[CR] [CR] มหากาพย์รีวิวทุกซอกลืบ Hongkong - Macau ฉบับค่อดละเอียด (อ่านกันให้ตายไปข้างหนึ่ง)



ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวอื่นๆได้ที่ http://www.janestories.com/


คำโปรย

เราเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันอยากท่องเที่ยวไปทั่วโลก เปิดกะลาน้อยๆของเรา ดูว่าชาวบ้านเค้าทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว และแล้ววันหนึ่ง โอกาสฟ้าประทานของเราก็มาถึง โอกาสที่ชื่อว่า โบนัส (อุวะฮะฮะ) ถึงมันจะไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะโบยบินไปประเทศใกล้ๆก็คือ ฮ่องกง พ่วงมาเก๊า นั่นเอง (ดังนั้นจึงไม่เหลือเงินมาซื้อ LTF เป็นบุคคลที่กรมสรรพากรควรให้การยกย่อง ฮา)  

สิ่งที่ต้องเตรียมอย่างแรกสุดเลยคือ หาคนไปด้วย เนื่องจากเราเพิ่งจบหมาดๆ ทำงานมาได้ปีกว่า เพื่อนๆกำลังตั้งตัวกันอยู่ และทริปนี้เท่าที่ประเมินคือต้องใช้ประมาณ 2 หมื่นบวกๆ คำชวนเลยเป็นหมันซะงั้น แง โชคดีที่ฟ้ายังเห็นใจเลยประทานเพื่อนร่วมทริปมา 1 คนถ้วน เหยื่อของเรามีนามสมมติว่า คุณสำลี ค่ะ

ครั้งนี้เลยเป็นครั้งแรกที่ไปต่างประเทศเอง หาข้อมูลเอง และหลงเอง ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้มาคือจากหนังสือที่ซื้อมา (ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่เล่มแดงเวิร์คมาก เราใช้แผนที่จากเล่มนี้เป็นหลัก)



www.hongkongfanclub.com และห้องบลูนี้แหละค่ะ รีวิวของนักเดินทางรุ่นก่อน ทำให้เรามีทริปที่สนุกจนลืมไม่ลงแบบนี้ได้ วันนี้เลยขอมาถวายตัว รีวิวหมดไส้หมดพุง เอาเป็นว่า ใครทนอ่านไปได้ ก็ตามกันไปจนจบนะคะ เริ่มได้



Step1: จองตั๋วเครื่องบิน

สิ่งที่ทำอย่างแรกคือการจองตั๋วเครื่องบินค่ะ เพราะจะได้รู้กำหนดวันที่แน่นอน และจะเป็นการบอกเพื่อนร่วมทริปอย่างมีนัยสำคัญว่า เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะ ฮ่าฮ่า เราเลือกแอร์เอเชียเพราะมันถูกดี (ก่อนคิดค่าโน่นนี่นั่นจนแพงทีหลัง =.=) เราไม่ได้จองช่วงโปร เพราะคิดได้ว่าจะไปก็คือจองเลย ไม่ได้คิดว่ามันจะมีโปรอีกเดือนถัดมา T^T รวมเบ็ดเสร็จคือ 7,000 บาทนิดๆ ไปฮ่องกง กลับมาเก๊า ช่วงวันที่ 10-14 ธันวาคม 2013 สิริรวม 5 วัน 4 คืนค่ะ

TIPS ในการจองตั๋วเครื่องบิน

1. เลือกช่วงที่ไป Monitor ช่วงวันที่ราคาตั๋วถูก เช่น ควรหลีกเลี่ยงขาไปในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพราะมันจะแพง ไว้สำหรับคนมีสตางค์แต่ไม่มีเวลาเช่นเจ้านายของพวกเรา พวกเรามีเวลา (วันลา) แต่ไม่มีสตางค์ (เอ๊ะ ยังไง) ควรไปวันธรรมดาแต่ลาเยอะๆนะคะ

