะมีอะไรบางอย่างเข้ามาหาอย่างช้าๆ

          เมื่อควันและหมอกจางหายไปก็ปรากฏร่างของผ้าคลุมสีดำและม้าสีดำทมิฬทั้งตัว มาพร้อมกับกลุ่มคนที่สวมชุดคล้ายชุดของนินจาที่ปกปิดใบหน้าของแต่ละคนเอาไว้ ชุดของพวกเขานั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับกล้ามเนื้อของมนุษย์ เป็นชุดที่มันวาววับดูแข่งเกร็งประดุจเหล็ก ผ้าคุมสีดำที่กำลังโบกสะบัดตามสายลมพายุที่กำลังพัดผ่าน สายตาของพวกเขาจ้องไปยังกลุ่มยักษ์ที่อยู่ตรงข้างหน้าอย่างไม่คลาดสายตา

         "ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ เนโครมอนเซอร์ " เสียงทุ้มที่ฟังดูน่ากลัวของคนที่สวมผ้าคลุมสีแดงขาดๆพูดขึ้นมา เขากับบังคับให้ม้าไปเทียบข้างกับคนที่สวมผ้าคลุมสีดำ

         "หึ! แอลแกนดาล..." คนที่มีชื่อว่าเนโครมอนเซอร์สถบออกมาเล็กน้อย

         "หน้าที่ที่ท่านลอธ์มอบหมายให้พวกเจ้าไปทำคงสำเร็จลุล่วงอย่างดีสินะ การรวบรวมกองทัพเพื่อศึกสงครามที่กำลังจะมาถึง"

         "กองทัพยักษ์ของข้าพร้อมที่จะบุกเมืองได้ทุกเมื่อ ขอแค่มีกล่องประตูมิติที่พร้อมจะส่งกองทัพของเรากรีฑาทัพไปถล่มเมืองของพวกมัน เพื่อที่จะประกาศสงครามให้โลกรู้ว่ากองทัพแห่งความมืดกลับมาแล้ว เว้นแต่... พวกเจ้าจะยังทำไม่สำเร็จ" ด้วยคำพูดเชิงดูหมิ่นของแอลแกนดาลทำให้เนโครมอนเซอร์หันควับมาทางเขาในทันที

         "กังขาในพลังของข้าอย่างงั้นเหรอเจ้ายักษ์ต่ำต้อย! กังขาในพลังของพวกเขา! "ไนติงเกล" ผู้ซึ่งมีความเงียบกริบและลึกลับราวกับเป็นวิญญาณของผู้ที่ตาย!" เนโครมอนเซอร์ชี้ไปยังเหล่าผู้ที่ตามหลังเขามานับสิบคน ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีผ้าหรีอหน้ากากปกปิดใบหน้าของตัวเองอยู่

         "...ทำงานของเจ้าให้เสร็จซะเจ้าพ่อมดแห่งศาสตร์มืด ก่อนที่พวกเราจะพ่ายแพ้ต่อพลังของเหล่าผู้กล้าทั้งห้าของไนท์เบลด" แอลแกนดาลชี้นิ้วที่หุ้มไปด้วยโลหะของชุดเกราะมาที่เนโครมอนเซอร์

         "ถ้าเจ้านำประตูมาไม่ได้ กองทัพของข้าก็จบเห่กัน"

         "เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกศิษย์ของข้าเถอะ"

         เมื่อสิ้นเสียงของเนโครมอนเซอร์ หนึ่งในกลุ่มของไนติงเกลสามคนก็ก้าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาทั้งสามดูแปลกไปจากไนติงเกลคนอื่นๆดูเหมือนจะเป็นหมวกรูปทรงที่คล้ายกับหัวนก และหน้ากากที่เผยออกมาให้เห็นแค่ริมฝีปากของแต่ละคนเท่านั้น

         "สามมัจจุราชแห่งกอร์กอล ไนติงเกล 03, ไนติงเกล 07, และไนติงเกลหมายเลข14... ถ้าเป็นพวกนี้แล้วไม่ว่าใครก็หยุดพวกเขาไม่ได้ ต่อให้เป็นอัศวินแห่งไนท์เบลดทั้งห้าก็เถอะ"

        แอลแกนดาลมองเหล่าไนติงเกลทั้งสามพร้อมกับหลี่ตา ถึงแม้จะมีหน้ากากปิดบังใบหน้าอยู่แต่เนโครมอนเซอร์ก็รู้ได้ว่าเขากำลังขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแคลงใจ

         "เจ้ามั่นใจแน่เรอะ?" แอลแกนดาลถามขึ้นมาพร้อมกับมองลงไปยังใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้น ซึ่งเมื่อคนที่อยู่ใต้ผ้าคลุมได้ยินคำถามของเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้มที่น่ากลัวออกมา

