การสอนว่ามีตัวตนที่เป็นเรามาเกิดและเมื่อตายแล้วก็ยังจะมีตัวเราไปเกิดใหม่ได้อีกนั้น เป็นแค่ความเชื่อ เพราะถ้าเป็นความจริง เราก็ต้องจำได้ว่าเคยมีเราเกิดมาแล้วเมื่อชาติก่อน ส่วนการอ้างว่า "เราลืมไปแล้ว" นั้นก็เป็นแค่การกล่าวอ้างลอยๆ แต่คนที่ไม่มีหลักในการคิดพิจารณาก็มักจะเชื่ออย่างง่ายๆเพราะขาดหลักในการคิดำจารณาหาความจริง
ความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตาย-เกิดทางร่างกายนี้ เป็นคำสอนของศาสนาพราหมณ์ที่ปลอมปนเข้ามาอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าหลังพุทธปรินิพพาไปแล้วไม่นาน และก็ได้สืบต่อกันจนมาถึงเราในปัจจุบัน จนชาวพุทธเกือบทั้งหมดเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าสอนเรื่องการเวียนว่ายตาย-เกิดทางร่างกาย ซึ่งก็รวมทั้งเรื่องนรกใต้ดิน สวรรค์บนฟ้า และเรื่องเทวดา นางฟ้า รวมทั้งเรื่องเวรกรรมชนิดข้ามภพข้ามชาติด้วย เป็นต้น
ถ้าเราจะปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน "ให้เราเอาขันธ์ ๕ ของเราในปัจจุบันมาพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้เกิดขันธ์แต่ละขันธ์ขึ้นมา, พิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ขันธ์แต่ละขันธ์ตั้งอยู่, และพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ขันธ์แต่ละขันธ์ดับหายไป" แล้ว เราก็จะเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งด้วยสติปัญญาของเราเองว่า "สิ่งที่จะเป็นตัวตนเราจริงๆนั้นไม่ได้มีอยู่ในขันธ์ ๕ นี้เลย" แต่เป็นว่า ขันธ์ ๕ นี้มันได้ปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งที่เป็นเราจริงๆชนิดที่จะตั้งอยู่ได้แม้ไม่มีร่างกายอย่างที่ศาสนาพราหมณ์สอนเลย
ความทรงจำที่เราได้รับรู้และจำมาทั้งชีวิตนี้เองที่เป็นเหตุมาปรุงแต่งให้จิตเกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมา ถ้าไม่มีความทรงจำ ก็จะไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเรา เมื่อร่างกายเกิดขึ้นมาใหม่ๆจะยังไม่มีความทรงจำ จึงยังไม่มีการปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมา ที่เรียกว่า จิตประภัสสร หรือบริสุทธิ์ แต่เพราะไม่มีปัญญามาระวังจึงทำให้ความประภัสสรของจิตหายไปเพราะถูกอวิชชา (ความรู้ว่ามีตนเอง) ครอบงำ เมื่อจิตถูกอวิชชาครอบงำแล้วมันก็จะเอาความทรงจำที่มีอยู่มาปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีตัวเราขึ้นมา ถ้าจิตไม่มีอวิชชา แม้จะมีความทรงจำ จิตก็จะกลับมาประภัสสรได้อีก และจะไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเรา แล้วจิตก็จะไม่มีความทุกข์ หรือนิพพาน (แม้เพียงชั่วคราว)
สรุปได้ว่า ความจริงก็คือ เราเป็นแค่เพียงความรู้สึกว่ามีเราเพียงชั่วคราวที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาจากอวิชชาและความทรงจำเท่านั้น แต่ความเชื่อจากศาสนาพราหมณ์ที่ครอบงำมานานจะบอกว่ามันมีเรามาก่อน คือมีเรามาเกิด และมีเราตาย แล้วก็มีเราไปเกิดใหม่ได้อีก และก็อ้างอย่างง่ายๆว่าเพราะเราลืมไปแล้วเราจึงจำไม่ได้ว่าเคยมีเรามาก่อนเมื่อชาติก่อน ซึ่งการอ้างอย่างนี้คนมีปัญญาเขาไม่ยอมรับ เขาจะมองว่านี่เป็นนิทานหลอกเด็ก แต่คนด้อยปัญญาก็มักจะเชื่อกันอย่างง่ายๆโดยไม่ไตร่ตรองเลย