2. เลือกสนามบิน ถ้าคุณไปทั้งฮ่องกงและมาเก๊า ควรพิจารณาไปหนึ่งประเทศ กลับอีกที่ เพราะยังไงเราก็ต้องนั่งเรือข้ามไปเป็นชั่วโมงอยู่แล้ว ลองเอาทั้งขาไปและขากลับของทั้งสองที่มาเทียบดูแล้วเลือกถูกสุด ในกรณีเรา ขากลับมาเก๊าถูกกว่าเกือบพันค่ะ

3. เลือกที่นั่ง กรณีที่คุณจองก่อนบินพอสมควร และยินดีจ่ายสตางค์จองที่นั่ง ไหนๆก็เสียเงินแล้ว ควรเหลือบดูสักนิดว่าเราจะบินไปด้วยเครื่องบินชนิดไหน แล้วไป search หาว่าแปลนที่นั่งในเครื่องว่าตรงไหนมองออกไปไม่ติดปีกที่เว็บนี้ได้เลยค่ะ http://www.seatguru.com/ ลอง search ใน pantip หรือที่อื่นๆดูว่านั่งฝั่งไหนแล้วเห็นเกาะฮ่องกงสวยที่สุด (ขาไปฝั่งซ้ายเมื่อหันหน้าไปยังห้องกัปตันค่ะ) โรคจิตเพิ่มอีกนิดไป search ต่อก็ได้ว่านั่งตรงไหนแล้วปลอดภัยสุดในกรณีเครื่องตก (เดาว่าข้างหลัง 555)

4. เลือกน้ำหนักกระเป๋า ซื้อแค่คนเดียวพอ กดไปเลย 20 kg (ในกรณี 2 คน) แล้วโหลดกระเป๋ารวมกันเพราะเค้าให้โหลดกี่ใบก็ได้ในน้ำหนักที่คุณซื้อไว้ สำหรับขาช็อปตอนขากลับอย่าลืมซื้อเผื่อซัก 5 โลก็ดีนะคะ

5. เลือกช่วงเวลา อันนี้ขอย้ำ ดูให้ดีก่อนจะกด พยายามจองตอนเช้าๆ สมองปลอดโปร่ง ตอนนั้นเราจองกันดึก สติสตังไม่ค่อยมี เน็ตก็เน่า (อ้างไปเรื่อย) ผลปรากฎคือจองเวลากลับผิด แทนที่จะกลับ 5 ทุ่ม ดันกดเป็นบ่าย 2 (มันปุ่มใกล้กันตรงไหน) เป็นบทเรียนที่จำขึ้นใจเลยค่ะ เพราะถ้าคิดจะเปลี่ยนรายละเอียดของตั๋วแอร์เอเชีย ไม่ว่าจะโปรหรือไม่ แนะนำให้ซื้อใหม่ดีกว่า แพงจริงอะไรจริง

6. เตรียมอาหารไปกินบนเครื่อง ถ้างบจำกัด ทำแซนวิซไปกินเองบนเครื่องได้เลยค่ะ เราเพิ่งรู้ว่าเอาอาหารขึ้นเครื่องได้ (น้ำดื่มไม่ได้นะคะ) เหตุเป็นเพราะพกฝรั่งกับแซนวิซใส่กระเป๋ามากินก่อนเข้า gate แต่ลืมกินแล้วถือเข้าเครื่องแสกน เจ้าหน้าที่ก็ไม่ว่าอะไร เฮ  

7. อย่าลืมทำ Web Check in ให้เรียบร้อย ทั้งขาไปและขากลับ แล้วปริ๊นท์ออกมาเตรียมยืนให้เจ้าหน้าที่เวลาโหลดกระเป๋าค่ะ





Step2: จองที่พัก

เนื่องจากเราจะพักกัน 4 คืน แบ่งเป็น 3 คืนที่ฮ่องกง 1 คืนที่มาเก๊า อันนี้ขอบอกว่าตามงบประมาณที่คุณมีอยู่ เราไปดูรีวิวของหลายๆท่านในห้องบลู (กราบขอบพระคุณอย่างสูง) ก็ถูกใจ hostel ที่ชื่อว่า Hop Inn ถูกใจตรงที่ email ไปคุยกับทางโรงแรม พนักงานตอบกลับเร็วมาก เลยตัดสินใจจองที่นี่ 3 คืน โดนไป 8,000 กว่าบาท ส่วนที่มาเก๊า ได้ที่สิงสถิตอยู่ที่ Ole London Hotel ที่พักยอดนิยมของคนไทยนั่นเอง จองทาง Agoda 1 คืน หมดไป 4,000 กว่าบาท ค่าที่พักสิริรวม 12,000 บาท หรือคนละ 6,000 บาทค่ะ

