.
"
โปรดระมัดระวัง กรรมจากการกล่าวตู่" (-/\-)
--------------------
ในชาติอื่นในกาลก่อน เราเป็นนักเลงชื่อปุนาลิ
ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้าย (ตอบ)
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นเราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน
ได้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส
หลายพันปีเป็นอันมาก ด้วยผลกรรมอันเหลือนั้น
--------------------
ในภพหลังสุดนี้ เราจึงได้คำกล่าวตู่เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา
เพราะการกล่าวตู่พระเถระนามว่านันทะ สาวกของพระพุทธเจ้า
ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึงท่องเที่ยวอยู่ในนรกสิ้นกาลนาน
เราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานานถึงหมื่นปี
ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้การกล่าวตู่เป็นอันมาก
ด้วยผลกรรมที่เหลือนั้น นางจิญจมานวิกามากับหมู่ชน
ได้กล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริง
--------------------
เมื่อก่อน เราเป็นพราหมณ์ชื่อสุตวา
อันชนทั้งหลายสักการะบูชา
สอนมนต์ให้กับมาณพประมาณ ๕๐๐ คนในป่าใหญ่
ก็เราได้เห็นฤาษีผู้น่ากลัว ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มากมาในสำนักของเรา
เราจึงกล่าวตู่ฤาษีผู้ไม่ประทุษร้าย โดยได้บอกกะพวกศิษย์ของเราว่า
ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม แม้เมื่อเราบอก (เท่านั้น) พวกมาณพก็เชื่อฟัง
ครั้งนั้น มาณพทั้งปวง เที่ยวไปภิกษาในสกุลๆ
พากันบอกแก่มหาชนว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ เหล่านี้ ได้คำกล่าวตู่ทั้งหมด
----------------
เราชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกะพระสุคตเจ้าพระนามว่ากัสสปะ
ในกาลนั้นว่า จักมีโพธิมณฑลแต่ที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราได้ประพฤติกรรมที่ทำได้ยากมาก (ทุกกรกิริยา)
ที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมตลอด ๖ ปี แต่นั้น จึงได้บรรลุโพธิญาณ
แต่เราก็มิได้บรรลุโพธิญาณอันสูงสุดด้วยหนทางนี้
เราอันบุรพกรรมตักเตือนแล้ว จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางที่ผิด
--------------------
"
โปรดระมัดระวัง กรรมจาการอนุโมทนาบาป" (-/\-)
--------------------
ในกาลก่อนเราเป็นเด็ก(ลูก) ของชาวประมงอยู่ในบ้านเกวัฏฏคาม
เห็นคนทั้งหลายฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความทุกข์ที่ศีรษะ (ปวดศีรษะ) ได้มีแล้วแก่เรา
--------------------
เนื้อหาจาก: พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=32&A=7849&Z=7924
.
โปรดระวัง กรรมจากการกล่าวตู่และอนุโมทนาบาป
"โปรดระมัดระวัง กรรมจากการกล่าวตู่" (-/\-)
--------------------
ในชาติอื่นในกาลก่อน เราเป็นนักเลงชื่อปุนาลิ
ได้กล่าวตู่พระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้าย (ตอบ)
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นเราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานาน
ได้เสวยทุกขเวทนาแสนสาหัส
หลายพันปีเป็นอันมาก ด้วยผลกรรมอันเหลือนั้น
--------------------
ในภพหลังสุดนี้ เราจึงได้คำกล่าวตู่เพราะเหตุแห่งนางสุนทริกา
เพราะการกล่าวตู่พระเถระนามว่านันทะ สาวกของพระพุทธเจ้า
ผู้ครอบงำอันตรายทั้งปวง เราจึงท่องเที่ยวอยู่ในนรกสิ้นกาลนาน
เราท่องเที่ยวอยู่ในนรกเป็นเวลานานถึงหมื่นปี
ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้การกล่าวตู่เป็นอันมาก
ด้วยผลกรรมที่เหลือนั้น นางจิญจมานวิกามากับหมู่ชน
ได้กล่าวตู่เราด้วยคำอันไม่เป็นจริง
--------------------
เมื่อก่อน เราเป็นพราหมณ์ชื่อสุตวา
อันชนทั้งหลายสักการะบูชา
สอนมนต์ให้กับมาณพประมาณ ๕๐๐ คนในป่าใหญ่
ก็เราได้เห็นฤาษีผู้น่ากลัว ได้อภิญญา ๕ มีฤทธิ์มากมาในสำนักของเรา
เราจึงกล่าวตู่ฤาษีผู้ไม่ประทุษร้าย โดยได้บอกกะพวกศิษย์ของเราว่า
ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม แม้เมื่อเราบอก (เท่านั้น) พวกมาณพก็เชื่อฟัง
ครั้งนั้น มาณพทั้งปวง เที่ยวไปภิกษาในสกุลๆ
พากันบอกแก่มหาชนว่า ฤาษีพวกนี้มักบริโภคกาม
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ภิกษุ ๕๐๐ เหล่านี้ ได้คำกล่าวตู่ทั้งหมด
----------------
เราชื่อว่าโชติปาละ ได้กล่าวกะพระสุคตเจ้าพระนามว่ากัสสปะ
ในกาลนั้นว่า จักมีโพธิมณฑลแต่ที่ไหน โพธิญาณท่านได้ยากอย่างยิ่ง
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เราได้ประพฤติกรรมที่ทำได้ยากมาก (ทุกกรกิริยา)
ที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคมตลอด ๖ ปี แต่นั้น จึงได้บรรลุโพธิญาณ
แต่เราก็มิได้บรรลุโพธิญาณอันสูงสุดด้วยหนทางนี้
เราอันบุรพกรรมตักเตือนแล้ว จึงแสวงหาโพธิญาณโดยทางที่ผิด
--------------------
"โปรดระมัดระวัง กรรมจาการอนุโมทนาบาป" (-/\-)
--------------------
ในกาลก่อนเราเป็นเด็ก(ลูก) ของชาวประมงอยู่ในบ้านเกวัฏฏคาม
เห็นคนทั้งหลายฆ่าปลาแล้วเกิดความโสมนัส
ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ความทุกข์ที่ศีรษะ (ปวดศีรษะ) ได้มีแล้วแก่เรา
--------------------
เนื้อหาจาก: พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=32&A=7849&Z=7924
.