กลับมาหาความจริงว่า "มันไม่ได้มีเรามาเกิด" มีแต่ "การปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีเรา" เท่านั้น
ความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตาย-เกิดทางร่างกายนี้ เป็นคำสอนของศาสนาพราหมณ์ที่ปลอมปนเข้ามาอยู่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าหลังพุทธปรินิพพาไปแล้วไม่นาน และก็ได้สืบต่อกันจนมาถึงเราในปัจจุบัน จนชาวพุทธเกือบทั้งหมดเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าพระพุทธเจ้าสอนเรื่องการเวียนว่ายตาย-เกิดทางร่างกาย ซึ่งก็รวมทั้งเรื่องนรกใต้ดิน สวรรค์บนฟ้า และเรื่องเทวดา นางฟ้า รวมทั้งเรื่องเวรกรรมชนิดข้ามภพข้ามชาติด้วย เป็นต้น
ถ้าเราจะปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน "ให้เราเอาขันธ์ ๕ ของเราในปัจจุบันมาพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้เกิดขันธ์แต่ละขันธ์ขึ้นมา, พิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ขันธ์แต่ละขันธ์ตั้งอยู่, และพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ขันธ์แต่ละขันธ์ดับหายไป" แล้ว เราก็จะเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งด้วยสติปัญญาของเราเองว่า "สิ่งที่จะเป็นตัวตนเราจริงๆนั้นไม่ได้มีอยู่ในขันธ์ ๕ นี้เลย" แต่เป็นว่า ขันธ์ ๕ นี้มันได้ปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้มีสิ่งที่เป็นเราจริงๆชนิดที่จะตั้งอยู่ได้แม้ไม่มีร่างกายอย่างที่ศาสนาพราหมณ์สอนเลย
ความทรงจำที่เราได้รับรู้และจำมาทั้งชีวิตนี้เองที่เป็นเหตุมาปรุงแต่งให้จิตเกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมา ถ้าไม่มีความทรงจำ ก็จะไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเรา เมื่อร่างกายเกิดขึ้นมาใหม่ๆจะยังไม่มีความทรงจำ จึงยังไม่มีการปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีเราขึ้นมา ที่เรียกว่า จิตประภัสสร หรือบริสุทธิ์ แต่เพราะไม่มีปัญญามาระวังจึงทำให้ความประภัสสรของจิตหายไปเพราะถูกอวิชชา (ความรู้ว่ามีตนเอง) ครอบงำ เมื่อจิตถูกอวิชชาครอบงำแล้วมันก็จะเอาความทรงจำที่มีอยู่มาปรุงแต่งให้เกิดความรู้สึกว่ามีตัวเราขึ้นมา ถ้าจิตไม่มีอวิชชา แม้จะมีความทรงจำ จิตก็จะกลับมาประภัสสรได้อีก และจะไม่มีความรู้สึกว่ามีตัวเรา แล้วจิตก็จะไม่มีความทุกข์ หรือนิพพาน (แม้เพียงชั่วคราว)
สรุปได้ว่า ความจริงก็คือ เราเป็นแค่เพียงความรู้สึกว่ามีเราเพียงชั่วคราวที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาจากอวิชชาและความทรงจำเท่านั้น แต่ความเชื่อจากศาสนาพราหมณ์ที่ครอบงำมานานจะบอกว่ามันมีเรามาก่อน คือมีเรามาเกิด และมีเราตาย แล้วก็มีเราไปเกิดใหม่ได้อีก และก็อ้างอย่างง่ายๆว่าเพราะเราลืมไปแล้วเราจึงจำไม่ได้ว่าเคยมีเรามาก่อนเมื่อชาติก่อน ซึ่งการอ้างอย่างนี้คนมีปัญญาเขาไม่ยอมรับ เขาจะมองว่านี่เป็นนิทานหลอกเด็ก แต่คนด้อยปัญญาก็มักจะเชื่อกันอย่างง่ายๆโดยไม่ไตร่ตรองเลย