ขนาดรัฐบาลยังออกมารับว่าพลาดเองเลย ควายแดงในนี้ก็ยอมรับแล้วก็เลิกแถแทนซะทีนะ
วงเจรจาหนี้จำนำข้าวล่ม! รัฐได้คำตอบจ่ายเงินจำนำข้าว ชาวนาเมินเงื่อนไข ชง ครม.พรุ่งนี้ (11 ก.พ. 57) ของบฯ 712 ล้าน จ่ายงวดเดือน ก.ย. ก่อนยกทีมวอล์กเอาต์ ขู่ปิดคลังข้าวทั่วประเทศ ตะเพิดรัฐบาลลาออก
"วราเทพ" รับ รัฐพลาดกู้ช้า ทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 57 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินลงมาตรวจความเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้า และบริเวณโดยรอบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี รับมือกลุ่มเกษตรกรชาวนา ที่จะเดินทางมาชุมนุมปิดล้อม สป.กห. เพื่อทวงถามเงินจากโครงการรับจำนำ
ช่วงเวลาเดียวกันที่บริเวณศาลตายาย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้านหน้าสำนักงานฯ มีกลุ่มเกษตรกรชาวนาประมาณ 20 คน มาชุมนุมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่เช้ามืด นำรถปฏิบัติการจิตวิทยาที่มีลำโพงบนรถ และลำโพงอีกชุดหนึ่งมาติดตั้งที่ด้านหน้าสำนักงานฯ เพื่อเจรจาทำความเข้าใจ และเตรียมเสริมชุดจับกุมจำนวนหนึ่งอยู่รอบนอก ซึ่งจะคอยปฏิบัติการแทรกขบวนกลุ่มชาวนา หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ต่อมาเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทันทีที่เดินทางถึงได้เรียกประชุมรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาชาวนา ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง พร้อมด้วย นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ประชุมรับฟังรายงาน และประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ร่วมกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 11.45 น. ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ติดอิมแพค เมืองทองธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าตรวจค้นชายวัยกลางคน อายุ 35-40 ปี 2 คน หลังพบมีพิรุธ สะพายกระเป๋าใส่กีตาร์ เมื่อตรวจค้นพบปืนลม จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระบอกไม้ไผ่เป่าลูกดอก จำนวน 2 กระบอก อยู่ภายในกระเป๋าใส่กีตาร์ ซึ่งชายดังกล่าวอ้างว่า นำมายิงเก็บลูกโป่งภายในงานที่จัดขึ้นภายในอิมแพค เมืองทองธานี โดยชายดังกล่าวได้ให้เบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่อิมแพคกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำต่อที่ สภ.อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทั้งนี้ ช่วงแรกชายทั้งสองคนพยายามบอกกับเจ้าหน้าที่ว่ามาทำงาน จะจับทำไม รู้ว่าเป็นพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องมีการตรวจสอบเข้มงวดอยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนา จำนวนกว่า 400-500 คน จาก จ.สระบุรี จ.ลพบุรี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อุทัยธานี จ.ราชบุรี จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง ได้เดินทางจากกระทรวงยุติธรรม มาชุมนุมที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทันทีเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ทหารตั้งแถวประชิดรั้วทันที และนำรั้วลวดหนามปิดประตูทางเข้าออกด้านหน้าสำนักงานฯ ห้ามสื่อมวลชนเข้าออก โดยเกษตรกรชาวนาเรียกร้องทวงเงิน 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท และให้รัฐบาลส่งตัวแทนเจรจา