TIPS ในการจองที่พัก

1. เลือกวันที่ไม่แพง ถ้าคุณจะไปพักมาเก๊า โปรดอย่าจองช่วงวันศุกร์ เสาร์ เพราะมันจะแพงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ อิฉันโดนมาแล้วค่ะ จองวันศุกร์ เพิ่มมาอีก 1,000 บาท ได้น่าตาเฉย เนื่องจากมาเก๊าเป็นเมืองคาสิโน วันศุกร์ เสาร์ นักพนันจะมาพักกัน ดังนั้นที่พักเลยแพง เศร้า

2. เลือกห้องที่กว้างที่สุด ที่พักแต่ละที่ ควรดูรีวิวด้วยว่าแบบไหนกว้างสุดในราคาเท่ากัน เช่นที่ Hop Inn ถ้าเป็นแบบสองเตียง จะเป็นเตียงสองชั้น แคบมากกกกกกกกก ส่วน Ole London Hotel สองเตียงจะกว้างกว่าเตียงเดียว เป็นต้น

3. เลือกย่านที่พัก สำหรับฮ่องกง กรณีมือใหม่หัดเที่ยว แนะนำให้พักย่านที่ชุกชุม มีของกินของขายเยอะๆ เช่น มงก๊ก หรือจิมซาจุ่ย ซึ่งอยู่ฝั่งเกาลูน ส่วนมาเก๊า แนะนำให้พักใกล้ๆกับที่เที่ยว เดินทางสะดวก เช่นแถวๆเซนาโด้สแควร์ หรือแถวๆคาสิโนต่างๆ คุณจะสามารถใช้รถคาสิโนไปไหนมาไหนได้

4. เลือกที่พักที่ดูดี บางคนจะบอกว่าที่พักจองยังไงก็ได้ เพราะนอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถูกค่ะ นอนไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะฮ่องกงมาเก๊าเป็นอะไรที่เดินเยอะจริงๆ เหนื่อยมากๆ กลับมานอนก็อยากนอนที่สะอาดๆ มีน้ำอุ่นๆให้อาบ

5. น้ำดื่มฟรีสำคัญ ควรจะหาที่ๆมีน้ำให้เราดื่มฟรีไม่อั้นนะคะ เพราะฮ่องกง มาเก๊าเป็นอะไรที่น้ำแพงมาก ขวดละ 40 บาทเป็นอย่างต่ำ คิดว่าเป็นเพราะสภาพพื้นที่เป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยน้ำทะเล น้ำดื่มต้องกลั่นเอาอย่างเดียว (มันเขียนข้างขวดว่า distilled water) ดังนั้นการเอาขวดเปล่ามากรอกน้ำที่โรงแรมกินจะช่วยประหยัดได้เยอะ ที่ Hop Inn มีน้ำฟรีให้กรอก กรอกมันทุกวันเลย ส่วน Ole London ให้น้ำขวดเล็กๆมาแค่ 2 ขวด จะขาดน้ำตายเอา (เพราะความงก) จริงๆถ้าถึงขนาดนั้นก็ซื้อไปเถอะค่ะ แต่เลือกขวดใหญ่สุด 555



