ศาลปกครองกลาง ยกคำร้อง คดี CAT ยื่นฟ้อง กสทช. เรียกค่าเสียหาย 2.7 แสนล้านบาท เพราะไปขยายอายุสัญญาให้เอกชนและเร่งรัดให้แก้ปัญหาซิมดับจน กสท สูญลูกค้าถึง 17 ล้านราย...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ก.พ. คดีที่ 2128/2556 ยกคำร้องของ บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) หรือ CAT ยื่นฟ้องและขอคุ้มครองฉุกเฉิน เรียกค่าเสียหาย และขอยกเลิกเพิกถอนมติ กสทช.ที่ออกประกาศ เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 หรือประกาศฯ ห้ามซิมดับ และประมาณการว่าจะทำให้ กสท เสียหายสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ กสท ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีที่ กสทช. ออกประกาศให้สิทธิ์การบริหารคลื่นความถี่กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือดีพีซี ต่อไปอีก 1 ปี คือ ตั้งแต่ 15 กันยายน 2556 ถึง 15 กันยายน 2557 ทั้งที่เอกชนสิ้นสุดสัมปทานแล้ว
นอกจากนี้ ประกาศฯ ห้ามซิมดับ ยังเป็นการเร่งรัดให้โอนย้ายลูกค้าออกจากระบบ ถือเป็นการทำให้ กสท เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากลูกค้าทั้งหมดภายใต้สัญญาสัมปทานกว่า 17 ล้านเลขหมาย เดิมควรจะต้องย้ายมาอยู่ในระบบมายของ กสท แทน แต่กลับย้ายออกจากระบบทั้งหมด
สำหรับมูลค่าความเสียหาย กสท คำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนขั้นต่ำที่ 200-300 บาท คูณด้วยจำนวนผู้ใช้บริการทั้ง 17 ล้านเลขหมาย รวมกับรายได้ไปจนถึงการสิ้นสุดใบอนุญาตของ กสทฯ ในปี 2568 หรือประมาณ 12 ปี ที่สามารถให้บริการ 3 จี ภายใต้แบรนด์มายของ กสท เอง
ส่วน กทค. ชี้แจงว่า กสท ไม่มีสิทธิ์ในคลื่นความถี่ดังกล่าวตั้งแต่สัมปทานกับ ทรูมูฟ และดีพีซี สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2556 หาก กทค. ไม่ออกประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการฯ จะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศและไม่มีผู้รับผิดชอบผู้ใช้บริการกว่า 17 ล้านราย ดังนั้นการออกร่างประกาศฯ จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และไม่ได้ทำให้ กสท เสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมบอร์ด กสท เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีมติให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ตามกระบวนการที่ศาลปกครองกำหนด และให้สู้คดีจนถึงที่สุด เนื่องจากก่อนหน้านี้บอร์ดได้มีมติให้ดำเนินการเรื่องฟ้องร้อง รวมทั้งอนุมัติงบกว่า 200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการฟ้องร้องด้วย.
โดย: ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
15 กุมภาพันธ์ 2557, 07:30 น.
thairath.co.th/content/tech/403632
ศาลปกครองกลาง ยกคำร้อง คดี CAT ยื่นฟ้อง กสทช. เรียกค่าเสียหาย 2.7 แสนล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ก.พ. คดีที่ 2128/2556 ยกคำร้องของ บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) หรือ CAT ยื่นฟ้องและขอคุ้มครองฉุกเฉิน เรียกค่าเสียหาย และขอยกเลิกเพิกถอนมติ กสทช.ที่ออกประกาศ เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 หรือประกาศฯ ห้ามซิมดับ และประมาณการว่าจะทำให้ กสท เสียหายสูงถึง 2.7 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ กสท ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ขอคุ้มครองฉุกเฉิน กรณีที่ กสทช. ออกประกาศให้สิทธิ์การบริหารคลื่นความถี่กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือดีพีซี ต่อไปอีก 1 ปี คือ ตั้งแต่ 15 กันยายน 2556 ถึง 15 กันยายน 2557 ทั้งที่เอกชนสิ้นสุดสัมปทานแล้ว
นอกจากนี้ ประกาศฯ ห้ามซิมดับ ยังเป็นการเร่งรัดให้โอนย้ายลูกค้าออกจากระบบ ถือเป็นการทำให้ กสท เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากลูกค้าทั้งหมดภายใต้สัญญาสัมปทานกว่า 17 ล้านเลขหมาย เดิมควรจะต้องย้ายมาอยู่ในระบบมายของ กสท แทน แต่กลับย้ายออกจากระบบทั้งหมด
สำหรับมูลค่าความเสียหาย กสท คำนวณจากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนขั้นต่ำที่ 200-300 บาท คูณด้วยจำนวนผู้ใช้บริการทั้ง 17 ล้านเลขหมาย รวมกับรายได้ไปจนถึงการสิ้นสุดใบอนุญาตของ กสทฯ ในปี 2568 หรือประมาณ 12 ปี ที่สามารถให้บริการ 3 จี ภายใต้แบรนด์มายของ กสท เอง
ส่วน กทค. ชี้แจงว่า กสท ไม่มีสิทธิ์ในคลื่นความถี่ดังกล่าวตั้งแต่สัมปทานกับ ทรูมูฟ และดีพีซี สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2556 หาก กทค. ไม่ออกประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการฯ จะทำให้เกิดภาวะสุญญากาศและไม่มีผู้รับผิดชอบผู้ใช้บริการกว่า 17 ล้านราย ดังนั้นการออกร่างประกาศฯ จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และไม่ได้ทำให้ กสท เสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมบอร์ด กสท เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีมติให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ตามกระบวนการที่ศาลปกครองกำหนด และให้สู้คดีจนถึงที่สุด เนื่องจากก่อนหน้านี้บอร์ดได้มีมติให้ดำเนินการเรื่องฟ้องร้อง รวมทั้งอนุมัติงบกว่า 200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าธรรมเนียมในการฟ้องร้องด้วย.
โดย: ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
15 กุมภาพันธ์ 2557, 07:30 น.
thairath.co.th/content/tech/403632