จากนั้น พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ รองเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นตัวแทนเข้าเจรจา เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมส่งตัวแทนแต่ละจังหวัดเข้าเจรจากับตัวแทนรัฐบาล จากนั้นเวลา 14.00 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนาได้ส่งตัวแทนชาวนา จำนวน 30 คน โดยมีนายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก และนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ เป็นแกนนำ โดยเข้าร่วมเจรจาที่ชั้น 1 ห้องกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
โดยเจรจากับตัวแทนรัฐบาล ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ โดยเปิดให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนามาตลอดอย่างต่อเนื่อง จนถึงงวดเดือน ต.ค. 56 ในวงเงินงบประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท สำหรับชาวนาที่ยืนยันยังไม่ได้ ให้มาลงชื่อ และจะไปตรวจสอบกับทาง ธ.ก.ส. ให้ ส่วนเดือน พ.ย. ยืนยันว่า จ่ายไปแล้ว 63% ส่วนที่ยังไม่ได้จ่ายเลย คือ เดือน ธ.ค. 56 ที่มียอดการรับจำนำสูงสุด และเดือน ม.ค. 57 ส่วนยอดเดือน ก.ย. ที่ยังค้างจ่ายอยู่ เป็นเพราะมีการจำนำเกินวงเงินงบประมาณเดิมที่ขออนุมัติไว้ 712 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศยุบสภาพอดี ทำให้ติดขัดข้อกฎหมาย แต่ทั้งนี้ จะมีการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ เพื่อขออนุมัติ จากนั้นจะนำเสนอ กกต.พิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ เนื่องจากเป็นงบประมาณกลาง และเร่งจ่ายชาวนาทันที
จากนั้นตัวแทนชาวนาได้สอบถามกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง ระบุเรื่องคืนข้าวชาวนา ถ้าคืนได้ อย่างนั้นขอข้าวคืนจากรัฐบาล ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อเสนอของตัวแทนเกษตรกรบางส่วน รัฐบาลไม่เคยคิดจะคืน แต่ถ้าชาวนาขอคืนข้าว เราก็ยินดี หากจำนำข้าวแล้วเป็นหนี้ เป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ชาวนาโต้แย้งว่า โรงสีบอกไม่มีข้าวจะคืน แล้วจะรู้ได้อย่างไร ข้าวส่วนไหนเป็นข้าวที่จำนำไป
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จำนวนเงิน 712 ล้านบาท ที่ยังค้างจ่ายชาวนา 3,900 กว่าราย ยังไงแล้วที่ค้างอยู่ก็ต้องจ่าย ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 11 ก.พ. 57 เพื่อขออนุมัติ แต่เนื่องจากเป็นงบประมาณกลาง เมื่อผ่าน ครม. แล้ว ก็ต้องทำเรื่องขอ กกต. ทันที ส่วนยอดใหญ่ค้างอยู่ 1 แสน 1 หมื่นล้าน รัฐบาลพร้อมกู้เงิน ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ติดปัญหาธนาคารในประเทศไม่ยอมให้กู้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายจากการที่รัฐบาลยุบสภา
ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า รัฐบาลยอมรับว่าทำเรื่องกู้เงินช้าไป และแบงก์ก็ไม่ยอมปล่อยกู้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถหาเงินจ่ายให้กับชาวนาได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏว่าตัวแทนชาวนาทั้งหมดแสดงความไม่พอใจ และลุกออกจากห้องประชุมทันที โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่สามารถหาเงิน 1 แสน 1 หมื่นล้านบาท มาจ่ายกับชาวนาได้ โดยอ้างว่าติดข้อกฎหมาย ถ้าท่านติดข้อกฎหมายทำงานไม่ได้ ก็ให้ท่านออก จะได้แก้ปัญหาได้เร็ว