Step3: ทำแผนการท่องเที่ยว

Excel เท่านั้นถึงจะอยู่รอด เราเป็นโรคจิตที่วางแผนละเอียดมาก ประมาณ excel 6 แผ่น ถึงขึ้นระบุเมนูที่จะสั่งในแต่ละร้านที่ไป คุณสำลีเห็นแล้วสตั้นไป 2 วินาที อันนี้แล้วแต่คนนะคะ เพราะบางคนก็ชอบสไตล์สุ่มๆมั่วๆไปได้รสชาติ แต่เราเคยอยู่ดีๆก็ได้ไป disneysea ที่ญี่ปุ่นโดยที่ไม่หาข้อมูลอะไรเลย ดีที่มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นพาไป แต่ก็รู้สึกว่าได้เล่นน้อย เดินตามๆเค้าไปแบบมึนๆ เสียดายเงินค่าเข้ามาก คราวนี้เลยจัดเต็มค่ะ เสพติดข้อมูลไปแล้ว

TIPS ในการทำแผนการท่องเที่ยว

1. เก็บขึ้น cloud ควรเก็บแผนนี้ไว้ใน public cloud storage เช่น Google drive, Dropbox เพราะคุณกับเพื่อนร่วมชะตากรรมจะได้ร่วมกันทำแผนนี้ได้ ในกรณีเรา คุณสำลีละเหี่ยใจเกินกว่าจะแตะแผนของเราค่ะ เลยได้แต่อ่านอย่างเดียว

2. มีแผนสำรอง (โดยเฉพาะเรื่องกิน เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ฮา) ถ้าร้านนี้ปิด จะไปกินร้านไหน สถานที่ท่องเที่ยวนี้ปิด จะไปที่ไหนแทนได้ใกล้ๆ จะได้ประหยัดเวลา

3. ดูเมนูภาษาจีนและอังกฤษไป หรือง่ายๆคือหาศัพท์ทั้งอังกฤษและจีนของสิ่งที่เราอยากจะกินไป ปริ๊นท์รูปภาพไปก็ได้ อันนี้เราพลาด และประสบปัญหาอย่างรุนแรงในการสั่งอาหาร เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีรูปให้เราชี้ ถ้าโชคร้ายมากคือจีนล้วน แก้ไขโดยการเปิดรูปในอินเตอร์เน็ตแล้วจิ้มเลยค่ะ

4. ทำแผน เน้น คร่าวๆก็ยังดี สำหรับใครที่เคยมั่นใจในภาษาอังกฤษ คุณคิดผิดค่ะ อยู่ที่นี่จะเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาว 70 เปอร์เซ็นต์แทบสื่อสารไม่ได้ จีนล้วน คนที่พูดได้ส่วนใหญ่อยู่ในห้าง โรงแรม แล้วเวลาคุณหลงคุณมักจะไม่หลงในสถานที่เหล่านั้น กรณีหลงให้เลือกสาวๆเอ๊าะๆหน่อย เปอร์เซ็นต์การพูดภาษาอังกฤษได้จะสูง ควรถามเค้าก่อนด้วยว่าพูดได้ไหม เราขนาดเลือกสาวๆแล้ว พุ่งเข้าไปถามคำถามเลย นางตะโกนขึ้นมาว่า Chinese! เหวอกันเลยทีเดียว แต่ถ้าคุณหลงตอนเช้าๆ ขณะที่สาวๆยังไม่ตื่นกัน อย่าได้แคร์ค่ะ ถามป้าๆลุงๆแถวนั้นแหละ เราพูดอังกฤษไป ออกท่าทาง เค้าพูดจีนสวนกลับมา ชี้โบ้ชี้เบ้ แต่หาเจอ กร๊าก แต่การทำแบบนี้จะยากในมาเก๊าเพราะเค้าใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นชื่อสถานที่ต่างๆ จงไปฝึกออกเสียงที่ถูกต้องมาหรือปริ๊นท์ภาพไปด้วยก็ดีค่ะ

5. ปริ๊นท์แผนไปเผื่อ สำหรับคนที่ไม่มี iPad ไม่มี internet access แผนใน cloud ปริ๊นท์แผนไปเผื่อเลยค่ะ เพราะการควักเข้าควักออก เปอร์เซ็นต์สูญหายมีสูงค่ะ เราทำตกอยู่หนหนึ่งแต่มีลุงฮ่องกงใจดีเก็บให้ รอดตาย
ชื่อสินค้า:   Hongkong
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่