         สายตาของแมงป่องทองคำหรี่จนประหนึ่งเหมือนกับว่าเขากำลังซูมภาพที่อยู่ตรงหน้าของเขาให้ลึกเข้าไปอีก และเมื่อถึงเวลาที่เขาคิดว่าพอสนควรกับการสอดแนมแล้ว ร่างของเขาก็ค่อยๆถอยหลังแล้วหายเข้าไปยังเงามืดของต้นไม้ต้นนั้น



***



         "เอวิน?...." เอวินที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆทำหน้าครุ่นคิดสีหน้าของเขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อกี้นี้มาก

         "มันพูดถึงเรื่องกล่องแล้วก็ประตู มันคงจะไม่ได้หมายถึง..." คนที่ชื่อแมงป่องทองคำค่อยๆหันมาถามก่อนที่กำลังจะยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่ม

         "..ใช่ นายคิดถูกแล้วล่ะ" เอวินพูดสวนขึ้นมา "แต่ว่าการที่จะเปิดประตูได้จะต้องใช้ภาระวันจิตรที่สูงมาก สูงจริงๆ ถึงจะเปิดมันขึ้นมาได้ ลำพังพลังของพ่อมดแห่งความมืดคงเปิดกล่องเองไม่ได้แน่ได้ เว้นแต่..."

        จู่ๆประโยคของเอวินก็สะดุดหยุดลงไปซะเฉยๆจนทำให้คนข้างๆรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าที่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ของสหายของเขา

         "...เว้นแต่?" แมงป่องทองคำกล่าวย้ำประโยคเดิม

         "เว้นแต่พวกมันจะมีคนที่มีภาระวันจิตรที่สูงจริงๆที่สามารถเปิดประตูนั่นออกมาได้..."

         "หรือว่า นายคิดว่าจะเป็นเขา" เอวินพยักหน้าให้กับคำตอบของเพื่อนของเขา แล้วหันไปเทเหล้าใส่แก้วของตัวเองให้เต็ม

         "...ทายาทอันดูริลคงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วแน่ๆ มันเป็นใครกันแน่นะ" สายตาของเอวินมองดูน้ำสีหม่นๆที่ค่อยๆไหลลงสู่แก้วของตัวเองด้วยฝีมือของคนข้างๆของเขา

         "...ก็หวังว่าผู้กล้าของเราคงจะรับมือกับพวกมันได้นะ" เอวินยิ้มออกมาเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงเมื่อได้ยินประโยคของคนข้างๆ

         "พวกเขายังเด็กไป ตอนนี้พวกเขาก็ยังมีความคิดแบบวัยรุ่นที่มีแต่ความเอาแต่ใจตัวเอง ในตอนนี้พวกเขายังอ่อนหัด พลังของพวกเขายังน้อยเกินไปที่จะรับมือกับของทัพอันดูริล เฮ้ออออ..."



         เอวินสายหน้าเล็กน้อยกับความคิดของตัวเองพร้อมกับยกแก้วของตัวเองขึ้นมาค้างเอาไว้กลางอากาศ

         "คราวนี้ฉันคงล้มเหลวซะแล้ว...." เมื่อพูดจบก็ยกแก้วนั้นขึ้นดื่มไปหนึ่งอึกใหญ่ๆ

         "แต่นายเองก็ยังมีคนพอจะช่วยได้อยู่ไม่ใช่เหรอ เยอะแยะไปสำหรับคนของไนท์เบลด แต่นายเนี่ยชอบทำเหมือนกับว่าตัวเองแบกโลกเอาไว้ทั้งใบอยู่เรื่อย" คำตำหนิของแมงป่องทองคำดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบอะไรกับเอวินนัก เขายิ้มและหันมาก่อนที่จะกล่าว

        "งานนี้มันใหญ่เกินกว่าพวกเด็กนักเรียนธรรมดาๆจะรับมือไหว แม้บางคนจะถึงขั้นระดับหัวกะทิก็ตามเถอะ"

         "...เลโอต้องช่วยนายได้แน่ๆ" เหมือนกับเป็นแรงกระตุ้นอะไรบ้างอย่าง ดวงตาของเอวินเบิกพล่างก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจางๆ เมื่อได้ยินชื่อนั้น

         "เลโอเหรอ!!! อย่ามาพูดชื่อเลโอต่อหน้าฉัน!!!" จู่ๆคนที่ดูมีท่าทีสุขุมรอบคอบอย่างเอวินก็ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มีความโมโห ใบหน้าหน้าแดงกล่ำ "เจ้านั่นน่ะมันทั้งนักเลง ทั้งโหลยโท่ยไร้ความรับผิดชอบ ไม่เคยจริงจังกับอะไรซักอย่าง ไม่เคยออกมาปกป้องไนท์เบลดสักครั้งเดียว คนอย่างมันน่ะแม้แต่งานของตัวเองมันยังไม่ค่อยจะตั้งใจทำเลย!!!"

         ก่อนที่เพื่อนของเขาจะเดือดไปมากกว่านี้ แมงป่องทองคำจึงไปหยิบขวดเหล้าแล้วค่อยๆรินลงไปที่แก้วของเอวินให้เต็ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่