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ กล่าวภายหลังเจรจาว่า ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะรัฐบาลอ้างธนาคารไม่ปล่อยกู้ และม็อบก็ทำการปิดล้อมธนาคาร เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาบอกชาวนา เรารู้หมดแล้ว ไม่ต้องมาโกหก เรารู้อยู่แล้วว่าต้องจบแบบนี้ เมื่อรัฐบาลหาทางออกไม่ได้ก็ควรลาออก จากนั้น นายกิตติศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีพร้อมประกาศว่า เมื่อวันนี้ยังคุยไม่รู้เรื่อง รัฐบาลก็ไม่ต้องแตะต้องข้าว โดยตนจะประสานไปยังชาวนา และจังหวัดอื่นๆ ให้ชาวนายึดคลังข้าว เพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่าย ดังนั้น ชาวนาก็มีสิทธิ์ที่จะยึดข้าวคืน
ขณะที่นายระวี ปราศรัยผลการเจรจาว่า การเจรจาล้มเหลว พวกตนต้องวอล์กเอาต์ออกมา เพราะรัฐมนตรีชี้แจงว่า มีม็อบไปกดดันธนาคาร ห้ามปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาล จึงขอให้เราไปช่วยเจรจา ขอถามว่าเป็นหน้าที่ชาวนาหรือไม่ คาดไว้อยู่แล้ว ผลการเจรจาจะออกมาเป็นแบบนี้ ส่วนข้อเสนอที่ให้รัฐบาลเปิดประมูลขายข้าวที่อยู่ในโกดัง โดยไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งกำลังจะเปิดประมูลขายข้าวในรอบนี้ 8 แสนตัน ได้เงิน 1 หมื่นล้านบาท ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรรัฐบาลจะได้เงินครบตามจำนวนที่ติดหนี้ชาวนาอยู่ ดังนั้น หากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาได้ ก็ควรปล่อยให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารเต็มที่มาทำหน้าที่แทน
ส่วนการยึดคลังข้าวยังไม่ถือเป็นมติ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของนายกิตติศักดิ์เท่านั้น หลังจากนี้ต้องมีการหารือกันอีกครั้งก่อน จากนั้นกลุ่มชาวนาได้สลายการชุมนุมที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางกลับไปปักหลักการชุมนุมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์.
ที่มา
http://www.thairath.co.th/content/eco/402675
"วราเทพ" รับ รัฐพลาดกู้ช้า ทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา...
วงเจรจาหนี้จำนำข้าวล่ม! รัฐได้คำตอบจ่ายเงินจำนำข้าว ชาวนาเมินเงื่อนไข ชง ครม.พรุ่งนี้ (11 ก.พ. 57) ของบฯ 712 ล้าน จ่ายงวดเดือน ก.ย. ก่อนยกทีมวอล์กเอาต์ ขู่ปิดคลังข้าวทั่วประเทศ ตะเพิดรัฐบาลลาออก "วราเทพ" รับ รัฐพลาดกู้ช้า ทำให้ไม่มีเงินจ่ายชาวนา...
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 57 พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินลงมาตรวจความเรียบร้อย การรักษาความปลอดภัยบริเวณด้านหน้า และบริเวณโดยรอบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.กห.) เมืองทองธานี รับมือกลุ่มเกษตรกรชาวนา ที่จะเดินทางมาชุมนุมปิดล้อม สป.กห. เพื่อทวงถามเงินจากโครงการรับจำนำ
ช่วงเวลาเดียวกันที่บริเวณศาลตายาย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้านหน้าสำนักงานฯ มีกลุ่มเกษตรกรชาวนาประมาณ 20 คน มาชุมนุมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัย กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่เช้ามืด นำรถปฏิบัติการจิตวิทยาที่มีลำโพงบนรถ และลำโพงอีกชุดหนึ่งมาติดตั้งที่ด้านหน้าสำนักงานฯ เพื่อเจรจาทำความเข้าใจ และเตรียมเสริมชุดจับกุมจำนวนหนึ่งอยู่รอบนอก ซึ่งจะคอยปฏิบัติการแทรกขบวนกลุ่มชาวนา หากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ต่อมาเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทันทีที่เดินทางถึงได้เรียกประชุมรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาชาวนา ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง พร้อมด้วย นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ประชุมรับฟังรายงาน และประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ร่วมกับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 11.45 น. ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ติดอิมแพค เมืองทองธานี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเข้าตรวจค้นชายวัยกลางคน อายุ 35-40 ปี 2 คน หลังพบมีพิรุธ สะพายกระเป๋าใส่กีตาร์ เมื่อตรวจค้นพบปืนลม จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระบอกไม้ไผ่เป่าลูกดอก จำนวน 2 กระบอก อยู่ภายในกระเป๋าใส่กีตาร์ ซึ่งชายดังกล่าวอ้างว่า นำมายิงเก็บลูกโป่งภายในงานที่จัดขึ้นภายในอิมแพค เมืองทองธานี โดยชายดังกล่าวได้ให้เบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่อิมแพคกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำต่อที่ สภ.อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทั้งนี้ ช่วงแรกชายทั้งสองคนพยายามบอกกับเจ้าหน้าที่ว่ามาทำงาน จะจับทำไม รู้ว่าเป็นพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไงก็ต้องมีการตรวจสอบเข้มงวดอยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 13.30 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนา จำนวนกว่า 400-500 คน จาก จ.สระบุรี จ.ลพบุรี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อุทัยธานี จ.ราชบุรี จ.นครปฐม จ.กาญจนบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง ได้เดินทางจากกระทรวงยุติธรรม มาชุมนุมที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทันทีเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ทหารตั้งแถวประชิดรั้วทันที และนำรั้วลวดหนามปิดประตูทางเข้าออกด้านหน้าสำนักงานฯ ห้ามสื่อมวลชนเข้าออก โดยเกษตรกรชาวนาเรียกร้องทวงเงิน 1 แสน 2 หมื่นล้านบาท และให้รัฐบาลส่งตัวแทนเจรจา
จากนั้น พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ รองเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นตัวแทนเข้าเจรจา เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมส่งตัวแทนแต่ละจังหวัดเข้าเจรจากับตัวแทนรัฐบาล จากนั้นเวลา 14.00 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนาได้ส่งตัวแทนชาวนา จำนวน 30 คน โดยมีนายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก และนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประประธานเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ เป็นแกนนำ โดยเข้าร่วมเจรจาที่ชั้น 1 ห้องกองเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
โดยเจรจากับตัวแทนรัฐบาล ประกอบด้วย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ โดยเปิดให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนามาตลอดอย่างต่อเนื่อง จนถึงงวดเดือน ต.ค. 56 ในวงเงินงบประมาณ 6 หมื่นกว่าล้านบาท สำหรับชาวนาที่ยืนยันยังไม่ได้ ให้มาลงชื่อ และจะไปตรวจสอบกับทาง ธ.ก.ส. ให้ ส่วนเดือน พ.ย. ยืนยันว่า จ่ายไปแล้ว 63% ส่วนที่ยังไม่ได้จ่ายเลย คือ เดือน ธ.ค. 56 ที่มียอดการรับจำนำสูงสุด และเดือน ม.ค. 57 ส่วนยอดเดือน ก.ย. ที่ยังค้างจ่ายอยู่ เป็นเพราะมีการจำนำเกินวงเงินงบประมาณเดิมที่ขออนุมัติไว้ 712 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศยุบสภาพอดี ทำให้ติดขัดข้อกฎหมาย แต่ทั้งนี้ จะมีการเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 ก.พ.นี้ เพื่อขออนุมัติ จากนั้นจะนำเสนอ กกต.พิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ เนื่องจากเป็นงบประมาณกลาง และเร่งจ่ายชาวนาทันที
จากนั้นตัวแทนชาวนาได้สอบถามกรณีที่นายนิวัฒน์ธำรง ระบุเรื่องคืนข้าวชาวนา ถ้าคืนได้ อย่างนั้นขอข้าวคืนจากรัฐบาล ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อเสนอของตัวแทนเกษตรกรบางส่วน รัฐบาลไม่เคยคิดจะคืน แต่ถ้าชาวนาขอคืนข้าว เราก็ยินดี หากจำนำข้าวแล้วเป็นหนี้ เป็นเรื่องธรรมดา ขณะที่ชาวนาโต้แย้งว่า โรงสีบอกไม่มีข้าวจะคืน แล้วจะรู้ได้อย่างไร ข้าวส่วนไหนเป็นข้าวที่จำนำไป
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จำนวนเงิน 712 ล้านบาท ที่ยังค้างจ่ายชาวนา 3,900 กว่าราย ยังไงแล้วที่ค้างอยู่ก็ต้องจ่าย ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม ครม. วันที่ 11 ก.พ. 57 เพื่อขออนุมัติ แต่เนื่องจากเป็นงบประมาณกลาง เมื่อผ่าน ครม. แล้ว ก็ต้องทำเรื่องขอ กกต. ทันที ส่วนยอดใหญ่ค้างอยู่ 1 แสน 1 หมื่นล้าน รัฐบาลพร้อมกู้เงิน ตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่ติดปัญหาธนาคารในประเทศไม่ยอมให้กู้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายจากการที่รัฐบาลยุบสภา
ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า รัฐบาลยอมรับว่าทำเรื่องกู้เงินช้าไป และแบงก์ก็ไม่ยอมปล่อยกู้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถหาเงินจ่ายให้กับชาวนาได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปรากฏว่าตัวแทนชาวนาทั้งหมดแสดงความไม่พอใจ และลุกออกจากห้องประชุมทันที โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่สามารถหาเงิน 1 แสน 1 หมื่นล้านบาท มาจ่ายกับชาวนาได้ โดยอ้างว่าติดข้อกฎหมาย ถ้าท่านติดข้อกฎหมายทำงานไม่ได้ ก็ให้ท่านออก จะได้แก้ปัญหาได้เร็ว
ขณะที่นายกิตติศักดิ์ กล่าวภายหลังเจรจาว่า ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะรัฐบาลอ้างธนาคารไม่ปล่อยกู้ และม็อบก็ทำการปิดล้อมธนาคาร เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมาบอกชาวนา เรารู้หมดแล้ว ไม่ต้องมาโกหก เรารู้อยู่แล้วว่าต้องจบแบบนี้ เมื่อรัฐบาลหาทางออกไม่ได้ก็ควรลาออก จากนั้น นายกิตติศักดิ์ ได้ขึ้นเวทีพร้อมประกาศว่า เมื่อวันนี้ยังคุยไม่รู้เรื่อง รัฐบาลก็ไม่ต้องแตะต้องข้าว โดยตนจะประสานไปยังชาวนา และจังหวัดอื่นๆ ให้ชาวนายึดคลังข้าว เพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่าย ดังนั้น ชาวนาก็มีสิทธิ์ที่จะยึดข้าวคืน
ขณะที่นายระวี ปราศรัยผลการเจรจาว่า การเจรจาล้มเหลว พวกตนต้องวอล์กเอาต์ออกมา เพราะรัฐมนตรีชี้แจงว่า มีม็อบไปกดดันธนาคาร ห้ามปล่อยเงินกู้ให้รัฐบาล จึงขอให้เราไปช่วยเจรจา ขอถามว่าเป็นหน้าที่ชาวนาหรือไม่ คาดไว้อยู่แล้ว ผลการเจรจาจะออกมาเป็นแบบนี้ ส่วนข้อเสนอที่ให้รัฐบาลเปิดประมูลขายข้าวที่อยู่ในโกดัง โดยไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน ซึ่งกำลังจะเปิดประมูลขายข้าวในรอบนี้ 8 แสนตัน ได้เงิน 1 หมื่นล้านบาท ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรรัฐบาลจะได้เงินครบตามจำนวนที่ติดหนี้ชาวนาอยู่ ดังนั้น หากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาได้ ก็ควรปล่อยให้มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารเต็มที่มาทำหน้าที่แทน
ส่วนการยึดคลังข้าวยังไม่ถือเป็นมติ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของนายกิตติศักดิ์เท่านั้น หลังจากนี้ต้องมีการหารือกันอีกครั้งก่อน จากนั้นกลุ่มชาวนาได้สลายการชุมนุมที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เดินทางกลับไปปักหลักการชุมนุมที่หน้ากระทรวงพาณิชย์.
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/eco/402675